หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


หัวข้อข่าว
หน้าแรก
ข่าวมหาวิทยาลัย
ข่าวทั่วไป
ข่าวกิจกรรม
ข่าวอบรม
ข่าวสัมมนา/ประชุม
ข่าวคณะสงฆ์
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไทยสาร ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
ผู้จัดการ ออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์มติชน
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
Bangkok Post


ข่าวมหาวิทยาลัย
อธิการบดีมจร.ย้ำผลงานวิจัยต้องเผยแพร่ อึ้ง ชาวพุทธยังเชื่อทำกรรมแก้ได้
วันที่ ๒๙/๐๘/๒๐๑๒ เข้าชม : ๕๔๕๙ ครั้ง

    ที่ห้องประชุม มวก.๘๔ พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 26 ส.ค. พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมจร. กล่าวในพิธีเปิดการสัมมนาผลงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ดีเด่นประจำปี 2555 ว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ได้รวบรวมองค์ความรู้ใหม่จากผลงานวิจัยให้สังคมได้รับรู้และถือเป็นหน้าที่ของบัณฑิตวิทยาลัยและสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ที่ต้องเผยแพร่งานวิจัยวิทยานิพนธ์ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ถ้าเก็บไว้ในตู้ก็จะอยู่แค่นั้น ซึ่งไม่ใช่เป็นการโฆษณาแต่ของดีต้องเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์ อย่ามักน้อยต่อการทำความดี ฝ่ายผู้ทำวิทยานิพนธ์ก็ต้องทำวิจัยเพิ่มขึ้นๆ เมื่อทำแล้วอย่าเก็บไว้รู้เฉพาะตน แต่ต้องประกาศเผยแพร่ให้ปรากฏถึงเป็นเรื่องที่ดียิ่งต่อการจัดงาน ทั้งบัณฑิตวิทยาลัยและสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์มีภารกิจที่จะขอฝากไว้ก็คือ ต้องให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งยุคนี้และยุคต่อๆ ไป ให้เป็นเป้าหมายสูงสุด ความสำเร็จในวันนี้ ขั้นนี้ นับเป็นความสำเร็จขั้นสถาบัน ในระดับบัณฑิตศึกษา แต่ความสำเร็จในอนาคตต้องให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยจึงจะถือว่าเราได้ทำภารกิจของสถาบันวิจัยสำเร็จสมบูรณ์

       ทั้งนี้ หนึ่งในผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลสะท้อนให้เห็นถึงความไม่รู้จริงในหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาและความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องกรรมของพุทธศาสนิกชนชาวไทย โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้เป็นอย่างมากคือ ผลวิจัย เรื่อง “หลักกรรมทางพระพุทธศาสนาในวิถีชีวิตของสังคมไทย”  โดยนายวุฒินันท์ กันทะเตียน นักศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ หนึ่งในคณะนักวิจัย กล่าวว่า  ผลงานวิจัยเรื่องดังกล่าวได้ทำการสุ่มสำรวจความเห็นจากพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ จำนวน 1,110 คน พบว่าร้อยละ 90.2 ยังมีความเชื่อเรื่องกรรมดีกรรมชั่ว ขณะที่ร้อยละ 66.5 เชื่อว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” ส่วนร้อยละ 18.2 เชื่อว่า “ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป”  และเมื่อถามถึงความเชื่อและการปฏิบัติเรื่องกรรมในชีวิตประจำวันพบว่า เรื่องที่พุทธศาสนิกชนเชื่อมากที่สุดถึงร้อยละ 79 คือผลกรรมจากการรังแกสัตว์ การเบียดเบียนผู้อื่นทำให้มีโรคภัย
        นายวุฒินันท์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อถามถึงเรื่องการตัดกรรม หรือการทำให้กรรมในอดีตหมดไปนั้น พบว่าร้อยละ 51.4 ไม่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ในขณะเดียวกันยังมีพุทธศาสนิกชนถึงร้อยละ 19 ที่มีความเชื่อเรื่องการตัดกรรม นอกจากนี้จากการสำรวจยังพบด้วยว่าพุทธศาสนิกชนร้อยละ 30.6 เชื่อเรื่องคนที่มีญาณวิเศษ สามารถสแกนกรรม หรือสำรวจกรรมได้ ส่วนร้อยละ 35.7 ไม่เชื่อ  ขณะที่ยังมีพุทธศาสนิกชนสูงถึงร้อยละ 31.5 ที่เชื่อว่าใครๆ ก็สามารถบรรลุนิพพานได้ในชาตินี้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกรรมในอดีตชาติ ส่วนผู้ที่ไม่เชื่อมีร้อยละ 38.8 และที่น่าตกใจคือ จากผลการสำรวจพบว่ามีพุทธศาสนิกชนถึงร้อยละ 21.1 เชื่อว่าการทำชั่ว เช่น การทุจริต ฉ้อโกง หรือการคอรัปชั่น สามารถลดทอนกรรมได้ด้วยการทำบุญบริจาค ส่วนกิจกรรมหรือพฤติกรรมที่เลือกปฏิบัติที่เชื่อว่าเพื่อลดกรรม 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 สนทนาธรรมกับพระสงฆ์ ร้อยละ 25.5 อันดับ 2 ถวายสังฆทาน ร้อยละ 21.8 อันดับ 3 ให้ทานแก่คนขอทานร้อยละ  21.1 อันดับ 4 ถือศีลในวันพระ ร้อยละ 20.8  และอันดับ 5 บวชชีพราหมณ์ ร้อยละ 12.1
      ด้านพระสุธีธรรมานุวัตร หัวหน้าโครงการวิจัย เรื่อง หลักกรรมทางพระพุทธศาสนาในวิถีชีวิตของสังคมไทย  กล่าวว่า ผลการวิจัยดังกล่าว สะท้อนพฤติกรรมคนไทยในปัจจุบัน ที่แม้จะเชื่อเรื่องกรรม แต่มีมุมมองเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งไม่ถูกต้อง ทำให้ประเทศไทยได้ชื่อว่ามีการทำนุบำรุงพุทธศาสนามากที่สุดในโลก และมีขอทานจำนวนมาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่นิยมทำบุญด้วยการให้ทาน เพราะคิดว่าเป็นการก่อกรรมดีจะมีส่วนช่วยทุเลาผลของกรรมชั่วที่ได้กระทำทั้งปัจจุบันและอดีตชาติ ซึ่งตามหลักพุทธศาสนา สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว หากทุจริต ฉ้อโกง แล้วทำเงินไปบริจาค ก็ถือว่าทรัพย์ที่ได้มาไม่บริสุทธิ์ ย่อมไม่ได้อานิสงส์จากการทำบุญไม่เหมือนกับทรัพย์ที่หามาได้โดยการประกอบอาชีพโดยสุจริตแน่นอน

 

ที่มา หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 27 สิงหาคม 2555

โดย ณรงค์   หนูเชื้อ

 


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend

ข่าวอื่นๆในหมวด
  วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มจร เปิดรบสมัคร ปริญญาเอก ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๑๔ ต.ต. ๒๕๕๗    
  พระครูปริยัติรัตนาภรณ์ เป็นประธานมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร “การใช้งานโปรแกรมสำนักงานสมัยใหม่”    
  สกว.ยกลำพูนนำร่องวิจัยท้องถิ่นเชิงพุทธ  
  ผู้นำศาสนาเตรียมผนึกกำลังสร้างขันติทางศาสนาในประชาคมอาเซียน  
  ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาวิจัยพระพุทธศาสนานานาชาติ ครั้งที่๖  
  มหาจุฬาฯเปิดวิทยานิพนธ์ดีเด่น ค่านิยมทางสังคม-ศัลยกรรมความงามในเชิงพุทธ  
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕