หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


หัวข้อข่าว
หน้าแรก
ข่าวมหาวิทยาลัย
ข่าวทั่วไป
ข่าวกิจกรรม
ข่าวอบรม
ข่าวสัมมนา/ประชุม
ข่าวคณะสงฆ์
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไทยสาร ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
ผู้จัดการ ออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์มติชน
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
Bangkok Post


ข่าวมหาวิทยาลัย
ผู้บริหาร มจร ถวายสักการะสมเด็พระพุฒาจารย์
วันที่ ๑๑/๐๑/๒๐๑๑ เข้าชม : ๙๖๓๔ ครั้ง

 

   วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 11 มกราคม 2554; พระธรรมโกศาจาราย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นำคณะผู้บริหารเข้าถวายสักการะ เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สเด็จพระสังฆราช ซึ่งคณะสงฆ์และพุทธศานสนิกชนร่วมจัดงานอายุวัฒนมงคล ขึ้นที่พระอุโบสถวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ได้นำคณะสงฆ์และนักวิจัยจาก 22 ประเทศที่เดินทางมาร่วมงานวิจัยนานาชาติ ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ระหว่างวันที่ 8-10 มกราคมที่ผ่านมาเข้าถวายสักการะและมีพระเถรานุเถระพร้อมพุทธศานิกชนจากทั่วประเทศหลั่งไหลมาถวายสักการะอยากท่วมท้น ด้วยความปิติยินดีที่ได้เข้าพบท่าน

ประวัติ

      ปัจจุบันเจ้าประคุณสมเด็จฯ สิริอายุ 83 ปี พรรษา 62 ดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก แม่กองงานพระธรรมทูต และเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นามเดิมว่า เกี่ยว นามสกุล โชคชัย เกิดเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ปีพ.ศ. 2471 ณ บ้านเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนบุตร 6 คน ของนายฮุ้ยเลี้ยน แซ่โหย้ (เลื่อน โชคชัย) และนางยี แซ่โหย้ (ยี โชคชัย) มีอาชีพทำสวน

          สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนประจำหมู่บ้าน จากนั้นเตรียมตัวจะไปเรียนต่อยังโรงเรียนในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี แต่เกิดป่วย บิดามารดาจึงบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า จะให้บวชเป็นสามเณรถ้าหายป่วย ดังนั้นเมื่อหายป่วยบิดามารดาจึงนำไปบรรพชาเป็นสามเณรเป็นการแก้บน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ปีพ.ศ. 2484 ณ วัดสว่างอารมณ์ ต.บ่อผุด โดยมีเจ้าอธิการพัฒน์ เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยจะบวชเพียง 7 วันเท่านั้น แต่เมื่อบวชแล้วเกิดเปลี่ยนใจ ไม่คิดจะลาสึกตามที่เคยตั้งใจไว้ โยมบิดามารดาจึงพาไปฝากกับหลวงพ่อพริ้ง (พระครูอรุณกิจโกศล) เจ้าอาวาสวัดแจ้ง ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

          ต่อมา หลวงพ่อพริ้งได้นำมาฝากไว้กับพระอาจารย์เกตุ คณะ 5 ณ วัดสระเกศ กรุงเทพฯ ช่วงเดียวกันกับการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ ถูกเครื่องบินทิ้งระเบิด หลวงพ่อพริ้งจึงได้รับตัวกลับไปสุราษฎร์ธานีพาไปฝากท่านอาจารย์มหากลั่น ที่ ต.พุมเรียง อ.ไชยาครั้นเมื่อสงครามสงบลง หลวงพ่อพริ้งได้พากลับมาที่วัดสระเกศอีกครั้งหนึ่ง แต่ท่านอาจารย์เกตุที่เคยรับไว้ตอนแรก ได้ลาสิกขาไปแล้ว หลวงพ่อพริ้งจึงพาไปฝากกับพระครูปลัดเทียบ ที่ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระธรรมเจดีย์ และเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

          เมื่อเป็นสามเณรศึกษาพระปริยัติธรรม สอบได้ทั้งนักธรรมชั้นเอก และเปรียญธรรม 5 ประโยค และอุปสมบท เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ปีพ.ศ. 2492 ณ วัดสระเกศ โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อยู่ ญาโณทยมหาเถระ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมวโรดม ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์การศึกษาภาษาบาลีก้าวหน้ามาก สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค อันเป็นประโยคสูงสุด ในปีพ.ศ. 2497 ผู้ที่สอบได้พร้อมกับท่านในครั้งนั้นมี 2 รูป (อีกรูปคือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์) ทั้งสองรูปนี้อยู่ในกลุ่มพระเจ้าห้าพระองค์ที่เป็นศิษย์เอกของ น.อ.แย้ม ประพัฒน์ทอง ป.ธ. 9 อนุศาสนาจารย์กองทัพอากาศ อาจารย์ผู้สอนบาลีชั้นนำอีกด้วยผู้ที่สอบได้ประโยค 9 และได้รับฉายา พระเจ้าห้าพระองค์ จากอาจารย์แย้มผู้สอนประโยค 9 นั้นมีชื่อเดิมว่า เกี่ยว นิยม พลอย ช้อย ช่วง แต่ละรูปเจริญเติบโตในสมณศักดิ์สูงทุกรูป คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว ได้ประโยค 9 พ.ศ. 2497) สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสสโร ได้ประโยค 9 พ.ศ. 2498) สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ ได้ประโยค 9 พ.ศ. 2497) พระวิสุทธิวงศาจารย์ (พลอย ญาณสํวโร ได้ประโยค 9 พ.ศ. 2496 มรณภาพปี 2547 อายุ 84 ปี ขณะที่เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏ เจ้าอาวาสวัดเทพธิดาราม) ส่วนพระเทพวิสุทธิโมลี (ช้อย ได้ประโยค 9 พ.ศ. 2500 เป็นเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ และรองเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี มรณภาพเมื่อปีพ.ศ. 2547 อายุ 69 ปี

สมณศักดิ์
          เจ้าประคุณสมเด็จฯ เติบโตในสมณศักดิ์รวดเร็ว เป็นราชาคณะชั้นสามัญที่ พระเมธีสุทธิพงศ์ พ.ศ. 2501 เป็นชั้นราชที่ พระราชวิสุทธิเมธี พ.ศ. 2505 ป็นชั้นเทพที่ พระเทพคุณาภรณ์ พ.ศ. 2507 เป็นชั้นธรรมที่ พระธรรมคุณาภรณ์ พ.ศ. 2514 เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะที่ พระพรหมคุณาภรณ์ พ.ศ. 2516 และได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ พ.ศ. 2533 เมื่ออายุ 62 ปีเท่านั้น

งานด้านวิชาการและการบริหาร 
          สมเด็จพระพุฒาจารย์เริ่มงานด้านวิชาการและการบริหารคณะสงฆ์มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2494 เริ่มจากเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมก่อน จากนั้นเป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง เป็นกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง เป็นกรรมการพิเศษแผนกตรวจสำนวนแปลวินัยปิฎก ฉบับ พ.ศ. 2500 ของคณะสงฆ์ และได้ไปร่วมประชุมฉัฏฐสังคายนา ณ ประเทศพม่า ในปีพ.ศ. 2498 ด้วย

          หน้าที่การงานที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ท่านดำรงตำแหน่งและหน้าที่มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2500 โดยเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาบาลี ต่อมาได้เลื่อนเป็นหัวหน้าแผนกภาษาบาลี และเป็นอาจารย์สอนพระสูตร และหัวหน้าแผนกคณะพุทธศาสตร์ เป็นผู้ช่วยอธิการบดี และเป็นหัวหน้าแผนกธรรมวิจัย จนกระทั่งเป็นเลขาธิการ

          ด้านการปกครองเคยดำรงเป็นเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เจ้าคณะภาค 9 (เขตปกครองจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด) และเจ้าคณะภาค 10 (เขตปกครองจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ นครพนม ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ) พ.ศ. 2514 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ พ.ศ. 2516 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม พ.ศ. 2532 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก

ปฏิบัติหน้าที่สังฆราช

          เมื่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระอาการประชวร และประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มาตั้งแต่ต้นปีพ.ศ. 2545 ทำให้ทรงงานพระศาสนาไม่สะดวก มหาเถรสมาคมจึงมีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้เจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เมื่อต้นปี 2547 เมื่อเวลาการแต่งตั้งได้สิ้นสุดลง ที่ประชุมมหาเถรสมาคมจึงมีมติให้มีคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อบริหารกิจการคณะสงฆ์ เจ้าประคุณสมเด็จฯ ในฐานะพระเถระที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ได้รับเลือกให้ เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช 

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่/ข่าว/ภาพ


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend

ข่าวอื่นๆในหมวด
  มจร สัมมนาว่าที่พุทธศาสตร์บัณฑิต ออกปฏิบัติศาสนกิจทั่วประเทศ  
  อธิการบดี มจร.นำคณะตรวจเยี่ยมพระบัณฑิตอาสาบนพื้นที่สูง สนองพุทธดำรัส “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย ฯ”  
  อธิการ มจร’แนะครูวิถีพุทธยุคดิจิทัลต้องมี’3A’ ชี้สร้างคนด้วยไอทียังไม่สมบูรณ์หากขาดพัฒนาจิตวิญญาณ  
  เชิญร่วมฟังสัมมนา โดยครูอ้อย และ กาละแม  
  สถาบันภาษา เปิดรับสมัครอาจารย์เข้าอบรมพัฒนาทักษะการสอนภาษาอังกฤษ  
  ผู้บริหาร มจร รับมอบประกาศเกียรติคุณให้เป็นศิษย์​สื่อสารการเมืองดีเด่น​  
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕