หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU

หน้าหลัก » พระเกรียงศักดิ์ สิริสกฺโก (ศรีโชติ)
 
เข้าชม : ๑๑๒ ครั้ง
วิเคราะห์สุนทรียศาสตร์ในภาพจิตรกรรมของ ถวัลย์ ดัชนี
ชื่อผู้วิจัย : พระเกรียงศักดิ์ สิริสกฺโก (ศรีโชติ) ข้อมูลวันที่ : ๑๖/๐๒/๒๐๑๗
ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(ปรัชญา)
คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ :
  พระมหาดนัยพัชร์ คมฺภีรปญฺโญ
  ณัทธีร์ ศรีดี
  -
วันสำเร็จการศึกษา : ๒๕๕๙
 
บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

      วิทยานิพนธ์เรื่อง “วิเคราะห์สุนทรียศาสตร์ในภาพจิตรกรรมของ ถวัลย์ ดัชนี” มีวัตถุประสงค์ ๓ ข้อ คือ (๑) เพื่อศึกษาแนวคิดสุนทรียศาสตร์ (๒) เพื่อศึกษาแนวคิดด้านศิลปะในภาพจิตรกรรมของถวัลย์ ดัชนี (๓) เพื่อวิเคราะห์แนวคิดสุนทรียศาสตร์ในภาพจิตรกรรมของถวัลย์ ดัชนี การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ

      จากการศึกษา พบว่า แนวคิดสุนทรียศาสตร์คือแนวคิดที่ว่าด้วยความงามในผลงานศิลปะ มีหลักการอยู่ ๒ ทฤษฎีกล่าวคือ (๑) ทฤษฎีศิลปะว่าด้วยศิลปะคือการลอกเลียนแบบตามสภาพที่ปรากฏ ศิลปะคือรูปทรงของศิลปวัตถุ และศิลปะคือการแสดงออกอารมณ์ความรู้สึก       (๒) ทฤษฎีความงามว่าด้วยความงามเป็นสิ่งที่เกิดจากรับรู้ของบุคคล ความงามเป็นคุณสมบัติของวัตถุ ความงานเป็นผลลัพธ์ของภาวะสัมพัทธ์จากการรับรู้ของบุคคลและคุณสมบัติของวัตถุ และความงามเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่       

      แนวคิดด้านศิลปะในภาพจิตรกรรมของถวัลย์ ดัชนี พบว่า มีรูปแบบเป็นศิลปะร่วมสมัยที่ไม่ได้จำกัดอยู่ในแนวคิดศิลปะใดศิลปะหนึ่ง มีเนื้อหาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพุทธศาสนาเช่น ธาตุ ๔ พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ และมหาสติปัฏฐาน ๔  ส่วนผลงานจิตรกรรมแยกได้ ๓ ประเภทคือ งานฝีแปรง งานจิตรกรรม และ งานวาดเส้น

          สุนทรียศาสตร์ในภาพจิตรกรรมของถวัลย์ ดัชนี พบว่า ในด้านศิลปะมีความสอดคล้องกับศิลปะการแสดงออก เพราะว่ารูปทรงศิลปวัตถุของภาพจิตรกรรมสะท้อนให้เห็นถึงความคิด อารมณ์ความรู้สึก ในลักษณะเชิงสัญลักษณ์ผ่านการลอกเลียนแบบลักษณะทางกายวิภาคของคน สัตว์ สิ่งของ และในด้านความงามมีความสอดคล้องกับความงามแบบสัมพัทธ์วิสัย เพราะว่าต้องอาศัยเงื่อนไขการมีอยู่ของคุณสมบัติศิลปวัตถุและเงื่อนไขการรับรู้จิตของบุคคลเป็นฐานรองรับการมีอยู่ของเนื้อหา

 

ดาวน์โหลด

 
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕