หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


หัวข้อข่าว
หน้าแรก
ข่าวมหาวิทยาลัย
ข่าวทั่วไป
ข่าวกิจกรรม
ข่าวอบรม
ข่าวสัมมนา/ประชุม
ข่าวคณะสงฆ์
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไทยสาร ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
ผู้จัดการ ออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์มติชน
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
Bangkok Post


ข่าวมหาวิทยาลัย
‘อธิการบดี มจร’แนะแนวปฏิรูปกิจการพุทธ (เพิ่มไฟล์บันทึกการบรรยาย)
วันที่ ๒๙/๐๖/๒๐๑๕ เข้าชม : ๘๖๔๙ ครั้ง

พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้บรรยายพิเศษเรื่อง "การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา"  ในการประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด ระหว่างวันที่ 17-18 มิ.ย. ๕๘   ตามที่มหาเถรสมาคมร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจัด

 

 

‘อธิการบดีมจร’แนะแนวปฏิรูปกิจการพุทธ

‘อธิการบดีมจร’แนะแนวปฏิรูปกิจการพุทธ ในการประชุมเจ้าคณะภาคและเจ้าคณะจังหวัด

                            วันที่ 18 มิ.ย.2558 ที่พุทธมณฑล  จ.นครปฐม พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้บรรยายพิเศษเรื่อง "การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา"  ในการประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด ระหว่างวันที่ 17-18 มิ.ย. ๕๘   ตามที่มหาเถรสมาคมร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจัด

              พระพรหมบัณฑิต กล่าวว่า  ในฐานะที่เป็นคณะทำงานติดตามแนวทางการปฏิรูปพระพุทธศาสนาของสภาปฏิรูปแห่ง ชาติ(สปช.) ที่มส.ตั้งขึ้น  แนวทางการปฏิรูปพระพุทธศาสนาที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ครม.)เสนอ ให้พศ. นำไปศึกษานั้น ยังไม่ได้เข้าเป็นวาระที่ประชุมมส.และยังอยู่ในช่วงที่ต้องระดมความคิดเห็น จากทุกภาคส่วน แต่เพื่อไม่ให้เกิดภาวะฝุ่นตลบที่นำไปสู่การถกเถียงที่ไม่จำเป็น ขอสรุปรายงานต่างๆ เกี่ยวกับแนวทางปฏิรูปพระพุทธศาสนา ที่สืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พศ.2557 มาตรา 27 ที่ให้สปช.มีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะแนวทาง เพื่อให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่างๆ โดยสปช.ไม่ได้มีหน้าที่ผ่านร่างกฎหมายแต่อย่างใด แต่ภารกิจหลักของสปช. คือ ช่วยกันดูร่างที่รัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่างหรือเป็นผู้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญ นั่นเอง  
 
              ส่วนเรื่องที่สปช.ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อมาศึกษาแนวทางในการปฏิรูปพระพุทธ ศาสนา คณะทำงานชุดดังกล่าวได้มีข้อเสนอให้เก็บภาษีพระและวัด รวมถึงการหมุนเวียนเจ้าอาวาสทุก 5 ปี ซึ่งในระหว่างการระดมความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อนำมาแก้ไขร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พศ. 2505 นั้น ทางมส.ได้ตั้งคณะทำงาน 5 รูปเพื่อคอยติดตามเรื่องนี้เช่นกัน โดยหนึ่งในคณะทำงานมีอาตมาด้วย 
 
              ทั้งนี้ในระหว่างที่คณะกรรมการปฏิรูปพระศาสนาได้ศึกษาและระดมความคิดอยู่ นั้น ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนทำให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้จบตัวเองลง โดยใช้เวลาศึกษาแนวทางปฏิรูปพระพุทธศาสนาเพียง 20 วัน จากนั้นนายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสปช.ได้เห็นชอบ และส่งรายงานข้อเสนอชุดนี้เข้าครม. ทางสำนักงานเลขาธิการครม.จึงได้ส่งแนวทางข้อเสนอแนะของสปช.ให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง นำไปศึกษาความเป็นได้ ภายใน 30 
 
              เมื่อพศ.ได้รับหนังสือรายงานของสปช. จึงรีบระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงยุติธรรม เป็นต้น เพื่อหารือเรื่อง รายงานผลการพิจารณาการศึกษาการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการ พระพุทธศาสนา จนตกเป็นผลึก แนวทางในการปฏิรูปศาสนาที่สอดคล้องกับภารกิจหลักของคณะสงฆ์ 6 ด้าน คือ การปกครอง การเผยแผ่ การศาสนศึกษา  การสาธารณูปการ การสาธารณสงเคราะห์ และการศึกษาสงเคราะห์ ซึ่งทั้ง 9 หน่วยงานต่างเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวและได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะทำงาน 3 รูป ที่มส.ตั้งขึ้นด้วย โดยล่าลุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เปรยว่าเห็นชอบกับแนวทางปฏิรูปพระพุทธศาสนา ฉบับของพศ.ด้วย
 
              พระพรหมบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า ความสับสนที่เกิดขึ้นในการปฏิรูปพระพุทธศาสนา เกิดจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ซึ่งก่อนหน้านี้หลายคนสับสนคิดว่าการปฏิรูปพระพุทธศาสนา เป็นการปฏิวัติ ดังนั้นต้องทำความเข้าใจว่า คำว่าปฏิรูปเป็นการหารือกันเพื่อให้เกิดความก้าวหน้า และสิ่งสำคัญในการปฏิรูปพระพุทธศาสนา ต้องยึดหลักของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า ที่ท่านบัญญัติไว้เมื่อ 100 ปีก่อนว่า หากจะปฏิรูปพระพุทธศาสนามีกฎหมายอันพึงอยู่ 3 ประเภท คือ 1.กฎหมายแผ่นดิน 2.พระวินัย และ3.จารีต หากมี 3 สิ่งนี้พ้องต้องกันถึงจะปฏิรูปพระพุทธศาสนาได้ 
 
              ส่วนเรื่องที่เป็นข้อกังวลของคณะสงฆ์เรื่องเก็บภาษีพระและวัดรวมถึงเรื่อง หมุนเวียนเจ้าอาวาส 5 ปีนั้น ยืนยันว่าถึงแม้มีการเสนอต่อครม.ก็ไม่มีผลในทางปฏิบัติ เพราะไม่มีหน่วยงานใดเห็นด้วย จึงวอนทุกฝ่ายอย่าเอาเรื่องรายละเอียดย่อยมาเป็นข้อพิพาทย์กัน 
 
              "ส่วนเรื่องที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ออกมากล่าวว่าสถาบันการศึกษาสงฆ์เน้นเรียนทางโลกมากเกินไปนั้น ไม่มีมูลความจริง เพราะนักศึกษาที่เรียนใน มจร ต่างต้องเรียนแกนพระพุทธศาสนาไม่ต่ำกว่า 50 หน่วยกิต ในส่วนด้านความเหมาะสมนั้น ทาง มจร มีการแบ่งห้องเรียนไม่ให้พระเรียนร่วมกับฆราวาสในระดับปริญาตรี ส่วนปริญญาโทและเอกเรียนร่วมกันได้เนื่องจากมีวุฒิภาวะพอสมควร ในส่วนวิชาอื่นๆ ก็เป็นวิชาที่พระสงฆ์จำเป็นต้องเรียน เพื่อเอาไว้ใช้งานในคณะสงฆ์ เช่น วิชารัฐประศาสนศาสตร์ ที่มีความจำเป็นต้องมีความรู้ เพื่อดูแลจัดการทรัพย์สินภายในวัด ส่วนวิชาอื่นๆ ที่ไม่เหมาะกับสมณสารูปของพระก็จะไม่มีการจัดการเรียนการสอน" อธิการบดี มจร กล่าว
 
              ด้านสมเด็จพระวันรัต(จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) แม่กองธรรมสนามหลวง รักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ได้กล่าวบรรยายหัวข้อ "การศาสนศึกษา"ภายในงานประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด และผู้เกี่ยวข้องประจำปี 2558 ว่า  ในฐานะที่เป็นแม่กองธรรมสนามหลวง ขอกล่าวถึง 2 เรื่องหลักที่คณะสงฆ์ควรปรับปรุงแก้ไข คือ เรื่องการศึกษาของพระภิกษุสามเณร และเรื่องศรัทธาปสาทะของประชาชนที่มีต่อพระสงฆ์ เหตุที่ 2 เรื่องนี้มีความเกี่ยวเนื่องกันเพราะ เมื่อคราวที่ลงตรวจเยี่ยมสนามสอบธรรมศึกษาทั่วประเทศ 5 ปีก่อนได้เห็นความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นในสนามสอบ ซึ่งปัจจุบันรวมถึงสนามสอบนักธรรมบาลีด้วย สิ่งนี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำลายศรัทธาของประชาชน ที่มาอำนวยความสะดวกในการจัดสถานที่สอบ ยิ่งคนในสมัยนี้มองพระสงฆ์ในด้านลบเยอะ ยิ่งต้องรีบแก้ไข จึงอยากให้พระสังฆาธิการในระดับต่างๆ ลงพื้นที่ไปสำรวจสำนักเรียนในเขตปกครองว่าควรปรับปรุงอย่างไร ดังนั้นพระสังฆาธิการ ต้องดูแลให้ดีและยึดการเรียนการสอนนักธรรมบาลีแบบสมัยโบราณ ที่ไม่ให้พระเรียนร่วมกับฆราวาส เพราะการที่พระเรียนร่วมกับโยมก็เป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมได้เช่นกัน

 

ที่มา : http://www.komchadluek.net/detail/20150618/208281.html
ขอขอบคุณ : ภาพ/ข่าว คม ชัด ลึก

 


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend

ข่าวอื่นๆในหมวด
  มจร ติดอันดับ ๓๕ มหาวิทยาลัยดีที่สุดของไทย ประจำปี ๒๕๖๐    
  เตรียมจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามวัดพุทธโลกที่อินโดฯ  
  พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร.อธิการบดี มจร ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  
  กำหนดการพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  
  ท่านหม่อมเจ้ามงคล เฉลิมยุคล กรรมการธนาคาร และชาวธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ถวายเครื่องสักการะพระพรหมบัณฑิต  
  พิธีเปิดการศึกษา และพิธีทำสามีจิกรรมเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประจำปี ๒๕๖๐  
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕