หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


หัวข้อข่าว
หน้าแรก
ข่าวมหาวิทยาลัย
ข่าวทั่วไป
ข่าวกิจกรรม
ข่าวอบรม
ข่าวสัมมนา/ประชุม
ข่าวคณะสงฆ์
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไทยสาร ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
ผู้จัดการ ออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์มติชน
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
Bangkok Post


ข่าวมหาวิทยาลัย
สลักหลินปิงติดโบสถ์หลวงพ่อปัญญา
วันที่ ๒๑/๑๒/๒๐๑๐ เข้าชม : ๙๘๔๔ ครั้ง

 

     คมชัดลึก : โบสถ์กลางน้ำ ปณิธาน “หลวงพ่อปัญญา” ใหญ่ที่สุดในโลก จุพระได้ 4,000 รูป แกะสลัก “หลินปิง” ติดบานประตูฐานโบสถ์ ภาพจิตรกรรมวาดเหตุการณ์ “สึนามิ” จารึกประวัติศาสตร์ไทยด้านในฐานโบสถ์ ใช้หินทรายเขียวแบบเดียวกับปราสาทหินนครวัดแกะสลักวัฒนธรรมไทยประดับรอบฐาน คาดเสร็จสมบูรณ์ในปี 2555 ใช้งบฯไปแล้ว 163 ล้านบาท

     ภายหลังพระพรหมมังคลาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์พระนักเทศน์ชื่อดังที่มีปณิธานแรงกล้าในการสร้างศาสนสถานให้คนรุ่นหลังได้จดจำ และได้ลั่นวาจาไว้ก่อนมรณภาพว่า “โบสถ์ไม่เสร็จ ไม่ยอมตาย” แต่ด้วยวัยชราภาพ  จึงมรณภาพลงเมื่อปี 2550 ก่อนที่อุโบสถจะแล้วเสร็จนั้น

      เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. พระธรรมวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการสร้างอุโบสถดังกล่าวว่า ตามที่หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ที่มีปณิธานก่อนที่จะมรณภาพว่า จะต้องสร้างอุโบสถกลางน้ำ ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ให้เสร็จก่อนที่จะมรณภาพ แต่ด้วยความชราภาพทำให้หลวงพ่อปัญญา ต้องมรณภาพลงในวันที่ 10 ต.ค. 2550 ก่อนที่อุโบสถดังกล่าวจะแล้วเสร็จ

      และอาตมาได้เข้ามารับช่วงเพื่อสานต่อปณิธานของหลวงพ่อ ซึ่งขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้ว 90% คาดว่าประมาณปี 2555 จะแล้วเสร็จ เพราะเหลือแต่เพียงภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถที่จะต้องใช้เวลาวาดประมาณ 20 เดือนเท่านั้น ซึ่งขณะนี้มีการใช้งบฯที่มาจากศรัทธาของพุทธศาสนิกชนไปแล้วประมาณ 163 ล้านบาท

      พระธรรมวิมลโมลี กล่าวอีกว่า อุโบสถนี้ออกแบบโดยนายภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติปี 2537 ประเภทสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) โดยรูปแบบของอุโบสถจะมีรูปแบบที่ต่างจากอุโบสถวัดอื่นๆ เพราะนอกจากจะเป็นอุโบสถกลางน้ำแล้ว ยังมีการสร้างให้มีลักษณะซ่อนรูป กล่าวคือ หากมองจากภายนอกจะเห็นว่าอุโบสถมีเพียงชั้นเดียว แต่ความจริงแล้วจะมีชั้นใต้ดินอยู่บริเวณใต้ลานของอุโบสถด้วยซึ่งสามารถจุพระสงฆ์ได้ถึง 4,000 รูป ขณะที่บริเวณโดยรอบฐานของอุโบสถด้านนอกจะใช้หินทรายเขียวซึ่งเป็นหินแบบเดียวกับที่ใช้สร้างปราสาทหินนครวัด ประเทศกัมพูชา มาแกะสลักเกี่ยวกับวัฒนธรรมของภาคต่างๆ

     ขณะที่ด้านข้างของฐานอุโบสถจะมีบานประตูซึ่งสามารถเปิดเข้าไปดูฐานอุโบสถด้านในได้ โดยที่บานประตูจะมีการสลักเป็นเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมีจุดที่น่าสนใจคือ มีการสลักเป็นรูปหมีแพนด้า “หลินปิง” ขณะอยู่ในอ้อมกอดของแม่ “หลินฮุ่ย” ด้วย ส่วนด้านในของฐานอุโบสถ จะเป็นภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเรื่อศีล 5 และภาพวาดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ที่เกิดในประเทศไทย เพื่อเป็นการจารึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของไทยไว้ด้วย ส่วนพระประธานในอุโบสถมีชื่อว่า พระรัตนโกสินทร์ทรงเครื่อง เป็นพระพุทธรูปปางปราบพระยาชมพูบดีหรือปางทรงเครื่อง ขณะที่บริเวณด้านหน้าของอุโบสถจะประดิษฐานรูปเหมือนของหลวงพ่อปัญญา ขนาดเท่าองค์จริง ส่วนศาลารายรอบอุโบสถจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันเกิด

       พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.)  กล่าวว่า อุโบสถแห่งนี้ถือว่าเป็นอุโบสถกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะสามารถจุพระสงฆ์ได้ถึง 4,000 รูป จุดเริ่มการก่อสร้างมาจากที่ หลวงพ่อปัญญา ต้องการสร้างศาสนสถานให้คนรุ่นต่อไปได้อัศจรรย์ใจ เพราะท่านเห็นว่าคนสมัยก่อนยังสร้างศาสนสถานได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจได้ ทำไมคนสมัยนี้จะทำบ้างไม่ได้

    "เมื่อปี 2548 หลวงพ่อปัญญา เดินทางมาที่มจร.วิทยาเขตวังน้อย เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารที่พักสงฆ์ที่ท่านอนุเคราะห์สร้างให้กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ท่านก็เห็นสระน้ำภายในมจร.และท่านก็บอกเลยว่าจะสร้างอุโบสถขึ้นกลางสระน้ำแห่งนั้น และเริ่มดำเนินการตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และเมื่ออุโบสถแล้วเสร็จ มจร.จะมีการสร้างวัดขึ้นในบริเวณดังกล่าวด้วย"อธิการบดีมจร. กล่าว

     ทั้งนี้เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 ธ.ค. พระธรรมวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี พร้อมด้วยพระธรรมโกศาจารย์ ได้เป็นประธานในพิธียกช่อฟ้าและฉลองอุโบสถกลางน้ำ ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเริ่มพิธี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่สมาทานศีล พระพรหมเทวี กรรมการมหาเถรสมาคม วัดไตรมิตรวิทยาราม ให้ศีล และนำคณะสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้วประธานฝ่ายฆราวาสพร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติร่วมถวายปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากนั้นพระธรรมวิมลโมลี พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมจร. และรองนายกรัฐมนตรี ได้เจิมแป้ง ปิดทอง ผูกผ้าสามสี และเชิญช่อฟ้าขึ้นประดิษฐานบนหลังคาอุโบสถ ท่ามกลางคณะศรัทธาญาติโยมจำนวนมากเข้าร่วมในพิธี

ที่มา; หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 21 ธันวาคม 2553

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ ข้อมูล

 

 


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend

ข่าวอื่นๆในหมวด
  มหาจุฬาฯ จัดอบรมพัฒนาเยาวชนวิถีพุทธต้นแบบ รุ่น ๔  
  มจร สัมมนาว่าที่พุทธศาสตร์บัณฑิต ออกปฏิบัติศาสนกิจทั่วประเทศ  
  อธิการบดี มจร.นำคณะตรวจเยี่ยมพระบัณฑิตอาสาบนพื้นที่สูง สนองพุทธดำรัส “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย ฯ”  
  อธิการ มจร’แนะครูวิถีพุทธยุคดิจิทัลต้องมี’3A’ ชี้สร้างคนด้วยไอทียังไม่สมบูรณ์หากขาดพัฒนาจิตวิญญาณ  
  เชิญร่วมฟังสัมมนา โดยครูอ้อย และ กาละแม  
  สถาบันภาษา เปิดรับสมัครอาจารย์เข้าอบรมพัฒนาทักษะการสอนภาษาอังกฤษ  
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕