หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU

หน้าหลัก » พระมหาวิเชียร สุธีโร (สิงห์คิบุตร)
 
เข้าชม : ๒๑๕ ครั้ง
แนวคิดความเป็นสาเหตุของเดวิด ฮูมกับปฏิจจสมุปบาทในพุทธปรัชญาเถรวาท
ชื่อผู้วิจัย : พระมหาวิเชียร สุธีโร (สิงห์คิบุตร) ข้อมูลวันที่ : ๑๖/๐๒/๒๐๑๗
ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(ปรัชญา)
คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ :
  พระมหาพรชัย สิริวโร
  -
  -
วันสำเร็จการศึกษา : ๒๕๕๙
 
บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

 

วิทยานิพนธ์นี้ชื่อ  “แนวคิดความเป็นสาเหตุของเดวิด  ฮูมกับปฏิจจสมุปบาทในพุทธปรัชญาเถรวาท”  มีวัตถุประสงค์    ประการ  คือ  ๑)  เพื่อศึกษาแนวคิดเรื่องความเป็นสาเหตุของเดวิด  ฮูม         ๒)  เพื่อศึกษาปฏิจจสมุปบาทในพุทธปรัชญาเถรวาท  ๓)  เพื่อศึกษาวิเคราะห์แนวคิดเรื่องความเป็นสาเหตุของเดวิด  ฮูมกับปฏิจจสมุปบาทในพุทธปรัชญาเถรวาท  การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ

จากการศึกษาตามวัตถุประสงค์ข้อที่   พบว่า  ในทัศนะของฮูม  ความเป็นสาเหตุหมายถึงการที่มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นแล้วก็มีอีกสิ่งหนึ่งเกิดตามมาอย่างสม่ำเสมอ  ฮูมปฏิเสธความมีอยู่ของความเป็นสาเหตุ  เพราะฮูมเห็นว่ามนุษย์ไม่เคยสังเกตเห็นความสัมพันธ์กันอย่างจำเป็นระหว่างสิ่งต่าง ๆ  สังเกตเห็นได้แต่เพียงความสืบเนื่องของเหตุการณ์เท่านั้น  ความสัมพันธ์กันอย่างจำเป็นระหว่างสาเหตุและผลเป็นสิ่งที่จิตมนุษย์สร้างขึ้นโดยการจินตนาการหรือสร้างขึ้นจากการอนุมานสาเหตุ 

จากการศึกษาตามวัตถุประสงค์ข้อที่    พบว่า  ในทัศนะของพุทธปรัชญาเถรวาท  ความเป็นสาเหตุหมายถึงการที่สิ่งต่าง ๆ รวมกันเข้าแล้วเป็นปัจจัยให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นตั้งอยู่และดำเนินต่อไป  พุทธปรัชญาเถรวาทเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ ในจักรวาลล้วนเกิดขึ้น  ดำรงอยู่  และดับสลายไปโดยเป็นไปตามหลักปฏิจจสมุปบาท  หลักปฏิจจสมุปบาทยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างจำเป็นระหว่างสาเหตุและผล  เพราะเมื่อมีสาเหตุอย่างเดียวกัน  ผลที่ออกมาย่อมเหมือนกันเสมอ  และยอมรับความมีอยู่ของความเป็นสาเหตุ  แต่ไม่ยอมรับว่ามีอะไรในทางอภิปรัชญาเช่นพระเจ้าหรือกฎธรรมชาติที่เป็นอสังขตธรรมอยู่เบื้องหลังความเป็นสาเหตุ

จากการศึกษาวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ข้อที่    พบว่า  พุทธปรัชญาเถรวาทไม่เห็นด้วยกับฮูมที่ปฏิเสธความมีอยู่ของความเป็นสาเหตุ  เพราะการที่มนุษย์ไม่เคยสังเกตเห็นความสัมพันธ์กันอย่างจำเป็นระหว่างสิ่งต่างๆ หรือไม่เคยสังเกตเห็นสาเหตุที่เป็นพลังผลักดันให้เกิดผล  ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์กันอย่างจำเป็นระหว่างสิ่งต่าง ๆ หรือสาเหตุที่เป็นพลังผลักดันให้เกิดผลไม่มีอยู่จริง  และความสัมพันธ์กันอย่างจำเป็นระหว่างสาเหตุและผลก็ไม่ใช่สิ่งที่จิตมนุษย์สร้างขึ้นโดยการจินตนาการ  เพราะมีเหตุการณ์สองเหตุการณ์มากมายที่มาด้วยกันอย่างอย่างส่ำเสมอ  แต่เราไม่ถือว่ามันเป็นสาเหตุและผลของกัน  ส่วนฮูมก็ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องปฏิจจสมุปบาทในพุทธปรัชญาเถรวาท  เพราะเขาไม่เคยสังเกตเห็นกระบวนการแห่งปฏิจจสมุปบาท  สังเกตเห็นได้แต่ปฏิจจสมุปปันนธรรมหรือปัจจัย  ๑๒  ที่เกิดสืบเนื่องกันไปโดยแยกขาดจากกันเท่านั้น  กระบวนการแห่งปฏิจจสมุปบาทเป็นสิ่งที่จิตสร้างขึ้นโดยการจินตนาการ  ดังนั้น  ฮูมจึงปฏิเสธความมีอยู่ของปฏิจจสมุปบาท 

จากการวิเคราะห์แนวคิดเรื่องความเป็นสาเหตุของเดวิด  ฮูมกับปฏิจจสมุปบาทในพุทธปรัชญาเถรวาท  ผู้วิจัยเห็นว่าปฏิจจสมุปบาทในพุทธปรัชญาเถรวาทเป็นแนวคิดที่มีความน่าเชื่อถือหรือความสมเหตุสมผลมากกว่าแนวคิดเรื่องความเป็นสาเหตุของเดวิด  ฮูม  เพราะปฏิจจสมุปบาทในพุทธปรัชญาเถรวาทสามารถอธิบายความหมายของความเป็นสาเหตุ  ลักษณะของความเป็นสาเหตุ  ความสัมพันธ์กันอย่างจำเป็นระหว่างสาเหตุและผล  และธรรมชาติของความเป็นสาเหตุได้มีเหตุผลและลึกซึ้งกว่าแนวคิดเรื่องความเป็นสาเหตุของเดวิด  ฮูม

 ดาวน์โหลด

 

 
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕