หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


หัวข้อข่าว
หน้าแรก
ข่าวมหาวิทยาลัย
ข่าวทั่วไป
ข่าวกิจกรรม
ข่าวอบรม
ข่าวสัมมนา/ประชุม
ข่าวคณะสงฆ์
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไทยสาร ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
ผู้จัดการ ออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์มติชน
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
Bangkok Post


ข่าวมหาวิทยาลัย
มุทิตาสักการะ "พระพรหมบัณฑิต"
วันที่ ๐๒/๑๒/๒๐๑๒ เข้าชม : ๑๔๐๘๖ ครั้ง

 

พรหมบัณฑิต

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา 00:00 น.

เป็นประเพณีมานับร้อยปีแล้วว่าในวันเฉลิมพระชนมพรรษานอกจากจะมีการบำเพ็ญพระราชกุศลคือทำบุญแล้วจะทรงทำทาน คือ พระราชทานยศถาบรรดาศักดิ์แก่ข้าราชการ สถาปนาสมณศักดิ์พระภิกษุ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และพระราชทานเงินสงเคราะห์ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุด้วย
   
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง การพระราชทานยศถาบรรดาศักดิ์แก่ข้าราชการเป็นอันยุติไป ส่วนเรื่องอื่นยังปฏิบัติกันอยู่ วันเฉลิมพระชนมพรรษาปีนี้ข่าวออกมาแล้วว่าโปรดพระราชทานตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์พระภิกษุผู้ทำคุณประโยชน์หลายรูป
   
ปีนี้ไม่มีการสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะ เพราะสมเด็จในฝ่ายมหานิกาย 4 รูป ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย 4 รูป เป็น 8 รูป ตั้งไว้เต็มหมดแล้ว แต่มีการขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์พระราชาคณะเป็นชั้นหิรัญบัฏหรือจารึกชื่อในแผ่นเงินชั้นรองสมเด็จพระราชาคณะในฝ่ายมหานิกายแทนตำแหน่งที่ว่างรูปหนึ่งคือเลื่อนพระธรรมโกศาจารย์ วัดประยุรวงศาวาสเป็นพระพรหมบัณฑิต
   
สมณศักดิ์ชั้นหิรัญบัฏ ชั้นรองสมเด็จพระราชาคณะนั้นมีอยู่จำกัด สมัยก่อนมีแค่พระพิมลธรรม พระธรรมวโรดม พระพรหมมุนี และพระอุบาลีคุณูปมาจารย์เท่านั้น ต่อมาจึงเพิ่มราชทินนามอื่นมากขึ้น ใครมาถึงชั้นนี้ก็แปลว่าจวนถึงชั้นสมเด็จแล้วละครับ
   
“ยศช้าง ขุนนางพระ” เป็นสำนวนใช้เรียกช้างหลวงและพระภิกษุที่ได้รับยศถาบรรดาศักดิ์ แม้ได้ก็สักแต่ว่าได้ เป็นเรื่องบ้านเมือง เอาธรรมเนียมทางโลกไปใส่ให้ ช้างและพระไม่ซู่ซ่าเหมือนเวลาพวกเราได้ยศถาบรรดาศักดิ์หรอกครับ ช้างจะเป็นคุณพระเศวตหรือเจ้าพระยาไชยานุภาพ พระจะเป็นพระครู เจ้าคุณชั้นสามัญ ชั้นราช ชั้นเทพ ชั้นธรรม ชั้นพรหม หรือชั้นสมเด็จ ก็เป็นช้างเป็นพระอยู่นั่นเอง ช้างนั้นไม่รู้สึกรู้สาแน่ ส่วนพระก็ไม่ควรยินดียินร้ายจนออกนอกหน้า ควรถือว่าได้ก็ดีเป็นโอกาสที่จะได้ทำประโยชน์เพิ่มขึ้น ต่อไปคนจะมาฟังธรรมมากขึ้นเท่านั้น แต่เรื่องอย่างนี้คนใกล้ชิดย่อมพลอยตื่นเต้นยินดีเป็นธรรมดา ยินดีกับช้างไม่รู้ว่าเรียกอะไร แต่ถ้ายินดีกับพระจะเรียกว่า “มีมุทิตาจิต” ต่อท่าน
   
ผมเองเห็นจะอดกลั้นไว้ไม่มีมุทิตาจิตอันใดกับเจ้าคุณพระธรรมโกศาจารย์ที่ได้เลื่อนเป็นพระพรหมบัณฑิตในปีนี้ไม่ได้หรอกครับ เดิมท่านเป็นชาวสุพรรณเหมือนพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ) ชื่อพระมหาประยูร ธัมมจิตโต เปรียญธรรม 9 ประโยค ซึ่งเก่งมากเพราะสอนได้ตั้งแต่เป็นสามเณร เป็นนาคหลวงอุปสมบทเป็นพระแล้วท่านก็ยังใผ่เรียน มีบุคลิกดี พูดจาเป็นหลักเป็นฐานไพเราะน่าฟัง ความรู้ดีเรียนจบปริญญาโทและเอกจากมหาวิทยาลัยเดลี ประเทศอินเดีย มีความรู้ทางภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสดีมาก แล้วยังรอบรู้เลยไปถึงปรัชญา การปกครอง สังคมวิทยา การบริหารจัดการอีกด้วย ส่วนเรื่องทางพระพุทธศาสนาและศาสนาเปรียบเทียบนั้นไม่ต้องพูดถึง
   
ตอนผมเริ่มรู้จักท่านใหม่ ๆ ท่านยังเป็นพระมหาประยูร พระหนุ่มวัย 30 ปี ยังไม่ได้เป็นเจ้าคุณเลย เวลาผมไปบรรยายหรืออภิปรายที่ไหนมักเห็นท่านนั่งฟังอยู่แถวหน้า ตอนให้ถาม คำถามของท่าน “เด็ดมาก” แสดงถึงความตั้งใจจริง ตั้งใจดีต่อวงการพุทธศาสนา ทั้งมีข้อเสนอแนะที่แยบคายหลักแหลม ในการอภิปรายที่พุทธมณฑลคราวหนึ่ง ท่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่งฟังท่านแนะมาจากข้างล่างแล้วกระซิบกับอาจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ คุณหญิงเต็มศิริ บุณยสิงห์ และผมบนเวทีว่า “คอยดูนะ พระมหาหนุ่มรูปนี้ฝากศาสนาไว้กับท่านได้ ผมเห็นจะตายตาหลับ”
   
คุณหญิงเต็มศิริไปไกลกว่านั้นอีก กระซิบตอบว่า “ทำอย่างไรจึงจะให้พระหนุ่ม ๆ ความคิดดี ๆ ทันสมัยทันโลกทันคนอย่างนี้ได้มีโอกาสเป็นผู้บริหารพระศาสนาสูง ๆ กับเขาบ้าง ว่าแต่ว่าใครรู้จักท่านช่วยไปนิมนต์ให้ท่านอยู่ไปให้นานที่สุด ใครอย่าบังอาจไปสึกท่านเป็นอันขาด ดิฉันแช่งให้ตกนรกไม่รู้ผุดรู้เกิดด้วย”
   
จากวันนั้น พระมหาประยูรท่านก็เจริญก้าวหน้าในวงการคณะสงฆ์มาเป็นลำดับและรวดเร็วจนได้เป็นเจ้าคุณเป็นเจ้าอาวาสวัดประยุรเป็นเจ้าคณะภาค 2 ได้ปริญญากิตติมศักดิ์จากหลายแห่ง บรรยายธรรมได้สาระทันสมัยและคล่องแคล่วทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษชนิดเถียงกับฝรั่งได้ ที่ผมดีใจมากคือท่านได้เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงฆ์ เพราะท่านจะได้เป็นแม่แบบให้พระอื่นเก่งตามท่านไปด้วย อีกคราวหนึ่งท่านได้เป็นราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์และเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ว่าไปแล้วก็ระดับนั่งอยู่ใน ครม.สงฆ์เชียวล่ะ แต่จะทำอะไรได้ขนาดไหนยังไม่รู้ เพราะวงการปกครองคณะสงฆ์ท่านก็ถืออาวุโสและธรรมเนียมปฏิบัติเดิม ๆ อยู่มาก!
   
ขนาดเคยนั่งอยู่ใน ครม.คฤหัสถ์ ผมก็เห็นแล้วว่ามิใช่จะทำอะไร หรือคิดใหม่ทำใหม่ตามใจปรารถนาไปได้ทุกเรื่อง!
   
พระพรหมบัณฑิต รองสมเด็จพระราชาคณะรูปใหม่นี้ วงการคณะสงฆ์รู้จักท่านดีอยู่แล้ว แต่ท่านก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าในวงการบ้านเมือง ท่านนี่แหละครับที่เป็นโต้โผจัดงานวิสาขบูชาโลก เชิญนักปราชญ์ทางพุทธศาสนาและพระผู้ใหญ่ทั่วโลกมาประชุมร่วมกันในประเทศไทยหลายหน จนรัฐบาลไทยพลอยได้หน้าไปด้วยหลายชุดแล้ว เวลานี้หลักสูตรอบรมดัง ๆ ที่ไหนที่คนวิ่งเต้นขอเข้าเรียนแทบจะขี่คอกัน ก็ได้ท่านนี่แหละเป็นผู้บรรยาย เรื่อง “ภาวะผู้นำ” “คุณธรรมของนักบริหาร” “คุณธรรมของคนดี” หนังสือหนังหาท่านก็แต่งไว้ร่วมร้อยเรื่อง
   
ราชทินนาม “ธรรมโกศาจารย์” นั้นปกติแล้วจะตกได้แก่พระนักปราชญ์เท่านั้น ไม่ใช่พระปลุกเสกพระเกจิ เช่น พระธรรมโกศาจารย์ วัดราษฎร์บำรุง ชลบุรี ท่านพุทธทาส ท่านเจ้าคุณปัญญา มาวันนี้ท่านได้เป็นทั้ง “พระ” “พรหม” และเป็นทั้ง “บัณฑิต” แล้วด้วยความเหมาะสม สาธุ!
   
ขอบพระเดชพระคุณคณะสงฆ์ที่เห็นประโยชน์ของพระเก่ง ๆ และส่งเสริมให้พระเช่นนี้ได้ทำงานใหญ่ ๆ ระดับนานาชาติ เป็นเกียรติเป็นศรีแก่พระศาสนาและประเทศไทย.
    ในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้ ขออาราธนาและเชิญพระเถรานุเถระ พุทธศาสนิกชน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ นิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เข้าถวายมุทิตาสักการะแด่พระเดชพระคุณ ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ พระอุโบสถวัดประยุรวงศาวาส ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ นเป็นต้นไป.

 

กำหนดการ

พิธีต้อนรับพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ

พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.๙, พธ.บ., Ph.D.)

ศาสตราจารย์, ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์, กรรมการมหาเถรสมาคม,

เจ้าคณะภาค ๒,  เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร 

 อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

วันพุธที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕  

ณ พระอุโบสถวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

.................................

 

วันพุธที่ ๕  ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔  

      เวลา    ๐๗.๐๐ .   ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสามเณรวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (ทั้งวัด)

      เวลา    ๐๘.๐๐ .   บำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน อุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาสและบุรพาจารย์ผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

      เวลา    ๑๑.๐๐ .   ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสามเณรวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

      เวลา    ๑๑.๐๐ .  พระธรรมโกศาจารย์ และคณะผู้ติดตาม ออกเดินทางไปยังพระที่นั่งอมรินวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง

      เวลา    ๑๕.๐๐ .   คณะสงฆ์วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  และผู้มีเกียรติ พร้อมกันณ มณฑลพิธีวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

     -   ข้าราชการชุดปกติขาวและผู้มีเกียรติ ลงเรือออกเดินทางจากท่าเรือหน้าวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารไปยังท่าเรือราชวรดิษฐ์ รอเตรียมพร้อมเข้าขบวนแห่

       เวลา   ๑๕.๓๐ .   คณะสงฆ์วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  และผู้มีเกียรติ พร้อมกันณ พระอุโบสถและมณฑลพิธีวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

          เวลา  ๑๖.๐๐   .  พิธีต้อนรับพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ

         -   พระพรหมบัณฑิต  (ประยูร ธมฺมจิตฺโต)  พร้อมคณะออกเดินทางจากท่าเรือราชวรดิษฐ์ มายังยังท่าเรือหน้าวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

           -   คณะสงฆ์วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  และผู้มีเกียรติ และวงดุริยางค์ตั้งขบวนแห่สัญญาบัตรพัดยศ จากท่าหน้าวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารเมายังพระอุโบสถวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

           -   พระพรหมบัณฑิต  (ประยูร ธมฺมจิตฺโต)  เดินทางเข้าสู่พระอุโบสถ

และจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

           -   ศาสนพิธีกรอารธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล           

        -   ฯพณฯ พงศ์เทพ เทพกาญจนา   รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานในพิธีฝ่ายคฤหัสถ์อ่านพระบรมราชโองการสถาปนาพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญ บัฏ  ที่ พระพรหมบัณฑิต-   พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน ๑๒ รูป เจริญชัยมงคลคาถา

           -   ถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมแด่ประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์

            -   เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม ประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์

ประทานสัมโมทนียกถา

            -   พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ทั้งนั้นอนุโมทนา

         -   คณะสงฆ์ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผู้มีเกียรติ  และศิษยานุศิษย์ถวายมุทิตาสักการะ

           -   เป็นอันเสร็จพิธี

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555

ข้อมูล: สมหมาย  สุภาษิต

ภาพ;  พระมหาสุกรี  สุจิตฺโต


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend

ข่าวอื่นๆในหมวด
  มหาจุฬาฯ จัดอบรมพัฒนาเยาวชนวิถีพุทธต้นแบบ รุ่น ๔  
  มจร สัมมนาว่าที่พุทธศาสตร์บัณฑิต ออกปฏิบัติศาสนกิจทั่วประเทศ  
  อธิการบดี มจร.นำคณะตรวจเยี่ยมพระบัณฑิตอาสาบนพื้นที่สูง สนองพุทธดำรัส “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย ฯ”  
  อธิการ มจร’แนะครูวิถีพุทธยุคดิจิทัลต้องมี’3A’ ชี้สร้างคนด้วยไอทียังไม่สมบูรณ์หากขาดพัฒนาจิตวิญญาณ  
  เชิญร่วมฟังสัมมนา โดยครูอ้อย และ กาละแม  
  สถาบันภาษา เปิดรับสมัครอาจารย์เข้าอบรมพัฒนาทักษะการสอนภาษาอังกฤษ  
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕