หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU

หน้าหลัก » วรรษมน อรุณพงศ์ไพบูลย์
 
เข้าชม : ๒๐ ครั้ง
การศึกษาวิธีการเผยแผ่วิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน ๔ แบบพองหนอ ยุบหนอ
ชื่อผู้วิจัย : วรรษมน อรุณพงศ์ไพบูลย์ ข้อมูลวันที่ : ๑๖/๐๒/๒๐๑๗
ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(ธรรมนิเทศ)
คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ :
  บุญเลิศ โอฐสู
  ชญาน์นันท์ หนูไชยะนันท์
  -
วันสำเร็จการศึกษา : ๒๕๕๙
 
บทคัดย่อ

 

บทคัดย่อ

 

    วิทยานิพนธ์เรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญ ๓ ประการ ได้แก่ (๑) เพื่อศึกษาวิธีการเผยแผ่วิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ในพระไตรปิฎกและคัมภีร์อรรถกถา ๔ (๒) เพื่อศึกษาวิธีการเผยแผ่วิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ในยุคปัจจุบัน แบบพองหนอ ยุบหนอ (๓) เพื่อวิเคราะห์วิธีการเผยแผ่วิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน ๔ แบบพองหนอ ยุบหนอ  

    ผลการวิจัยพบว่า จุดมุ่งหมายสำคัญของการเผยแผ่พระพุทธศาสนา คือ การพัฒนาจิตของผู้ปฏิบัติให้เป็นผู้ที่ดำรงชีวิตด้วยสัมมาทิฎฐิ โดยการนำหลักพุทธธรรมมาปฏิบัติเพื่อให้เกิด
โลกุตรปัญญา โดยมีจุดมุ่งหมายคือ พระนิพพาน ในการเผยแผ่ธรรมต้องคำนึงถึงหลักพระสัทธรรม ๓ ประการ คือ ปริยัติธรรม ปฏิบัติธรรม
และปฏิเวธธรรม จะเห็นได้ว่าการศึกษาธรรมะโดยวิธีการต่าง ๆ (ปริยัติธรรม) หรือการศึกษาทางโลกขั้นสูงสุด โดยปราศจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับชีวิต จะไม่สามารถนำปัญญาทางโลกที่ได้ศึกษามาแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน (ปฏิบัติธรรม) เท่านั้นที่จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติสามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้จริง
ผู้ปฏิบัติจะเห็นผลของการปฏิบัติอย่างแจ่มแจ้ง (ปฏิเวธธรรม) ชัดเจนด้วยตนเอง
มีความเข้าใจธรรมะอันลึกซึ้งของพระพุทธเจ้าได้อย่างแท้จริง ทำให้เกิดปัญญาที่นำไปใช้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้

    พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน ๔ เป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้มนุษย์สามารถพัฒนาศักยภาพจิตให้เป็นจิตที่มีคุณภาพสูงสุดในทางพระพุทธศาสนา และมีชีวิตที่เป็นอิสระต่อวัตถุภายนอกได้ ถ้าขาดการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแล้วมนุษย์ก็ยังคงหลงทางอย่างไม่สิ้นสุด ไม่สามารถเอาชนะกิเลสคือ ความโลภ ความโกรธ ความหลงได้ เพราะกำลังของสติมีน้อยเกินไป การจะเพิ่มกำลังเพื่อจะเอาชนะกิเลสได้นั้น ต้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยการใช้
สติและปัญญาพิจารณา รูป นาม สภาวธรรมทาง กาย เวทนา จิต ธรรม ตามความเป็นจริง ว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ตัวตนเราเขา การกำหนด รูป นาม ในขณะปัจจุบัน
จะทำให้กำลังของสติและสมาธิเพิ่มมากขึ้น สามารถใช้สติควบคุมกิเลส ความโลภ โกรธ หลง ที่เกิดขึ้นภายในจิตของตนให้อ่อนกำลังลงได้

    การเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน ๔ แบบพองหนอ ยุบหนอ เป็นการเผยแผ่ธรรมที่แสดงให้เห็นความสำคัญของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่ไม่เคยได้ยินได้ฟัง ไม่เคยเข้าใจการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อได้ยินได้ฟังแล้วเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมากยิ่งขึ้น การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสามารถพัฒนาจิตของมนุษย์ที่มีความหยาบกระด้าง จากคนที่นิสัยไม่ดี กลับกลายเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยนได้ เป็นคนดีมีศีลธรรมขึ้น การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นการช่วยเพิ่มคนดีให้แก่สังคม

    ปัจจุบันการสอนวิปัสสนากรรมฐานมีหลากหลายวิธี และทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นว่า แนวการสอนใดสอนถูกต้องตามหลักสติปัฏฐาน ๔ จากที่ผู้วิจัยได้ศึกษามาพบว่า การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแบบพองหนอ ยุบหนอ เป็นแนวการสอนที่สามารถตรวจสอบได้จริงในพระไตรปิฎก เป็นการสอนตรงตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ผู้ปฏิบัติสามารถเห็นผลของการปฏิบัติอย่างแจ่มแจ้งด้วยตนเอง การปฏิบัติแบบพองหนอ ยุบหนอ มีการใส่บริกรรมในการกำหนดทุก ๆ อิริยาบถ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติมีสติอยู่กับสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ มีสติกำหนดรู้อยู่กับปัจจุบันมากขึ้น การกำหนดพอง ยุบ ขณะนั่งเป็นการกำหนด
ทุกข์อริยสัจจ์ เพราะภาวะที่ พอง ยุบ เป็นความทุกข์โดยสภาวะ แม้จะไม่ได้รับความเจ็บปวด แต่ก็เป็นก้อนทุกข์ของขันธ์ ๕ การกำหนดรู้ หยุบหนอ พองหนอ คือการใส่ใจ การนึกในใจ การพูดในใจ
พร้อมกับอาการที่เกิดขึ้นทางกายและใจ ให้ได้ปัจจุบัน ไม่ก่อนหรือหลัง กับอาการที่เกิดขึ้น
กำหนดและรู้อาการไปพร้อมกันเหมือนกับการวางจิตเป็นเพียงผู้กำหนดรู้ แล้วปล่อย อย่าไปอยากให้เป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ก็จะเห็นความจริงว่า พอง ยุบ เป็นเพียง รูป กับ นาม เท่านั้น

          ดังนั้น การเผยแผ่วิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน ๔ เป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ทำให้เกิดผลประโยชน์ต่อผู้ที่ได้มาปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐานได้อย่างแท้จริง
เพราะการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานทำให้ผู้ปฏิบัติสามารถเห็นผลของการปฏิบัติว่าสามารถพัฒนาจิตของตนให้เป็นคนดีมีศีลธรรมยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ที่ไม่เคยปฏิบัติ คนใกล้ชิด เมื่อเห็นผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมีความเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ก็เห็นประโยชน์ของการปฏิบัติธรรม มีความสนใจ
อยากจะลองไปปฏิบัติบ้าง และผู้ที่ได้ปฏิบัติแล้วเห็นผลของการปฏิบัติก็ยิ่งมีความศรัทธา
ในพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้นการเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นการชี้ให้ ผู้ปฏิบัติได้เห็นผลของการปฏิบัติอย่างแจ่มแจ้งชัดเจนด้วยตนเอง สามารถเข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนได้อย่างแท้จริง  

ดาวน์โหลด

 
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕