ข่าวประชาสัมพันธ์
ติช นัท ฮันห์ ปรมาจารย์เซนโลก หว่านเมล็ดพันธุ์แห่ง สันติ ในไทย
05 มิ.ย. 56 | ข่าวมหาวิทยาลัย
717
ข่าวมหาวิทยาลัย
"ติช นัท ฮันห์" ปรมาจารย์เซนโลก หว่านเมล็ดพันธุ์แห่ง สันติ ในไทย
วันที่ ๐๕/๐๖/๒๐๑๓ เข้าชม : ๓๒๗๑ ครั้ง

ติ ช นัท ฮันห์ ภิกษุชาวเวียดนาม ผู้นำเสนอแนวคิด "พุทธ ศาสนาต้องเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และพุทธธรรมเป็นสิ่งที่สามารถประยุกต์ใช้ให้เข้ากับชีวิตยุคปัจจุบันได้ (Engage Buddhism)"

เคยได้ยินแต่นาม ไม่คาดคิดว่าจะมีโอกาสฟังธรรมเทศนา และเจริญสติกับท่านโดยตรง

จนเมื่อท่านได้มาร่วมงานปาฐกถาธรรมพิเศษสำหรับผู้นำทางการเมืองและสังคม เรื่อง "เส้นทางผู้นำกับการสรรค์สร้างความกรุณา และกล้าหาญ" จัดขึ้นที่ หอประชุมภูมิพลสังคีต วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ภายใต้บรรยากาศที่ร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี

ต้นไม้ตลอดสองข้างทางเดิน ช่วยเรียกความสงบในใจกลับคืนมา ก่อนเริ่มฟังปาฐกถาธรรมแบบต้นตำรับฉบับหมู่บ้านพลัม

พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ พระมหาเถระแห่งพุทธศาสนามหายาน นิกายเซน ได้รับการยกย่องเป็น "ปรมาจารย์เซนแห่งโลก" เดินทางมาจาริกธรรมในประเทศไทยตามโครงการวิปัสสนานานาชาติ โดยเดินทางมาพร้อมคณะนักบวชจากหมู่บ้านพลัมนานาชาติ ประเทศฝรั่งเศส และทีมอาสาสมัครจากหมู่บ้านพลัมประเทศไทยมาร่วมอำนวยความสะดวกให้งานเป็นไป อย่างราบรื่น

ภายในงานมีบุคคลจากแวดวงการเมืองและนักบริหารมาร่วมงานจำนวนไม่น้อย อาทิ ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของบ้านอย่าง ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ให้การต้อนรับ

เพื่อให้การปาฐกถาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงอนุญาตให้ถ่ายภาพได้เพียง 15 นาทีก่อนพิธีเริ่มเท่านั้น

เริ่ม ต้นด้วยการให้ทุกคนในหอประชุมภูมิพลสังคีต เจริญสติภาวนา หยุดคิด หยุดสนทนา และจับไปที่บทเพลงแห่งการภาวนา ซึ่งเป็นวงขับร้องประสานเสียงโดยคณะนักบวชจากหมู่บ้านพลัมนานาชาติที่มีทั้ง เพศหญิงและชาย การมุ่งสติไปที่ท่วงทำนองของบทเพลงนี้ เป็นกุศโลบายในการระลึกจิตให้อยู่กับปัจจุบัน ทั้งยังเป็นการกำหนดลมหายใจเข้า-ออกโดยไม่รู้ตัว จากนั้นการปาฐกถาธรรมจึงเริ่มขึ้น



เนื้อหา ของการปาฐกถาธรรมโดยรวม กล่าวถึงเรื่องการสร้างสันติภาพในสังคม สร้างความสงบ และความปรองดองในสังคมไทยที่ปัจจุบันยังคงมีความขัดแย้ง โดยยกตัวอย่างความขัดแย้งของอิสราเอลและปาเลสไตน์ 2 ชาติที่มีปัญหามายาวนาน แต่สามารถคลี่คลายลงได้ เมื่อผู้นำทั้ง 2 ชาติหันหน้าพูดคุยกันอย่างเปิดใจ พยายามลดปัญหาในตัวเองโดยการเป็นผู้ฟังและผู้พูดที่ดี มีวาทศิลป์ ไม่ใช้คำพูดเชิงอคติ หรือตำหนิติเตียนกัน รับรู้ถึงความทุกข์และความต้องการของอีกฝ่าย เมื่อความทุกข์ในใจหายไป จะเกิดความเข้าใจ และหันหน้าพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วน ปัญหาความขัดแย้งในไทยนั้น ติช นัท ฮันห์ กล่าวว่าทุกฝ่ายควรเริ่มที่ตัวเอง โดยเฉพาะในส่วนของพรรคการเมือง จากนั้นละทิ้งความโกรธ ความกลัว ความระแวงต่อกัน ทำความเข้าใจสถานการณ์แบบรอบด้านและปลอดอคติ หากทำสำเร็จย่อมสามารถผ่านอุปสรรคไปได้

นอกจากนี้ ปรมาจารย์เซนแห่งโลก ยังกล่าวถึง "อำนาจ" ว่า บ่อยครั้ง คนเราแสวงหาอำนาจในทางที่ผิดเพราะขาดสติ ไม่ว่าจะเป็นในวงการธุรกิจหรือวงการการเมือง เช่น ฝ่ายค้านพยายามโจมตีฝ่ายรัฐบาล ซึ่งหวังจะได้อำนาจในการบริหารมายังฝ่ายตัวเอง เป็นต้น

"การ ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองนั้น ไม่ต้องมีอำนาจก็ทำได้ แต่ต้องทำในเชิงสร้างสรรค์ ละทิ้งปัญหาในใจ ความโกรธ ความกลัว และมองปัญหาอย่างลึกซึ้งก็จะพบความสันติ ซึ่งอำนาจในทางพุทธศาสนามี 3 ประการ คือ ′อำนาจแห่งการละทิ้ง′ ทุกคนละทิ้งปัญหาในใจ คือ ความโกรธ ความกลัว พยายามตระหนักรู้อยู่กับปัจจุบัน

ติช นัท ฮันห์ ระหว่างการปาฐกถาธรรม



′อำนาจ แห่งความเข้าใจ′ ใช้สติทำความเข้าใจสถานการณ์อย่างรอบคอบ โดยการทำสมาธิ และ ′อำนาจแห่งความรักและความเมตตา′ เป็นการใส่ความรัก ความเมตตา และการให้อภัย เพื่อโอบกอดผู้อื่นอย่างแท้จริง หากเรามีอำนาจทั้ง 3 ประการ ก็จะเป็นเรื่องง่ายในการเข้าถึงความสุข ความสันติ" ติช นัท ฮันห์ กล่าว

หลังจากจบการปาฐกถาธรรมที่ยาวนานเกือบ 3 ชั่วโมง ผู้ที่มาร่วมงานไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด ต่างมีสีหน้าอิ่มเอม

พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (ไสว) โชติโก รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กล่าวหลังจากฟังปาฐกถาธรรมว่า ประเด็นที่ท่านเทศนาเกี่ยวกับผู้บริหารบ้านเมือง เป็นการขอให้ทุกภาคส่วน แม้ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ให้คิดว่าสิ่งที่เราจะกระทำนั้น "อนาคตจะดีอย่างไร" เป็นความคิดว่า "ปัจจุบันดีที่สุด" มองลึกเข้าไปข้างในเพราะว่ามองจากภายนอกจะแก้ปัญหาได้ยาก ให้มองเข้ามาที่ตัวเองก่อน

"ท่านยังใช้คำของท่านพุทธทาสมาเทศใน ครั้งนี้ด้วย ท่านเน้นที่การวิปัสสนากรรมฐาน ท่านบอกสองอย่างสมถะ คือ หยุดความคิด หยุดการกระทำ มองลึกเข้าไปข้างในสภาวะต่างๆ ในตัวเราเป็นหลัก และความดีจะไปหาที่อื่นๆ อันที่สอง คือ การอยู่ร่วมกันนั้นจะมองที่คนอื่นอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองที่ตัวเรา มองอย่างเป็นปัจจุบันขณะ มองให้ลึกไปถึงเหตุแห่งทุกข์ ซึ่งทางออกที่เหมาะสม ต้องมองจากตัวเราซึ่งรับรู้ได้อย่างถูกต้อง

"ในกรณีที่ ท่านยกตัวอย่างการจัดกิจกรรมที่อิสราเอล ปาเลสไตน์นั้น ท่านอยากให้อยู่ร่วมกัน อย่างนักการเมืองก็สนทนาร่วมกัน ในวันนี้ท่านมุ่งกรรมฐานเป็นหลักให้นักบริหารนำไปใช้ เนื่องจากท่านทราบดีว่าบ้านเรามีความขัดแย้ง" พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (ไสว) โชติโกกล่า ว และว่า การเดินทางมายังประเทศไทยของท่านติช นัท ฮันห์ ครั้งนี้เป็นโครงการที่ทำมาอย่างต่อเนื่องจากความร่วมมือกันของ มจร. และหมู่บ้านพลัมนานาชาติ ประเทศฝรั่งเศส รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมฝึกปฏิบัติกับพระมหาเถระองค์สำคัญของโลกและ สังฆะหมู่บ้านพลัม เพื่อนำสันติสุขมาสู่ตัวเราและโลกของเรา

ส่วนความคิดเห็นของผู้ที่เคยคลุกคลีกับวงการเมืองอย่าง รศ.ดร.โคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยหลังจากเข้าร่วมการปาฐกถาธรรมของท่านติช นัท ฮันห์ ว่า ท่าน สอนให้เรารู้จักตัวเองว่าถ้าเราทุกข์    รู้จักว่าผู้อื่นทุกข์ รู้จักการจัดการกับความทุกข์ รู้จักช่วยเหลือให้ตัวเองหายทุกข์ และให้ผู้อื่นหายทุกข์ และเริ่มที่ตัวเองก่อน และฟังด้วยความเมตตา พูดด้วยความรัก ขณะเป็นผู้ฟังก็เปิดโอกาสให้คนอื่นมีความทุกข์ลดลง ให้ทุกคนตั้งใจฟังด้วย วัตุประสงค์แรก คือ ลดความทุกข์ซึ่งกันและกัน ผมว่าไปได้ไกล

"ทุก อำนาจมีอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญ คือ อำนาจในการหยุด อำนาจที่จะเข้าใจ และอำนาจที่จะเมตตา ถ้าไม่มีอำนาจ 3 อย่างนี้ อาจเหลือเพียงอำนาจเพื่อความโลภ" โคทมกล่าว

แม้ การปาฐกถาธรรม "เส้นทางผู้นำกับการสรรค์สร้างความกรุณา และกล้าหาญ" ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์จะจบลง แต่ได้ทิ้งเมล็ดเล็กๆ ในการสร้างสันติภาพคืนสู่สังคมไทยไว้

อยู่ที่ว่า "ผู้นำ" จะนำเมล็ดพันธุ์นั้นมาปลูกในใจ ปลูกในสังคมไทยแล้วดูแลให้มันเติบโตหรือเปล่าเท่านั้นเอง

หน้า 20,มติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่  4 มิถุนายน 2556


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • สกู๊ปพิเศษต้อนรับพิธีประสาทปริญญา มจร ประจำปี ๒๕๖๙ ตอนที่ ๑ มจร เตรียมจัดพิธีประสาทปริญญา ประจำปี ๒๕๖๙ วันที่ ๖–๗ ธันวาคมนี้ Special Feature Welcoming MCU's 2026 Commencement Ceremony EP. 1 MCU to Hold Its 2026 Convocation Ceremony on December 6–7
    04 พ.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    846
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ เชิญสุพรรณบัฏถวาย สมเด็จพระมหาวชิราธิบดี นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย His Majesty the King Graciously Commands the Presentation of the Suphanabhat (Royal Golden Monastic Title Deed) to Somdet Phra Maha Wachirathibodi, President of the University Council of Mahachulalongkornrajavidyalaya University
    31 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1694
  • วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ (IBSC) มจร จัดฉลองครบรอบ 13 ปี ชูวิสัยทัศน์ผสานพุทธธรรมกับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวสู่การศึกษาโลกอนาคต MCU’s International Buddhist Studies College (IBSC) Celebrated 13th Anniversary, Highlighting Vision of Integrating Buddhist Dhamma with Artificial Intelligence (AI) for Future Education
    30 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1790
  • อธิการบดี มจร เป็นประธานเปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน คณะครุศาสตร์ เน้นย้ำ ครู ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการครองใจคน MCU Rector Presided Over Opening of Vipassana Meditation Program for Faculty of Education, Emphasizing Teachers Must Master Both Science and Art to Win Hearts
    24 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    3211
  • มจร จัดงาน วันปิยมหาราชรำลึก ๒๕๖๙ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ ๕ พร้อมจัดเทศน์มหาชาติ ๔ ภาค ถวายเป็นพระราชกุศล MCU Holds King Chulalongkorn Memorial Day 2026 Event, Expressing Gratitude to King Rama V with Four-Region Great Jataka Sermon to Offer Royal Merit
    23 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    2961