หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


หัวข้อข่าว
หน้าแรก
ข่าวมหาวิทยาลัย
ข่าวทั่วไป
ข่าวกิจกรรม
ข่าวอบรม
ข่าวสัมมนา/ประชุม
ข่าวคณะสงฆ์
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไทยสาร ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
ผู้จัดการ ออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์มติชน
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
Bangkok Post


ข่าวมหาวิทยาลัย
7 เมษายน วันรำลึกพระธรรมวิมลโมลี (รุ่น ธีรปญฺโญ) พระผู้มีแต่ให้
วันที่ ๓๑/๐๓/๒๐๑๔ เข้าชม : ๓๖๙๗ ครั้ง
         
 
     ย้อนไปเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2550 ซึ่งเหล่าชาวพุทธได้สูญเสีย พระมหาเถระสำคัญผู้เป็นแม่ทัพธรรมคือพระเดชพระคุณพระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) อีดตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์   ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ที่ถึงแก่มรณภาพลง สร้างความเศร้าใจอาลัยแก่พุทธบริษัทชาวไทยทั่วหล้า จากนั้น วันที่ 12 ตุลาคม ปีเดียวกัน คณะสงฆ์จังหวัดนนทบุรี โดยพระธรรมกิตติมุนี        เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี  ได้มีคำสั่งให้พระเทพปริยัติเมธี (รุ่น รักษ์วงศ์ ป.ธ๙) เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส และมีคำสั่งแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในวันที่  3 มกราคม 2551

นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์  ท่านก็ประกาศนโยบายอันสำคัญคือการสืบสานปณิธานของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ให้แล้วเสร็จตามเจตนารมณ์ ประกอบด้วย

1.การสร้างอุโบสถกลางน้ำ เพื่อมอบให้กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)

2.ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ โรงพยาบาลชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

3.โครงการสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง

4.โครงการพระธรรมทายาท และ

5.โครงการให้ยกวัดชลประทานรังสฤษฏ์ เป็นพระอารามหลวง ซึ่งถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2555 โดยพระราชวรเมธี ว่า หลวงพ่อปัญญานันทะเคยบอกเรื่องนี้กับพระพรหมบัณฑิต อธิการบดี มจร วันหนึ่งก่อนมรณภาพ

ในวาระครบ ๑๐๐ ปีหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ  พระเดชพระคุณได้เป็นประธานดำเนินการก่อสร้างศาลา ๑๐๐ ปี พระพรหมมังคลาจารย์ขึ้น ภายในวัดชลประทานรังสฤษดิ์ และใช้เวลาเพียงแค่ ๒ ปีก็แล้วเสร็จ

               พระธรรมวิมลโมลี (รุ่น ธีรปญฺโญ ป.ธ.9 ดร.) อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ พระอารามหลวง เจ้าคณะภาค 17 หัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 9 ใช้เวลา 5 ปี สานปณิธานของพระพรหมมังคลาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ) สำเร็จด้วยดี รวมทั้งโครงการยกฐานะวัดชลประทานรังสฤษดิ์  เป็นพระอารามหลวง ด้วย

วัดชลประทานรังสฤษฏ์ เกิดจากการยุบวัดเชิงท่าและวัดหน้าโบสถ์ เมื่อกรมชลประทานต้องการที่ดินของวัดทั้งสองเพื่อขยายงาน โดยกรมชลประทานรวมทั้งสองวัดเข้าด้วยกันมาสร้างใหม่ แล้วเสร็จปี 2502 ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2503 มีฐานะเป็นวัดราษฎร์ โดยมีพระปัญญานันทภิกขุ เป็นเจ้าอาวาส และเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2555 โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง พร้อมกับวัดราษฎร์อื่นๆ อีก 20 วัด เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธ.ค. พ.ศ. 2554 แต่ยังมิทันได้สมโภชพระอารามตามเจตนารมณ์ พระเดชพระคุณก็เกิดอาพาธเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2556 พระธรรมวิมลโมลี เข้ารับการรักษาอาการอาพาธ ที่โรงพยาบาลชลประทาน แต่อาการไม่ดีขึ้น ก่อนย้ายไปรักษายังโรงพยาบาลศิริราช กระทั่ง วันที่ 7 เม.ย. 2556 จึงได้มรณภาพอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา 16.30 น. ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต สิริอายุ 66 ปี พรรษา 46 

                กิจกรรมการเผยแผ่พระธรรมคำสอนที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์   พระอารามหลวง มีหลายอย่าง เช่น สถานีวิทยุพระพุทธศาสนา คลื่นปัญญานันทเรดิโอเผยแผ่ธรรม ออกอากาศเวลา 04.00-22.00 น. ทุกวัน และเป็นวิทยากรบรรยายธรรมออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี รายการ รู้ธรรมนำชีวิต ทุกวันจันทร์ เวลา 04.30-05.00 น. ซึ่งแต่เดิมก็มีหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุเป็นวิทยากร โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นผู้ผลิตรายการ  แต่ที่ดำเนินการต่อเนื่องมานานคือจัดแสดงพระธรรมเทศนาทุกวันพระและทุกวันอาทิตย์ตลอดปี โดยจัดให้มีการแสดงปาฐกถาธรรม สวดมนต์ เจริญภาวนา ทำบุญตักบาตร เป็นประจำ ท่านจะมุ่งเน้นควบคู่กันไปกับงานพระธรรมทูตและงานการศึกษา โดยจะไม่ยึดติดกับเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์หรือวัตถุนิยมแต่อย่างใด

               ด้านศาสนพิธีในงานสวดศพที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์นั้น ถือว่าเป็นวัดต้นแบบ ตั้งแต่สมัยหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุเป็นต้นมา วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จัดแสดงพระธรรมเทศนาเป็นหลัก งานสวดอภิธรรมเป็นรอง และพระสงฆ์ในวัดที่มีความสามารถจะได้รับมอบหมายให้แสดงธรรมเวียนกันไป รวมทั้งพระเดชพระคุณพระธรรมวิมลโมลี เจ้าอาวาส ผู้สานปณิธานหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุก็แสดงธรรมโดยตลอดไม่ขาดตกบกพร่อง

สำหรับประวัติพระธรรมวิมลโมลี มีนามเดิม  รุ่น รักษ์วงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2490 ที่บ้านลำภายดิน ต.โคกชะงาย อ.เมือง จ.พัทลุง ครอบครัวมีฐานะปานกลาง ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ด้วยที่มีจิตใจใฝ่ธรรม ให้ความสนใจในพระพุทธศาสนา เมื่ออายุครบบวช จึงได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2510 ณ วัดธาราสถิตย์ (วัดเต่า) ต.โคกชะงาย อ.เมือง จ.พัทลุงหลังอุปสมบท เดินทางไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ที่สำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ณ วัดกุฏิยาราม (วัดกุฏินอก) ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกุฏิยารามและรองเจ้าอาวาสวัดกุฏิยาราม ตามลำดับ

หลังจากนั้น ท่านได้เข้าศึกษาต่อที่สำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ณ วัดกะพังสุรินทร์ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง จนสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค ก่อนที่จะกราบลาพระธรรมรัตนากร เจ้าอาวาส ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะภาค 18 และรักษาการเจ้าคณะใหญ่หนใต้ ขออนุญาตเดินทางไปศึกษาหาความรู้ชั้นสูงต่อที่กรุงเทพฯเข้าพำนักอยู่ที่วัดอรุณราชวราราม จนสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค และได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม จากนั้นตัดสินใจเดินทางขึ้นภาคเหนือ พำนักอยู่ที่วัดคลองโพธิ์ ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เพื่อไปพัฒนาสำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม-บาลี

สำหรับวัดคลองโพธิ์ เป็นสำนักเรียนของคณะสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ มีการศึกษาทั้งแผนกนักธรรม แผนกบาลี โรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ และโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ หลังจากได้ช่วยขยายขอบเขตด้านการศึกษาให้คณะสงฆ์ในจังหวัดอุตรดิตถ์ระยะหนึ่ง จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นครูใหญ่ สำนักเรียนพระปริยัติธรรม วัดคลองโพธิ์ จากนั้น ท่านได้เดินทางกลับมาอยู่วัดอรุณราชวรารามอีกครั้งต่อมาไม่นาน ท่านต้องย้ายไปอยู่พำนักที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อช่วยก่อตั้งสำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ทั้งนี้ เป็นไปตามความประสงค์ของหลวงพ่อพระปัญญานันทภิกขุ เจ้าอาวาส ที่ขอตัวมาเพื่อพัฒนางานของคณะสงฆ์ในด้านการศึกษา เนื่องจากไม่เคยมีสำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ขึ้นมาก่อนในจังหวัดนนทบุรี 
ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นครูใหญ่ และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค 17 ดูแลพื้นที่ปกครองสงฆ์ใน 5 จังหวัดของภาคใต้ รวมทั้งจังหวัดตรัง ก่อนขยับขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 17 ในที่สุด ควบคู่กับตำแหน่งหัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 9 รับผิดชอบงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ใน 11 จังหวัดภาคใต้ คือ ภูเก็ต ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ด้วยคุณูปการผลงานในด้านต่างๆ แก่คณะสงฆ์และสังคม ทำให้ได้รับการยกย่องเกียรติคุณมากมาย 
ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร สาขาพัฒนาสังคม จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ตำแหน่งทางการปกครอง ในปี 2516 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าอาวาสวัดกุฏยาราม จังหวัดตรัง ปี 2527 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้ขอลาออก เมื่อปี 2532เพื่อ ไปรับตำแหน่ง รองเจ้าคณะภาค 17 ปี 2551ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์สมณศักดิ์ ในปี 2527 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระเมธีวราภรณ์ปี 2539ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชวิสุทธิโมลีปี 2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพปริยัติเมธีปี2552 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมวิมลโมลี

            ท่านได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ทั้งในระดับภาคและในระดับประเทศ ให้เข้ามาช่วยงานด้านพระพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้น จนได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะทำงานหรือคณะอนุกรรมการ แม้กระทั่งการเข้าไปแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับงานด้านการปกครอง ท่านจะยึดถือในสิ่งที่ถูกต้อง แต่ไม่ยึดถือในสิ่งที่ถูกใจ ดังนั้น ไม่ว่าผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอเรื่องใดขึ้นมา หากพิจารณาแล้วเป็นสิ่งที่เหมาะสมและเป็นงานที่อยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบ ท่านพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยไม่รังเกียจ หรือแบ่งแยกชั้นวรรณะ 

พระเดชพระคุณ พระธรรมวิมลโมลี ถือเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่อีกรูปหนึ่ง ที่ควรค่าแก่การจดจำ แม้จะละสังขารจากไปแล้ว 7 เมษายน2557 จึงเป็นวันที่เหล่าศิษยานุศิษย์จะได้บำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย ณ วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จังหวัดนนทบุรี อันเป็นการรำลึกถึงคุณูปการที่ท่านได้สร้างไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้จดจำและนำไปปฏิบัติตามเพื่อเสริมสร้างคุณค่าอันดีงามแก่ชีวิตและสังคมสืบไป

 

 

สมหมาย  สุภาษิต

รองผู้อำนวยการส่วนงานบริหาร

สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสัคม

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend

ข่าวอื่นๆในหมวด
  มหาจุฬาฯ จัดอบรมพัฒนาเยาวชนวิถีพุทธต้นแบบ รุ่น ๔  
  มจร สัมมนาว่าที่พุทธศาสตร์บัณฑิต ออกปฏิบัติศาสนกิจทั่วประเทศ  
  อธิการบดี มจร.นำคณะตรวจเยี่ยมพระบัณฑิตอาสาบนพื้นที่สูง สนองพุทธดำรัส “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย ฯ”  
  อธิการ มจร’แนะครูวิถีพุทธยุคดิจิทัลต้องมี’3A’ ชี้สร้างคนด้วยไอทียังไม่สมบูรณ์หากขาดพัฒนาจิตวิญญาณ  
  เชิญร่วมฟังสัมมนา โดยครูอ้อย และ กาละแม  
  สถาบันภาษา เปิดรับสมัครอาจารย์เข้าอบรมพัฒนาทักษะการสอนภาษาอังกฤษ  
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕