หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


หัวข้อข่าว
หน้าแรก
ข่าวมหาวิทยาลัย
ข่าวทั่วไป
ข่าวกิจกรรม
ข่าวอบรม
ข่าวสัมมนา/ประชุม
ข่าวคณะสงฆ์
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไทยสาร ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
ผู้จัดการ ออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์มติชน
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
Bangkok Post


ข่าวมหาวิทยาลัย
อธิการบดี มจร แนะมหาจุฬาฯต้องเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในอาเซียน
วันที่ ๓๑/๐๘/๒๐๑๗ เข้าชม : ๖๒๓ ครั้ง
 

 
 
 รับชมการบรรยายคลิกวีดีโอ
 
 
อธิการบดี มจร แนะมหาจุฬาฯต้องเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในอาเซียน  พร้อมตอบโจทย์ภาครัฐและมหาวิทยาลัย ชี้การอยู่ร่วมกันท่ามกลางพหุวัฒนธรรมหัวใจของอาเซียน มีการจัดการศึกษาเป็นฐาน 

 

 

 

วันที่ 31 ส.ค.2560 พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์, อัคคมหาบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  เจ้าคณะภาค 2 เจ้อาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร บรรยายเรื่อง "Roadmap สู่การเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาในภูมิภาคอาเซียนและของโลก"  จัดโดยศูนย์อาเซียนศึกษา มจร  ซึ่งมีพระศรีธวัชเมธี รองผู้อำนวยการกล่าวถวายรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการทำแผนยุทธศาสตร์ศูนย์อาเซียนศึกษา

พระพรหมบัณฑิต กล่าวว่า ถือว่าเป็นการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมของศูนย์อาเซียนศึกษา ถือว่าเป็นระยะเริ่มต้นในการทำงาน ศูนย์อาเซียนศึกษาเกิดขึ้นเพราะ " เรามีความจำเป็นมากกว่าความต้องการ "ซึ่งทางภาครัฐเปิดประตูเข้าหากันในประชาคมอาเซียน จึงมีความจำเป็นมาก ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนจากภายนอกมากกว่าการขับเคลื่อนจากภายใน คำถามคือ " ปัจจุบันมหาจุฬาฯต้องการศูนย์อาเซียนไหม?" ถือว่าเป็นโจทย์ที่ต้องตอบให้ได้ ก่อนจะเกิดศูนย์อาเซียน มหาจุฬาฯเป็นอย่างไร? ศูนย์อาเซียนมิใช่การเริ่มใหม่ แต่เป็นการรวบรวมสิ่งที่มีอยู่แล้ว 


"เราอย่าทำให้เป็นลักษณะขี้ช้างจับตั๊กแตน ศูนย์อาเซียนต้องทำงานระดับคณะ ระดับวิทยาลัย โดยยกวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ IBSC เป็นตัวอย่างว่า ต้องทำให้ระดับวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ คำถามคือ เราตั้งศูนย์อาเซียนศึกษามาทำไม ? เราถึงจะกำหนดวิสัยทัศน์ หรือ SWOT ได้ เราทำเมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนเท่านั้น ถ้าเราตั้งวิสัยทัศน์ว่า เป็นเลิศในการบริการวิชาการด้านพระพุทธศาสนาและพหุวัฒนธรรมในอาเซียน ระดับโครงการก็สามารถทำได้ จึงต้องกลับมาทบทวนว่า เราจะต้องสนองนโยบายภาครัฐอย่างไร ? ศูนย์อาเซียนมหาวิทยาลัยอื่นตั้งขึ้นเพื่ออะไร? ต้องไปดูคนอื่น มหาจุฬาฯสนองวัตถุประสงค์ของรัฐหรือไม่ อย่างไร? และมหาจุฬาฯต้องการศูนย์อาเซียนหรือไม่อย่างไร ? งานของศูนย์อาเซียนซ้ำซ้อนหรือไม่ ถ้าซ้ำซ้อนตั้งมาเพื่ออะไร?" อธิการบดี มจร กล่าวและว่า


อาเซียนศึกษาต้องตั้งวิสัยทัศน์ที่สามารถตอบโจทย์ระดับประชาคมอาเซียน มี 3 หลัก คือ " เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม การเมือง " โดยใส่ใจเรื่องสันติภาพในอาเซียน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในอาเซียนท่ามกลางพหุวัฒนธรรม ไม่สร้างความขัดแย้งในเรื่องของศาสนาในอาเซียน พระพุทธศาสนาต้องไปสร้างเสถียรภาพในการอยู่ร่วมกัน นี่คือ มุมมองของภาครัฐ ส่วนมุมมองของมหาจุฬาฯ นิสิตมาเรียนมหาจุฬาฯประเทศใดมาเรียนเยอะที่สุด เพราะเหตุใด ในวิทยาลัยเขตเรามีการเชื่อมสัมพันธ์กับประเทศอาเซียนอย่างไร 


มหาจุฬาฯจึงมีการพัฒนา 3 ระดับ คือ "ระดับภูมิภาค ระดับอาเซียน และระดับโลก" เช่นที่เป็นรูปธรรม คือ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาจุฬาฯ ทั่วโลกต้องมาทำวิจัยที่มหาจุฬาฯ จริงๆ แล้ว การศึกษาในระดับปริญญาโท-เอก ไม่อยากให้มีในวิทยาลัยเขต อยากให้มีส่วนกลางเท่านั้นเพราะการพัฒนาคุณภาพไม่อยากให้กระจาย แต่วิทยาลัยเขตต้องสร้างความสัมพันธ์กับภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เราจะเอาวิทยาลัยเขตใดเป็นศูนย์กลางอาเซียน 


ศูนย์อาเซียนจะต้องเชื่อมกับวิทยาลัยเขต เช่น เราไปวิทยาลัยเขตสุรินทร์ ต้องมีศูนย์อาเซียน ใครจะเรียนภาษากัมพูชา ต้องไปเชื่อมวิทยาลัยเขตสุรินทร์ วิทยาลัยเขตต้องเชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศอาเซียนศูนย์อาเซียนต้องเชื่อมประสาน เราจะบริการด้านพระพุทธศาสนามี 6  ประเทศ เช่น เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา สิงคโปร์ ลาว เป็นต้น ส่วนพหุวัฒนธรรม 3 ประเทศ เช่น มาเลเชีย อินโดนีเชีย บรูไนเป็นศาสนาอิสลาม ส่วนฟิลิปินส์ เป็นศาสนาคริสต์


ด้านเศรษฐกิจ สถาบันการศึกษาต้องส่งเสริมด้านภาษาเพื่อการสื่อสาร ใช้ภาษาในการสื่อสารของประเทศนั้นๆ หรือ ภาษาอังกฤษ แล้วใครรับผิดชอบเกี่ยวกับภาษาอาเซียน นิสิตอยากจะเรียนภาษาอาเซียน ศูนย์อาเซียนจะมีบทบาทอย่างไร ? ภาษาอังกฤษยกให้สถาบันภาษา แต่ภาษาอาเซียนต้องศูนย์อาเซียนเท่านั้น นิสิตอยากจะทราบเกี่ยวกับคัมภีร์พระพุทธศาสนาในอาเซียน เราทำแผนยุทธศาสตร์ถามว่าสัมพันธ์กับวิทยาลัยสงฆ์หรือไม่ ต้องไม่แยกกัน เรามีหลักสูตรสันติศึกษา ต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อิสลามในอินโดนีเชีย มาเลเชีย บรูไน มี ๓ ประเภท แต่ละประเทศอยู่ในกลุ่มใด เราโชคดีที่อยู่ในกลุ่ม เราเป็นศูนย์อาเซียนเราจะทำอย่างไร ? เพื่อการอยู่ร่วมกัน เราต้องจัดประชุมสันติสนทนาระหว่างศาสนา อย่าคิดว่าแค่บริการวิชาการเท่านั้น อย่าคิดแค่บริการวิชาการเท่านั้น แต่ต้องจัดการศึกษา ส่งเสริม แลกเปลี่ยน เชื่อมโยง ทำเองไม่ได้เราจะร่วมมือกับใคร จัดหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรประกาศนียบัตร พุทธศิลป์ในพระพุทธศาสนาในอาเซียน


อย่าคิดว่าแต่บริการวิชาการเท่านั้น แต่ต้องทำให้ครบทุกภารกิจมหาจุฬาฯ สร้างเครือข่ายเชื่อมโยง เราต้องมีคนกลางในประเทศนั้นๆ เพื่อต้องการข้อมูล รวมถึงศิษย์เก่าจากมหาจุฬาฯด้วย อนาคตเราต้องตั้งสำนักงานเพื่อให้คนมาใช้บริการ เพราะศูนย์อาเซียนเทียมเท่ากับวิทยาลัย เราต้องคิดงานให้ใหญ่ ศูนย์อาเซียนมหาจุฬาฯเราต้องระดมความคิดจากนิสิตและคนในประเทศนั้นๆ เขาคาดหวังอะไร ? เขาต้องการอะไร ? 


มหาจุฬาฯต้องเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาในอาเซียนเป็นอย่างไร ? ศูนย์อาเซียนจะทำอย่างไร ? เช่น พุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาทั่วโลก โดยมีฐานข้อมูล งานวิจัย วรรณกรรม หนังสือพระพุทธศาสนาทั่วโลก พุทธศิลป์ทั่วโลก เรียกว่า มีครบวงจรอยู่ที่เดียว มีศูนย์กลางการประชุมสามารถประชุมกันได้ทั่วโลก ต่อไปจะมีการเชิญครูบาอาจารย์มาจากทั่วโลกมาบรรยาย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ใครมีงานวิจัยอะไรมานำเสนอ ศูนย์อาเซียนต้องเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ ต้องสนองงานมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในอาเซียน นิสิตจากอาเซียนต้องสร้างการมีส่วนร่วมในกิจกรรม อนาคตต้องมีอาคารสถานที่เป็นของตนเอง เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียน เราต้องคิดให้เต็มรูปแบบในการทำแผนยุทธศาสตร์ ใครอยากรู้พระพุทธศาสนาในอาเซียนต้องมาที่ศูนย์อาเซียน สังคมพหุวัฒนธรรมเราจะประชุมร่วมกันอย่างไร ? ท่ามกลางความแตกต่างทางศาสนา 


รัฐบาลมุ่งให้เราทำให้เรื่องพหุวัฒนธรรม แผนยุทธศาสตร์จึงเกี่ยวข้องกับงบประมาณสอดคล้องกับนโยบายของประเทศและนโยบายมหาจุฬาฯ ถึงสามารถมีงบประมาณสนับสนุนได้ แต่ถ้าวิสัยทัศน์เราแคบก็เป็นของส่วนงานอื่น วิสัยทัศน์เราต้องกว้าง เช่น " มีความเป็นเลิศด้านอาเซียน " ต้องมีสำนักงานที่เชื่อมกับวิทยาเขต เน้นเรื่องอะไร ศูนย์อาเซียนศึกษาต้องไม่เริ่มใหม่ นำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาขับเคลื่อน มีใครเป็นผู้ประสานงานในประเทศนั้นๆ ต้องมีสำนักงานในต่างประเทศอาเซียน เราต้องสามารถตอบโจทย์ ทำไมศูนย์อาเซียนศึกษาจะต้องเป็นระดับวิทยาลัย ต้องใช้การ SWOT จุดแข็งเราคืออะไร จุดอ่อนเราคืออะไร เราต้องเตรียมเว็บไซต์ของอาเซียน ทำ 10 ภาษา ให้นิสิตมาช่วยกัน


"ฉะนั้น " เราต้องเริ่มต้นจากจุดแข็งที่เรามี " ใช้หลักของปาเรโต ทำ 20 ส่วนได้  80ส่วน อย่าทำ 80  แล้วได้ 20  เสียของเสียงบประมาณ ถ้าเราสามารถทำ 20 ได้ 80  นั่นคือสุดยอดของหน่วยงานใหม่ เราต้องใช้เครือข่ายในการทำงาน เอาสิ่งที่เรามีแล้วมาทำ ลงทุนน้อยแต่ได้ผลมาก นำนิสิตของเรามาช่วยมาระดมสมองเพื่อความต้องการความคาดหวังที่แท้จริง" พระพรหมบัณฑิต กล่าวในที่สุด


และวันเดียวกันนี้พระพรหมบัณฑิตเป็นประธานกล่าวเปิดงานมหกรรมส่งเสริมศีลธรรมและการประกวดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านพระพุทธศาสนา ปี 3 (MCU Contest) รอบคัดเลือกระดับภาค ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 1 ณ โรงเรียนส่งเสริมพระพุทธศาสนา วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนักเรียนเข้าร่วมกว่า 1,300 คน

 

ที่มา : https://siampongsnews.blogspot.com/2017/08/blog-post_85.html

ขอขอบคุณ : ภาพ/ข่าว เว็บไซต์ข่าว siampongsnews

 

 


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend

ข่าวอื่นๆในหมวด
  "มส.และมจร"เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ถวายพระพรชัยมงคล  
  มส.เห็นชอบพิธีตักบาตร เจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ในหลวง ร. ๑๐ ด้านมจร.วังน้อย จัดที่อาคาร มวก. ๔๘ พรรษา  
  พระพรหมบัณฑิต แสดงปาฐกถาเรื่อง “ทิศทางการจัดการศึกษาของคณะครุศาสตร์ยุคดิจิตอล” เนื่องในงาน ๕๗ ปี คณะครุศาสตร์  
  "พระพรหมบัณฑิต"ยกเคส13ชีวิตหมูป่าติดถ้ำยุคดิจิตทัล สะท้อนจิตอาสาโลก  
  "ผู้บริหารคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นิสิต มจร"เจริญพระพุทธมนต์ส่งกำลังใจให้ทีมหมูป่า  
  "มจร"ลงนาม MOU ม.โปแลนด์ปั้นหลักสูตรร่วมสาขาสันติศึกษา  
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕