หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


หัวข้อข่าว
หน้าแรก
ข่าวมหาวิทยาลัย
ข่าวทั่วไป
ข่าวกิจกรรม
ข่าวอบรม
ข่าวสัมมนา/ประชุม
ข่าวคณะสงฆ์
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไทยสาร ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
ผู้จัดการ ออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์มติชน
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
Bangkok Post


ข่าวมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาฯสมโภชพระประธาน ยกช่อฟ้า-พระอุโบสถกลางน้ำ
วันที่ ๒๖/๑๒/๒๐๑๐ เข้าชม : ๗๔๕๒ ครั้ง



มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ประกอบพิธีสมโภชพระประธานและยกช่อฟ้าอุโบสถกลางน้ำ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2553 เวลา 14.00 น.

มีพระธรรมวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ครั้นเริ่มพิธีการ นายสุเทพ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่สมาทานศีล พระพรหมเวที กรรมการมหาเถรสมาคม วัดไตรมิตรวิทยาราม ให้ศีล และนำคณะสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้วประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติร่วมถวายปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์

จากนั้นพระธรรมวิมลโมลี พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาจุฬาฯ และรองนายกรัฐมนตรี ได้เจิมแป้ง ปิดทอง ผูกผ้าสามสี และเชิญช่อฟ้าขึ้นประดิษฐานบนหลังคาอุโบสถ ท่ามกลางคณะศรัทธาญาติโยมจำนวนมากเข้าร่วมในพิธี

พระธรรมวิมลโมลี กล่าวถึงความคืบหน้าการสร้างอุโบสถ ว่า ตามที่พระพรหมมังคลาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ ได้มีปณิธานก่อนที่จะมรณภาพว่า จะต้องสร้างอุโบสถกลางน้ำ ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เสร็จก่อนที่จะมรณภาพ ถ้าอุโบสถไม่เสร็จ จะยังไม่ตาย



แต่ด้วยความชราภาพทำให้หลวงพ่อปัญญา ต้องมรณภาพลงอย่างสงบ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2550 ก่อนที่อุโบสถหลังนี้จะแล้วเสร็จ อาตมาจึงได้เข้ามารับช่วงเพื่อสานต่อปณิธานของหลวงพ่อ ซึ่งขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้วร้อยละ 90 คาดว่าประมาณปี 2555 จะแล้วเสร็จทั้งหมด จะเหลือแต่เพียงภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถที่จะต้องใช้เวลาวาดประมาณ 20 เดือน ซึ่งขณะนี้มีการใช้งบประมาณที่มาจากศรัทธาของพุทธศาสนิกชนไปแล้วประมาณ 163 ล้านบาท

พระธรรมวิมลโมลี กล่าวต่อว่า อุโบสถนี้ออกแบบโดยนายภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ ปี 2537 ประเภทสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) รูปแบบของอุโบสถจะมีรูปแบบที่ต่างจากอุโบสถวัดอื่นๆ เพราะนอกจากจะเป็นอุโบสถกลางน้ำแล้ว ยังมีการสร้างให้มีลักษณะซ่อนรูป

กล่าวคือ หากมองจากภายนอกจะเห็นว่าอุโบสถมีเพียงชั้นเดียว แต่ความจริงแล้วจะมีชั้นใต้ดินอยู่บริเวณใต้ลานของอุโบสถด้วย สามารถจุพระสงฆ์ได้ถึง 4,000 รูป



ขณะที่บริเวณโดยรอบฐานของอุโบสถด้านนอกจะใช้หินทรายเขียวซึ่งเป็นหินแบบเดียวกับที่ใช้สร้างปราสาทหินนครวัด ประเทศกัมพูชา มาแกะสลักเกี่ยวกับวัฒนธรรมของภาคต่างๆ

ทั้งนี้ ที่ด้านข้างของฐานอุโบสถจะมีบานประตูรายรอบ ที่บานประตูแต่ละบานจะมีการสลักเป็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มีจุดที่น่าสนใจ คือ มีการสลักเป็นรูปหมีแพนด้า 'หลินปิง' ขณะอยู่ในอ้อมกอดของแม่ 'หลินฮุ่ย' ส่วนด้านในของฐานอุโบสถ จะเป็นภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเรื่องศีล 5 และภาพวาดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ที่เกิดในประเทศไทย เพื่อเป็นการจารึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของไทยไว้ด้วย

ส่วนพระประธานในอุโบสถมีชื่อว่า "พระรัตนโกสินทร์ทรงเครื่อง" เป็นพระพุทธรูปปางปราบพระยาชมพูบดีหรือปางทรงเครื่อง ขณะที่บริเวณด้านหน้าของอุโบสถจะประดิษฐานรูปเหมือนของหลวงพ่อปัญญา ขนาดเท่าองค์จริง ส่วนศาลารายรอบอุโบสถจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันเกิด

ด้านพระธรรมโกศาจารย์ กล่าวว่า อุโบสถแห่งนี้ถือว่าเป็นอุโบสถกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะสามารถจุพระสงฆ์ได้ถึง 4,000 รูป จุดเริ่มการก่อสร้างมาจากที่หลวงพ่อปัญญาฯ ต้องการสร้างศาสนสถานให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้อัศจรรย์ใจ เพราะท่านเห็นว่าคนสมัยก่อนยังสร้างศาสนสถานได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจได้ ทำไมคนสมัยนี้จะทำบ้างไม่ได้

เมื่อปี 2548 หลวงพ่อปัญญา เดินทางมาที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ วังน้อย เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารที่พักสงฆ์ที่ท่านอนุเคราะห์สร้างให้กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ท่านก็เห็นสระน้ำภายในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ และท่านก็บอกเลยว่าจะสร้างอุโบสถขึ้นกลางสระน้ำแห่งนี้ และเริ่มดำเนินการตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อย่างไรก็ตาม เมื่ออุโบสถแล้วเสร็จ ทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จะสร้างวัดขึ้นอีก 1 แห่ง เนื่องจากนางทองเล็ก ไม้ตราวัฒนา และครอบครัว ได้มาถวายที่ดินเขตติดต่อกับอุโบสถให้กับทางมหาวิทยาลัย จำนวน 12 ไร่ และด้านข้างของมหาวิทยาลัยอีก จำนวน 3 ไร่ จึงขออนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสนี้

ที่มา; วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7332 ข่าวสดรายวัน หน้า 29
 

ฝ่ายประชาสัมพันธ์แลเผยแผ่/ข้อมูล


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend

ข่าวอื่นๆในหมวด
  มจร สัมมนาว่าที่พุทธศาสตร์บัณฑิต ออกปฏิบัติศาสนกิจทั่วประเทศ  
  อธิการบดี มจร.นำคณะตรวจเยี่ยมพระบัณฑิตอาสาบนพื้นที่สูง สนองพุทธดำรัส “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย ฯ”  
  อธิการ มจร’แนะครูวิถีพุทธยุคดิจิทัลต้องมี’3A’ ชี้สร้างคนด้วยไอทียังไม่สมบูรณ์หากขาดพัฒนาจิตวิญญาณ  
  เชิญร่วมฟังสัมมนา โดยครูอ้อย และ กาละแม  
  สถาบันภาษา เปิดรับสมัครอาจารย์เข้าอบรมพัฒนาทักษะการสอนภาษาอังกฤษ  
  ผู้บริหาร มจร รับมอบประกาศเกียรติคุณให้เป็นศิษย์​สื่อสารการเมืองดีเด่น​  
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕