Mahachulalongkornrajavidyalaya University
MCU Home Search Contacts Study Events Site Map Thai/Eng
 
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


Classifieds
First Page
University News
General News
Activity
Trainning
Seminar
Sangha
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
thaisarn
manager
thairath
dailynews
Matichon
Khaosod news
Komchadluek dot net
Thaitown USA news

University News
เปิดมุมมอง 'พระนิสิตต่างชาติ' ที่มีต่อมหาจุฬาฯ
Date18/03/2017   Counter : 883 time
 เปิดมุมมอง 'พระนิสิตต่างชาติ' ที่มีต่อมหาจุฬาฯ
 
การที่ได้เรียนมหาจุฬาฯ ส่งผลดีต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนามาก เพราะได้เรียนวิชากัมมฐาน อันเป็นวิชาที่ชาวโลกสนใจอยู่ตอนนี้ ได้เรียนรู้หลักการใช้ภาษาบาลี และที่สำคัญได้เรียนรู้พระพุทธศาสนาแบบเถรวาท... 
 
 
ผมในฐานะศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หลายปีมานี้เฝ้ามองความก้าวหน้าของ มหาจุฬา ฯ ด้วยความภาคภูมิใจ ที่ผู้บริหารร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาให้มีความเจริญก้าวหน้าไปมาก จากข้อมูลที่ผมมีอยู่ ณ ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้ มีวิทยาเขตทั่วประเทศ 11 แห่ง วิทยาลัยสงฆ์อีก 16 แห่ง ห้องเรียน 3 แห่ง หน่วยวิทยบริการ 14 แห่ง และสถาบันสมทบในต่างประเทศอีก 7 แห่ง

มีพระนิสิตทั้งที่เป็นทั้งพระภิกษุและฆราวาสหลายหมื่นคน โดยเฉพาะ “พระนิสิตต่างชาติ” ตอนนี้นิยมมาเรียนที่มหาจุฬาฯ กันมาก สอบถามจากเจ้าหน้าที่กองวิเทศน์สัมพันธ์ ที่ดูแล “พระนิสิตต่างชาติ” โดยตรงท่านให้ข้อมูลว่า...
 
 



“ปีนี้มหาจุฬา มีนิสิตต่างชาติทั้งพระและฆราวาสทั้งหมด 1,468 รูป /คน จาก 17 ประเทศ ทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา หรือแม้กระทั้งรัฐเซีย มีนิสิตต่างชาติเป็นอันดับ 2 ของประเทศ เป็นรองแค่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญหรือเอแบคเท่านั้น และปีหน้าคาดว่าอาจจะขึ้นครองเป็นอันดับหนึ่ง เพราะตอนนี้พระสงฆ์ในประเทศเพื่อนบ้านนิยมมาเรียนกันมาก”

ได้มีโอกาสคุยกับ “พระนิสิตต่างชาติ” 2-3 รูป ถึงเหตุผลว่าทำไมจึงมาเรียนที่มหาจุฬาฯ และเมื่อจบกลับไปแล้วจะกลับไปพัฒนาบ้านเกิดอย่างไร?

พระอชินปุปพะหงษา จากคณะสงฆ์รามัญนิกาย ประเทศเมียนมาร์ ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ปีที่ 3 คณะสังคมศาสตร์ เอกรัฐศาสตร์ ท่านให้เหตุผลว่า เนื่องจาก ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาโลก ต้องการศึกษารูปแบบการปกครอง รูปแบบการบริหารจัดการการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยไปพัฒนาคณะสงฆ์ในรามัญนิกาย และที่สำคัญในอดีตคณะสงฆ์ไทยและคณะสงฆ์รามัญนิกายก็มีความสัมพันธ์ที่ดีแบบพี่น้อง มีการพึ่งพาซึ่งกันและกัน และประเด็นสุดท้าย คือ ประเทศไทย มีการเป็นอยู่ที่สมบูรณ์ ไม่ลำบากด้านที่พักอาศัยและอาหารการฉัน



“อาตมาเป็นเจ้าอาวาส 2 วัดในเขตรัฐมอญ วัดหนึ่งเปิดเป็นสำนักเรียนบาลี มีพระเณรประมาณ 100 รูป อีกวัดเป็นวัดบ้านเกิด เหตุผลที่มาเรียนเมืองไทย เพราะต้องการเอาความรู้จากมหาจุฬาฯ กลับไปพัฒนาคณะสงฆ์รามัญนิกาย ปัจจุบันคณะสงฆ์มอญในพม่ากระจัดกระจายอยู่ใน 3 นิกาย”

คือ คณะสุธัมมานิกาย ซึ่งเป็นคณะที่ใหญ่ที่สุด เมื่อประมาณปี 2524 คณะสงฆ์มอญขอแยกตัวออกมาตั้งเป็น “คณะสงฆ์รามัญนิกาย” ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 10,000 รูป มีวัดประมาณ 800 วัด คณะที่สองชื่อ “มหายินนิกาย” มีพระมอญอยู่ประมาณ 500 รูป คณะสงฆ์มหายินของมอญนี้ มีวัตรปฎิบัติเหมือนกับคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายของประเทศไทย และคณะสงฆ์สุดท้ายที่มีพระสงฆ์มอญไปสังกัด คือ “คณะสงฆ์ซวยจินนิกาย” เป็นคณะสงฆ์เล็กๆ มีพระมอญอยู่ประมาณ 300-400 รูป คณะสงฆ์มหายินนี้ มีวัตรปฎิบัติเหมือนคณะสงฆ์พม่า


 
 



“ในอนาคตหากเป็นไปได้วันหนึ่งพวกเราก็ต้องพยายามให้รวมเป็นหนึ่งให้ได้...”

ส่วนอีกท่านเป็น พระภิกษุณี ชื่อ Nguyen Thi Hai Uyen เป็นภิกษุณีนิกายมหายาน จากประเทศเวียดนาม ปัจจุบันเป็นนิสิตระดับปริญญาโท สาขาพระพุทธศาสนา ท่านเล่าว่า ที่ประเทศเวียดนามเปิดสอนแค่ระดับปริญญาตรี จึงต้องเดินทางมาเรียนนที่มหาจุฬาฯ เพราะที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษระดับปริญญาโท ที่ประเทศเวียดนามไม่มีการสอน

“การที่ได้เรียนมหาจุฬาฯ ส่งผลดีต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนามาก เพราะได้เรียนวิชากัมมฐาน อันเป็นวิชาที่ชาวโลกสนใจอยู่ตอนนี้ ได้เรียนรู้หลักการใช้ภาษาบาลี และที่สำคัญได้เรียนรู้พระพุทธศาสนาแบบเถรวาท ชีวิตหลังจากจบจากมหาจุฬาฯ จะเดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ประเทศออสเตรเลีย...”

ปัจจุบันประเทศเวียดนาม มีพระภิกษุณีมากกว่าพระภิกษุ กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ และอนาคตพระภิกษุณีจะเป็นฐานสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ส่วน ประเทศไทย เรากลุ่มสิทธิสตรีหลายกลุ่มก็พยายามดิ้นรนเพื่อให้มีภิกษุณีให้ครบตามพุทธบริษัทสี่ ในการรักษาปกป้องพระพุทธศาสนา ก็ไม่รู้ว่า “ทำไมบวชไม่ได้” เพราะถ้าอ้างว่า “ขาดสูญ” แล้วทำไมหลายประเทศที่นับถือพุทธแบบเถรวาทมีได้...



ส่วนรูปสุดท้ายเป็นพระไทใหญ่ ชื่อ พระสิริวรรณะ สิริวณฺโณ จากรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่กองวิเทศสัมพันธ์ และกำลังเรียนอยู่ในระดับปริญญาโท คณะมนุษยศาสตร์ด้วย

“ปัจจุบันพระสงฆ์ไทใหญ่มาเรียนที่มหาจุฬาฯ มีประมาณ 100 รูป มหาจุฬาฯ กับรัฐฉาน โดยเฉพาะกับพระไทใหญ่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และตอนนี้ที่รัฐฉานเราก็กำลังก่อสร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์ นำโดย พระอาจารย์ ดร.คำหมาย ธัมมะสมิ เพราะท่านเชื่อว่าการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ต้องเริ่มจากการพัฒนาคนก่อน”

คณะสงฆ์ไทใหญ่เดียวนี้นิยมมาเรียนที่มหาจุฬาฯ กันมาก เพราะทั้งการเดินทาง ทั้งการเป็นอยู่ การใช้ภาษา ไม่ลำบาก ญาติโยมที่เมืองไทยทั้งที่เป็นชาวไทใหญ่และคนไทยก็ดูแลอุปถัมภ์ดี หลังจากอาตมาจบแล้ว จะนำความรู้ที่ได้ จากมหาจุฬาฯ กลับไปพัฒนาคณะสงฆ์และประชาชนในรัฐฉาน



ทั้งหมด คือ “มุมมองของพระนิสิตนานาชาติ” ที่มาเรียน ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในฐานะศิษย์เก่าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า มหาจุฬา ฯ คงจะเป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาในการสร้างคนให้มีคุณภาพ มีความรู้ สู้กับเขาได้ เมื่ออยู่ในเพศสมณะก็เป็นสมณะที่มีคุณภาพ เมื่อออกมาครองเรือนก็เป็นฆราวาสที่มีคุณภาพ

มีเรื่องขำๆ ตบท้ายว่า...ตอนผมจบ และสึกออกไปใหม่ๆ ไปทำงาน มีหัวหน้าคนหนึ่งถามผู้จัดการฝ่ายบุคคลว่า... “เอามหามาทำอะไร ทำงานสื่อ เขียนข่าว ไม่ใช่มาเขียนคำเทศน์นะ...” 

แฮ่ะ...แฮ่ะ...คุณไม่รู้ว่าคุณสมบัติของความเป็น “มหา” อย่างผมนี่นะ ถูกสอนมาให้มีความอดทน และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่สูงมาก และยิ่งจบจากมหาจุฬาฯ ด้วยแล้ว อุปมาอุปไมยเหมือนม้าอาชาไนยตัวเจริญที่ถูกฝึกมาดีแล้ว ฉันใดก็ฉันนั้น...



…...................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย เปรียญ10 : riwpaalueng@gmail.com

ขอขอบคุณ : ภาพ/ข่าว จาก เดลินิวส์


source : information technology Division
                   Print This Page Sent to Friend                   

News in Classified
    พระพรหมบัณฑิต นำพระสงฆ์รับบิณฑบาตและเป็นประธานในพิธีการพัทธสีมาฝังลูกนิมิตอุโบสถวัดชัยมงคลวราราม สาขาวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร รัฐยูท่าห์ สหรัฐอเมริกา  
    พระพรหมบัณฑิต เข้าประชุมคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติครั้งที่ ๔/๒๕๖๐ ณ ห้องประชุมชั้น ๒ อาคารสำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล  
    กำหนดการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  
    "วันกตัญญู" รำลึกคุณูปการของบุคคลากรผู้เกษียณอายุการทำงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐  
    ประเทศไทยจัดวิสาขโลก ครั้งที่ 15 เชิดชูกษัตริย์นักพัฒนา  
    กำหนดการ พิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล ครบรอบ 57 ปี พระราชปริยัติกวี, ศ.ดร.  
 
Copyright © Mahachulalongkornrajavidyalaya University All rights reserved 
Maintained by: webmaster@mcu.ac.th 
Last Update : Thursday February 9, 2012