หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


หัวข้อข่าว
หน้าแรก
ข่าวมหาวิทยาลัย
ข่าวทั่วไป
ข่าวกิจกรรม
ข่าวอบรม
ข่าวสัมมนา/ประชุม
ข่าวคณะสงฆ์
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไทยสาร ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
ผู้จัดการ ออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์มติชน
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
Bangkok Post


ข่าวมหาวิทยาลัย
หลวงปู่สนั่น ชวีสุทฺโธจบปริญญาตรีมจร.เมื่อวัย๗๙ปี!
วันที่ ๒๔/๐๕/๒๐๑๔ เข้าชม : ๓๑๔๓ ครั้ง

 

 

หลวงปู่สนั่น ชวีสุทฺโธจบปริญญาตรีมจร.เมื่อวัย๗๙ปี!

หลวงปู่สนั่น ชวีสุทฺโธจบปริญญาตรีมจร.เมื่อวัย๗๙ปี! : เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

 

               มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคณะสงฆ์ไทย และเป็นสถาบันการศึกษาวิชาชั้นสูงทางพระพุทธศาสนา ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงสถาปนาขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๓๐ โดยมีพระราชปณิธานให้เป็นสถานศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎก และวิชาชีพชั้นสูงแห่งคณะสงฆ์ไทย ปัจจุบันได้ขยายการศึกษาไปยังจังหวัดต่างๆ มีวิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ ห้องเรียน หน่วยวิทยบริการทั่วประเทศ และยังรับวิทยาลัยในต่างประเทศเข้าเป็นสถาบันสมทบอีกส่วนหนึ่ง

               ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ ๑๗-๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้จัดให้มีพิธีประสาทปริญญา ประจำปี ๒๕๕๗ ณ อาคารหอประชุม มวก.๔๘ พรรษา โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานในพิธี โดยมีพระและฆราวาสเกือบ ๕,๐๐๐ รูป/คน เข้าพิธีดังกล่าว

               โดยหนึ่งในจำนวนพระที่เข้าพิธีประสาทปริญญาที่ขึ้นชื่อว่าอายุมาก คือ หลวงปู่สนั่น ชวีสุทฺโธ ที่มีอายุมากถึง ๗๙ ปี แห่งวัดบ้านเขวาชี (ท่าวารีปทุมวนาราม) บ้านเขวาชี ต.บ้านเขวาชี (ท่าวารีปทุมวนาราม) อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด จบหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) จากห้องเรียน จมร.ร้อยเอ็ด

               สำหรับการเข้าเรียนหลักสูตร พธ.บ.ของหลวงปู่สนั่น ท่านใช้เวลาเรียนตามกำหนด คือ ๔ ปี โดยตลอดเวลาที่เรียนนั้นท่านไม่เคยขาดเรียน ขณะเดียวกันเมื่อท่านได้รับกิจนิมนต์ไปปลุกเสกวัตถุมงคลก็จะให้ผู้จัดงานเลือกเวลาที่ไม่ตรงกับการเข้าห้องเรียน ส่วนพระที่เรียนห้องเดียวกับท่านส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นลูกและรุ่นหลาน โดยท่านมีความตั้งใจว่าหากร่างกายสมบูรณ์จะเรียนต่อระดับปริญญาโทอีกด้วย

               “อาตมาบวชมาตั้งแต่อายุ ๑๓ ปี จากนั้นก็เรียนหนังสือมาตลอด สอบได้บาลีประโยค ๓ เหตุที่มาเรียนเอาใบปริญญาเพราะจะได้เอาความรู้ไปสอนพระเณรรุ่นลูกรุ่นหลาน ถึงจะแก่แล้วก็มีปริญญามาสอน ไม่ใช่เป็นพระแก่ๆ ที่อยู่เฝ้าวัดไปวันๆ โดยไม่ทำหน้าที่เผยแผ่ศาสนา” นี่เป็นคำบอกเล่าของหลวงปู่สนั่น

               พร้อมกันนี้ หลวงปู่สนั่นยังบอกด้วยว่า การมาเรียนนอกจากได้ความรู้จากตำรา ครูผู้สอนแล้ว ยังได้ความรู้จากเพื่อนร่วมชั้นเรียนเป็นรุ่นลูกรุ่นหลานอีกด้วย ซึ่งความรู้ที่ได้จากเพื่อนร่วมชั้นเรียนนั้นหากเป็นหลวงตาแก่ๆ อยู่ที่วัดก็จะไม่เรียนรู้โลกที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องของใช้ที่ทันสมัย รวมทั้งเรื่องที่เด็กยุคปัจจุบันอยากรู้ ขณะเดียวกันก็อยากทำตัวเป็นแบบอย่างให้พระที่ไม่สนใจเรียนมัวแต่รอบลาภสักการะที่ญาติโยมมาถวาย ซึ่งแท้ที่จริงแล้วพระต้องมีหน้าที่เรียนเพื่อเอาความรู้เอาธรรมะไปสอนญาติโยม

               ขณะเดียวกัน หลวงปู่สนั่นได้ตอบคำถามที่ว่า "แก่ใกล้จะตายลงโลงอยู่แล้วเรียนไปทำไม?" ไว้อย่างน่าคิดว่า "คนแก่ คนมีอายุมาก ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนใกล้ตาย ส่วนคนใกล้ตายนั้นไม่จำกัดว่าต้องเป็นคนแก่เท่านั้น คนปกติทั่วๆ ไปที่มีอายุยังน้อยๆ อยู่ อย่าคิดว่าจะมีชีวิตอยู่บนโลกอีกนาน สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ ระหว่างมีชีวิตอยู่อันสั้นน้อยนิดได้ทำอะไรไว้เพื่อโลก เพื่อคนข้างหลังบ้าง อามาเป็นพระก็ขอทำหน้าที่พระจนตาย คือ เรียนรู้และเอาความรู้ที่ได้เรียนมาสอนคนอื่นต่อ

               นอกจากหลวงปู่สนั่นแล้ว ในส่วนของวิทยาเขตนครศรีธรรมราช มี จิณณสาโร อายุ ๗๕ ปี เจ้าอาวาสวัดท่าเคียน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมอยู่ด้วยเข้ารับประสาทปริญญาบัตรระดับปริญญาโทพุทธศาสตรมหาบัณฑิต คณะพุทธศาสตร์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ซึ่งสร้างความสนใจให้แก่บรรดาญาติโยมและพ่อแม่ผู้ปกครองของนิสิตเป็นอย่างมาก ซึ่งต่างชื่นชมยกย่องถึงความพยายามของพระปลัดเสน นับเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่พระภิกษุในพระพุทธศาสนารวมทั้งฆราวาสอีกด้วย

               พระปลัดเสนบวชตั้งแต่เป็นสามเณรอายุ ๑๘ ปี มาจนถึงปัจจุบันรวม ๕๗ พรรษา และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าเคียนได้ ๒๘ ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เคยศึกษาจนจบหลักสูตรประกาศนียบัตรพระสังฆาธิการ และเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๐ จึงตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะพุทธศาสตร์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ที่ศูนย์วิทยบริการมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนจบระดับปริญญาตรี จากนั้นจึงสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช จนกระทั่งจบปริญญาโทในปีการศึกษา ๒๕๕๖

               อย่างไรก็ตามพระปลัดเสน ได้พูดไว้อย่างน่าคิดว่า "การศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญในการประกาศพระพุทธศาสนา และเป็นไปตามคำประกาศขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า คือการศึกษาเพื่อรู้และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างถูกต้อง จึงตั้งปณิธานไว้ตั้งแต่เริ่มบวชเป็นสามเณรว่าอาตมาจะไม่สึกและขออุทิศชีวิตอยู่ในบวรพุทธศาสนา แม้จะมรณภาพก็ต้องมรณภาพในผ้าเหลือง และในชีวิตบั้นปลายของอาตมาอยากจะปฏิบัติตนเพื่อเป็นแบบอย่างแก่พระภิกษุรวมทั้งฆราวาสทั่วไป"

 


ไม่มีใครแก่เกินเรียน

               พระพุทธิสารมุณี เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดบ้านเปลือยใหญ่ ต.รอบเมือง จ.ร้อยเอ็ด ผู้อำนวยการห้องเรียน มจร. จ.ร้อยเอ็ด บอกว่า ปัจจุบันห้องเรียนจังหวัดร้อยเอ็ดมีสถานภาพเป็นหน่วยจัดการศึกษา วิจัย ส่งเสริมและให้บริการทางวิชาการพระพุทธศาสนาแก่พระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ รวมทั้งการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมที่ต้องการพัฒนาสถานภาพขึ้นเป็น “วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด”  เพื่อขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาสำหรับพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ดและใกล้เคียงให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันมีพระและฆราวาสมาเรียนประมาณ ๕๐๐ รูป/คน

               ในพิธีประสาทปริญญา ประจำปี ๒๕๕๗ มีอีกรูปหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่ามีอายุมากที่สุด คือ พระศิริบูชา ปญฺญาปโจโต มีอายุมากถึง ๘๖ ปี จบหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) เกียรตินิยมอันดับ ๒ จากห้องเรียนจังหวัดร้อยเอ็ด ท่านเป็นพระลูกวัดใต้ อ.หัวช้าง อ.จตุรพักรพิมาน โดยท่านได้สมัครเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่ มจร.แล้ว

               “เพศ อายุ สถานภาพไม่ใช่ข้อจำกัดของการศึกษา คนเราต้องเรียนรู้ตั้งแต่เกิดจนตาย มีคนจำนวนมากคิดว่าแก่แล้วไม่ต้องเรียน แต่ความจริงแล้วการเรียนรู้เพื่อเป็นอาหารไปบำรุงปัญญา เพราะปัญญาที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนี้ก็มาจากการเรียนรู้ อย่างกับคำพูดที่ว่ามีความรู้ไม่สู้มีปัญญา” พระพุทธิสารมุณีกล่าว


ที่มา; หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 23 พฤษภาคม 2557

ข้อมูล; สมหมาย  สุภาษิต

 


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend

ข่าวอื่นๆในหมวด
  มหาจุฬาฯ จัดอบรมพัฒนาเยาวชนวิถีพุทธต้นแบบ รุ่น ๔  
  มจร สัมมนาว่าที่พุทธศาสตร์บัณฑิต ออกปฏิบัติศาสนกิจทั่วประเทศ  
  อธิการบดี มจร.นำคณะตรวจเยี่ยมพระบัณฑิตอาสาบนพื้นที่สูง สนองพุทธดำรัส “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย ฯ”  
  อธิการ มจร’แนะครูวิถีพุทธยุคดิจิทัลต้องมี’3A’ ชี้สร้างคนด้วยไอทียังไม่สมบูรณ์หากขาดพัฒนาจิตวิญญาณ  
  เชิญร่วมฟังสัมมนา โดยครูอ้อย และ กาละแม  
  สถาบันภาษา เปิดรับสมัครอาจารย์เข้าอบรมพัฒนาทักษะการสอนภาษาอังกฤษ  
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕