หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


หัวข้อข่าว
หน้าแรก
ข่าวมหาวิทยาลัย
ข่าวทั่วไป
ข่าวกิจกรรม
ข่าวอบรม
ข่าวสัมมนา/ประชุม
ข่าวคณะสงฆ์
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไทยสาร ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
ผู้จัดการ ออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์มติชน
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
Bangkok Post


ข่าวมหาวิทยาลัย
อธิการบดี มจร แนะมหาจุฬาฯต้องเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในอาเซียน
วันที่ ๓๑/๐๘/๒๐๑๗ เข้าชม : ๑๙๔ ครั้ง
 

 
 
 รับชมการบรรยายคลิกวีดีโอ
 
 
อธิการบดี มจร แนะมหาจุฬาฯต้องเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในอาเซียน  พร้อมตอบโจทย์ภาครัฐและมหาวิทยาลัย ชี้การอยู่ร่วมกันท่ามกลางพหุวัฒนธรรมหัวใจของอาเซียน มีการจัดการศึกษาเป็นฐาน 

 

 

 

วันที่ 31 ส.ค.2560 พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์, อัคคมหาบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  เจ้าคณะภาค 2 เจ้อาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร บรรยายเรื่อง "Roadmap สู่การเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาในภูมิภาคอาเซียนและของโลก"  จัดโดยศูนย์อาเซียนศึกษา มจร  ซึ่งมีพระศรีธวัชเมธี รองผู้อำนวยการกล่าวถวายรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการทำแผนยุทธศาสตร์ศูนย์อาเซียนศึกษา

พระพรหมบัณฑิต กล่าวว่า ถือว่าเป็นการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมของศูนย์อาเซียนศึกษา ถือว่าเป็นระยะเริ่มต้นในการทำงาน ศูนย์อาเซียนศึกษาเกิดขึ้นเพราะ " เรามีความจำเป็นมากกว่าความต้องการ "ซึ่งทางภาครัฐเปิดประตูเข้าหากันในประชาคมอาเซียน จึงมีความจำเป็นมาก ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนจากภายนอกมากกว่าการขับเคลื่อนจากภายใน คำถามคือ " ปัจจุบันมหาจุฬาฯต้องการศูนย์อาเซียนไหม?" ถือว่าเป็นโจทย์ที่ต้องตอบให้ได้ ก่อนจะเกิดศูนย์อาเซียน มหาจุฬาฯเป็นอย่างไร? ศูนย์อาเซียนมิใช่การเริ่มใหม่ แต่เป็นการรวบรวมสิ่งที่มีอยู่แล้ว 


"เราอย่าทำให้เป็นลักษณะขี้ช้างจับตั๊กแตน ศูนย์อาเซียนต้องทำงานระดับคณะ ระดับวิทยาลัย โดยยกวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ IBSC เป็นตัวอย่างว่า ต้องทำให้ระดับวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ คำถามคือ เราตั้งศูนย์อาเซียนศึกษามาทำไม ? เราถึงจะกำหนดวิสัยทัศน์ หรือ SWOT ได้ เราทำเมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนเท่านั้น ถ้าเราตั้งวิสัยทัศน์ว่า เป็นเลิศในการบริการวิชาการด้านพระพุทธศาสนาและพหุวัฒนธรรมในอาเซียน ระดับโครงการก็สามารถทำได้ จึงต้องกลับมาทบทวนว่า เราจะต้องสนองนโยบายภาครัฐอย่างไร ? ศูนย์อาเซียนมหาวิทยาลัยอื่นตั้งขึ้นเพื่ออะไร? ต้องไปดูคนอื่น มหาจุฬาฯสนองวัตถุประสงค์ของรัฐหรือไม่ อย่างไร? และมหาจุฬาฯต้องการศูนย์อาเซียนหรือไม่อย่างไร ? งานของศูนย์อาเซียนซ้ำซ้อนหรือไม่ ถ้าซ้ำซ้อนตั้งมาเพื่ออะไร?" อธิการบดี มจร กล่าวและว่า


อาเซียนศึกษาต้องตั้งวิสัยทัศน์ที่สามารถตอบโจทย์ระดับประชาคมอาเซียน มี 3 หลัก คือ " เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม การเมือง " โดยใส่ใจเรื่องสันติภาพในอาเซียน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในอาเซียนท่ามกลางพหุวัฒนธรรม ไม่สร้างความขัดแย้งในเรื่องของศาสนาในอาเซียน พระพุทธศาสนาต้องไปสร้างเสถียรภาพในการอยู่ร่วมกัน นี่คือ มุมมองของภาครัฐ ส่วนมุมมองของมหาจุฬาฯ นิสิตมาเรียนมหาจุฬาฯประเทศใดมาเรียนเยอะที่สุด เพราะเหตุใด ในวิทยาลัยเขตเรามีการเชื่อมสัมพันธ์กับประเทศอาเซียนอย่างไร 


มหาจุฬาฯจึงมีการพัฒนา 3 ระดับ คือ "ระดับภูมิภาค ระดับอาเซียน และระดับโลก" เช่นที่เป็นรูปธรรม คือ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาจุฬาฯ ทั่วโลกต้องมาทำวิจัยที่มหาจุฬาฯ จริงๆ แล้ว การศึกษาในระดับปริญญาโท-เอก ไม่อยากให้มีในวิทยาลัยเขต อยากให้มีส่วนกลางเท่านั้นเพราะการพัฒนาคุณภาพไม่อยากให้กระจาย แต่วิทยาลัยเขตต้องสร้างความสัมพันธ์กับภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เราจะเอาวิทยาลัยเขตใดเป็นศูนย์กลางอาเซียน 


ศูนย์อาเซียนจะต้องเชื่อมกับวิทยาลัยเขต เช่น เราไปวิทยาลัยเขตสุรินทร์ ต้องมีศูนย์อาเซียน ใครจะเรียนภาษากัมพูชา ต้องไปเชื่อมวิทยาลัยเขตสุรินทร์ วิทยาลัยเขตต้องเชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศอาเซียนศูนย์อาเซียนต้องเชื่อมประสาน เราจะบริการด้านพระพุทธศาสนามี 6  ประเทศ เช่น เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา สิงคโปร์ ลาว เป็นต้น ส่วนพหุวัฒนธรรม 3 ประเทศ เช่น มาเลเชีย อินโดนีเชีย บรูไนเป็นศาสนาอิสลาม ส่วนฟิลิปินส์ เป็นศาสนาคริสต์


ด้านเศรษฐกิจ สถาบันการศึกษาต้องส่งเสริมด้านภาษาเพื่อการสื่อสาร ใช้ภาษาในการสื่อสารของประเทศนั้นๆ หรือ ภาษาอังกฤษ แล้วใครรับผิดชอบเกี่ยวกับภาษาอาเซียน นิสิตอยากจะเรียนภาษาอาเซียน ศูนย์อาเซียนจะมีบทบาทอย่างไร ? ภาษาอังกฤษยกให้สถาบันภาษา แต่ภาษาอาเซียนต้องศูนย์อาเซียนเท่านั้น นิสิตอยากจะทราบเกี่ยวกับคัมภีร์พระพุทธศาสนาในอาเซียน เราทำแผนยุทธศาสตร์ถามว่าสัมพันธ์กับวิทยาลัยสงฆ์หรือไม่ ต้องไม่แยกกัน เรามีหลักสูตรสันติศึกษา ต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อิสลามในอินโดนีเชีย มาเลเชีย บรูไน มี ๓ ประเภท แต่ละประเทศอยู่ในกลุ่มใด เราโชคดีที่อยู่ในกลุ่ม เราเป็นศูนย์อาเซียนเราจะทำอย่างไร ? เพื่อการอยู่ร่วมกัน เราต้องจัดประชุมสันติสนทนาระหว่างศาสนา อย่าคิดว่าแค่บริการวิชาการเท่านั้น อย่าคิดแค่บริการวิชาการเท่านั้น แต่ต้องจัดการศึกษา ส่งเสริม แลกเปลี่ยน เชื่อมโยง ทำเองไม่ได้เราจะร่วมมือกับใคร จัดหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรประกาศนียบัตร พุทธศิลป์ในพระพุทธศาสนาในอาเซียน


อย่าคิดว่าแต่บริการวิชาการเท่านั้น แต่ต้องทำให้ครบทุกภารกิจมหาจุฬาฯ สร้างเครือข่ายเชื่อมโยง เราต้องมีคนกลางในประเทศนั้นๆ เพื่อต้องการข้อมูล รวมถึงศิษย์เก่าจากมหาจุฬาฯด้วย อนาคตเราต้องตั้งสำนักงานเพื่อให้คนมาใช้บริการ เพราะศูนย์อาเซียนเทียมเท่ากับวิทยาลัย เราต้องคิดงานให้ใหญ่ ศูนย์อาเซียนมหาจุฬาฯเราต้องระดมความคิดจากนิสิตและคนในประเทศนั้นๆ เขาคาดหวังอะไร ? เขาต้องการอะไร ? 


มหาจุฬาฯต้องเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาในอาเซียนเป็นอย่างไร ? ศูนย์อาเซียนจะทำอย่างไร ? เช่น พุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาทั่วโลก โดยมีฐานข้อมูล งานวิจัย วรรณกรรม หนังสือพระพุทธศาสนาทั่วโลก พุทธศิลป์ทั่วโลก เรียกว่า มีครบวงจรอยู่ที่เดียว มีศูนย์กลางการประชุมสามารถประชุมกันได้ทั่วโลก ต่อไปจะมีการเชิญครูบาอาจารย์มาจากทั่วโลกมาบรรยาย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ใครมีงานวิจัยอะไรมานำเสนอ ศูนย์อาเซียนต้องเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ ต้องสนองงานมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในอาเซียน นิสิตจากอาเซียนต้องสร้างการมีส่วนร่วมในกิจกรรม อนาคตต้องมีอาคารสถานที่เป็นของตนเอง เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียน เราต้องคิดให้เต็มรูปแบบในการทำแผนยุทธศาสตร์ ใครอยากรู้พระพุทธศาสนาในอาเซียนต้องมาที่ศูนย์อาเซียน สังคมพหุวัฒนธรรมเราจะประชุมร่วมกันอย่างไร ? ท่ามกลางความแตกต่างทางศาสนา 


รัฐบาลมุ่งให้เราทำให้เรื่องพหุวัฒนธรรม แผนยุทธศาสตร์จึงเกี่ยวข้องกับงบประมาณสอดคล้องกับนโยบายของประเทศและนโยบายมหาจุฬาฯ ถึงสามารถมีงบประมาณสนับสนุนได้ แต่ถ้าวิสัยทัศน์เราแคบก็เป็นของส่วนงานอื่น วิสัยทัศน์เราต้องกว้าง เช่น " มีความเป็นเลิศด้านอาเซียน " ต้องมีสำนักงานที่เชื่อมกับวิทยาเขต เน้นเรื่องอะไร ศูนย์อาเซียนศึกษาต้องไม่เริ่มใหม่ นำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาขับเคลื่อน มีใครเป็นผู้ประสานงานในประเทศนั้นๆ ต้องมีสำนักงานในต่างประเทศอาเซียน เราต้องสามารถตอบโจทย์ ทำไมศูนย์อาเซียนศึกษาจะต้องเป็นระดับวิทยาลัย ต้องใช้การ SWOT จุดแข็งเราคืออะไร จุดอ่อนเราคืออะไร เราต้องเตรียมเว็บไซต์ของอาเซียน ทำ 10 ภาษา ให้นิสิตมาช่วยกัน


"ฉะนั้น " เราต้องเริ่มต้นจากจุดแข็งที่เรามี " ใช้หลักของปาเรโต ทำ 20 ส่วนได้  80ส่วน อย่าทำ 80  แล้วได้ 20  เสียของเสียงบประมาณ ถ้าเราสามารถทำ 20 ได้ 80  นั่นคือสุดยอดของหน่วยงานใหม่ เราต้องใช้เครือข่ายในการทำงาน เอาสิ่งที่เรามีแล้วมาทำ ลงทุนน้อยแต่ได้ผลมาก นำนิสิตของเรามาช่วยมาระดมสมองเพื่อความต้องการความคาดหวังที่แท้จริง" พระพรหมบัณฑิต กล่าวในที่สุด


และวันเดียวกันนี้พระพรหมบัณฑิตเป็นประธานกล่าวเปิดงานมหกรรมส่งเสริมศีลธรรมและการประกวดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านพระพุทธศาสนา ปี 3 (MCU Contest) รอบคัดเลือกระดับภาค ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 1 ณ โรงเรียนส่งเสริมพระพุทธศาสนา วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนักเรียนเข้าร่วมกว่า 1,300 คน

 

ที่มา : https://siampongsnews.blogspot.com/2017/08/blog-post_85.html

ขอขอบคุณ : ภาพ/ข่าว เว็บไซต์ข่าว siampongsnews

 

 


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend

ข่าวอื่นๆในหมวด
  " กงล้อแห่งชีวิตพระพรหมบัณฑิต : นักปราชญ์ผู้เป็นแรงบันดาลใจของชีวิต : พระผู้ทรงอิทธิพลทางด้านจิตวิญญาณ : กระบวนการจัดการความรู้ของนักปราชญ์ : เส้นทางการพัฒนาตนของบัณฑิต : "  
  มจร จัดงานประชุม ICDV เลขาสำนักรัฐมนตรีพุทธศาสนาของศรีลังกา รายงานผลของการจัดวิสาขะครั้งที่ ๑๔  
  พิธีปิดงานมหกรรมส่งเสริมศีลธรรมและประกวดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านพระพุทธศาสนา ปีที่ ๓ (3rd MCU Contset)  
  งานบำเพ็ญกุศลอายุวัฒนมงคล ๖๒ ปี พระพรหมบัณฑิต ศ.ดร. อธิการบดี มจร  
  พระพรหมบัณฑิต อธิการบดี มจร หวั่นโพสต์มารว่อนสร้างเครือข่ายพุทธต้าน  
  "๑ ทศวรรษ โครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนและกิจกรรม 3rd MCU Contest"  
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕