ข่าวประชาสัมพันธ์
สถาบันพระปกเกล้า จัดประชุมวิชาการประจำปี ชูประเด็นธรรมราชา เฉลิมฉลอง 120 ปี พระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
09 ก.พ. 57 | ข่าวมหาวิทยาลัย
418
ข่าวมหาวิทยาลัย
สถาบันพระปกเกล้า จัดประชุมวิชาการประจำปี ชูประเด็นธรรมราชา เฉลิมฉลอง 120 ปี พระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ ๐๙/๐๒/๒๐๑๔ เข้าชม : ๓๓๓๐ ครั้ง

"เนื่องจากในปีนี้เป็นปีครบ 120 ปีพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองปีอันสำคัญ อันจักเป็นการเทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงเป็น "ธรรมราชา" ที่เปลี่ยนผ่านจาก "ธรรมราชาสมบูรณาญาสิทธิราชย์" มาสู่ "ระบอบพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ" โดยสันติวิธีปราศจากการสูญเสียเลือดเนื้อ"

             นี้เป็นคำเปิดเผยของดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ที่ระบุถึงวัตถุประสงค์ในการจัดการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้าครั้งที่ 15 ประจำปี 2556 ในหัวข้อ "ธรรมราชา" ระหว่างวันที่ 7-8 ก.พ.2557 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กทม. โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 500 คน

 

             วันที่ 7-8 ก.พ.นั้น หลังจากพิธีเปิดแล้วเป็นการแสดงปาฐกถา เรื่อง "ธรรมราชา" โดยพระพรหมบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)   ซึ่งได้นำเสนอถึงที่มาของคำว่า "ราชา" โดยอ้างอิงจากอัคคัญญสูตรที่ระบุถึงที่มาของนักปกครองหรือผู้นำตามหลักพระ พุทธศาสนา โดยมนุษย์ยุคแรกเริ่มนั้นเกิดการทะเลาะกัน ได้มีมนุษย์คนหนึ่งเข้ามาทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยความาขัดแย้งจนสำเร็จ มนุษย์ทั่วไปจึงยกให้เป็น "สมมติราชา" ต่อมาได้ทำหน้าที่ในการแบ่งพื้นที่ทำนาจึงได้ชื่อว่า"กษัตริย์" จนทำให้มนุษย์ทั่วไปมีความพอใจจึงได้ชื่อว่า "ราชา"

             ทั้งนี้พระพรหมบัณฑิตได้กล่าวถึงลักษณ์ของกษัตริย์หรือนักปกครอง 5 ประการคือ ผู้ทรงธรรมเน้นการทำหน้าที่เพื่อตัวเอง ธรรมราชาเน้นเพื่อคนอื่น ธรรม ธวัช ธรรมาธิปไตย และธรรมวิชัย และได้กล่าวถึงลักษณะของนักปกครองหรือกษัตริย์ในเอเชียอาคเนย์โดยได้รับ อิทธิพลมาจากพระเจ้าอโศกมหาราช  พร้อมกับมีการประยุกต์มนูศาสตร์ของอินเดียเข้ากับหลักพระพุทธศาสตร์ จึงเกิดลักษณ์การปกครองในพม่ายุคมอญเรืองอำนาจคือมนูญศาสตร์ ขณะที่ไทยก็ได้มีการปรับปรุงเป็น "พระธรรมศาสตร์" และใช้เป็นรูปแบบการปกครองมาตั้งแต่ยุคสุโขทัยจนถึงยุครัตนโกสินทร์

             "แต่ที่แปลกก็คือว่าเมื่อมีการเปลียนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยขอพระราชทานพระราชอำนาจมาเป็นของประชาชนแล้ว กลับไม่นำ "พระธรรมศาสตร์" มาเป็นหลักในการปกครองด้วย"  อธิการบดี มจร ตั้งข้อสงสัยในตอนท้าย

              ต่อจากนั้นเป็นการอภิปราย เรื่อง "ธรรมราชากับคุณธรรมของผู้ปกครองในระบอบประชาธิปไตย"   โดย ดร.พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส  ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มจร   ศ.กิตติคุณปรีชา ช้างขวัญยืน ผู้อำนวยการศูนย์พุทธศาสน์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย    และ รศ.มรว.พฤทธิสาณ ชุมพล

 

              พระมหาหรรษา ผู้อำนวยหลักสูตรปริญญาโท สาขาสันติศึกษา (www.ps.mcu.ac.th)ได้ระบุว่า นายวินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษได้ระบุว่า  ประชาธิปไตยไม่ใช่ระบอบการปกครองที่ดีที่สุดแต่เป็นระบอบการปกครองที่เลว น้อยที่สุด แต่สำหรับพระพุทธศาสนาแล้วไม่ได้ระบุว่าการปกครองรูปแบบใดดีที่สุด แต่ได้ระบุถึงนักปกครองที่ดีที่สุด ซึ่งผู้ปกครองที่ดีตามกรอบธรรมราชานั้นจะต้องประกอบด้วยตัวชี้วัด ๔ ด้าน คือ ด้านกายภาพ ด้านพฤติภาพ ด้านจิตภาพ และด้านปัญญาภาพ (ดูบทความสมบูรณ์ใน http://www.mcu.ac.th/site/articlecontent_desc.php?article_id=1703&menutype=1&articlegroup_id=278)

             ขณะที่ศ.กิตติคุณปรีชา ได้กล่าวประชาธิปไตยไทยปัจจุบันไม่ได้พูดถึงคุณธรรมของผู้ปกครองเลย  พูดเรื่องประชาธิปไตยกันแต่เปลือกโดยไม่ได้พูดถึงเนื้อหา เหมือนถึงซาลาเปาก็พูดแต่รูปร่างภายนอกดีอย่างไร โดยไม่รู้ว่าไส้ในเน่าหรือไม่ ดังนั้นประชาธิปไตยของไทยเป็นของอภิชนมาโดยตลอดไม่ได้เป็นของประชาชนจริงๆ เลย

             "ตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 เป็นต้นมา ก็หวังว่าจะได้ประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ก็กลับกลายเป็นของคนโลภหรือคนมีโมหาคติจึงทำให้ประชาธิปไตยเป็นธนาธิปไตย  ดังนั้น ประชาธิปไตยไทยจึงแบบซาลาเปาไส้เน่ามาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นจึงควรจะต้องมาพูดถึงคุณธรรมของนักปกครองทุกระดับกันได้แล้ว" ศ.กิตติคุณปรีชา ระบุ

             ด้าน รศ.มรว.พฤทธิสาณได้ระบุถึงพระราชจริยาวัตรของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้า อยู่หัวในรูปแบบต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบของสันติวิธีในการเปลี่ยนการปกครอง พระราชหฤทัยกว้างรับฟังความคิดเห็น พระราชทัศนะต่อประชาธิปไตยที่ทรงวางรากฐานการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปให้กับ คนไทยก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นต้น

              "ในส่วนของการสละราชสมบัติเป็นหลักฐานที่ดีที่สะท้อนให้เห็นว่าพระองค์ทรง ยึดมั่นในสันติวิธีที่แม้พระราชสิทธิจะไม่ได้รับการยอมรับ และพระราชอำนาจไม่ทรงมีในรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร แต่พระองค์ก็ทรงใช้ขันติธรรมและเหตุผล ตรวจสอบพระองค์เองและทรงรับผิดชอบด้วยการทรง "ลาออก" จากตำแหน่งพระมหากษัตริย์ อันเป็นบทสรุปที่สะท้อนให้เห็นถึง "ธรรมราชา" ในพระราชจริยาวัตรของพระองค์" รศ.ม.ร.ว.พฤทธิสาณ กล่าวในตอนท้าย

             นี้เป็นเพียงเริ่มต้นของเนื้อหาของการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้าครั้ง ที่ 15 และวันที่ 8 ก.พ.นี้จะเริ่มต้นตั้งแต่เช้าด้วยการปาฐกถาของดร.วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และมีการประชุมกลุ่มย่อยเช่นการเปลี่ยนผ่านสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยสันติวิธีเป็นต้น จึงน่าสนใจยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใฝ่สันติวิธี

ที่มา :

- เดลินิวส์ วันศุกร์ 7 กุมภาพันธ์ 2557


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • มหาจุฬาฯ จัดอบรมเข้มข้น “PR AI - volution” ยกระดับศักยภาพบุคลากร ปฏิวัติการสื่อสารองค์กรและการประชาสัมพันธ์พระพุทธศาสนาด้วยเทคโนโลยี AI
    21 ก.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    292
  • มจร จัดงาน "วันบุรพาจารย์" ประจำปี ๒๕๖๙ รำลึก ๗๙ ปีแห่งการจัดการศึกษา พร้อมเชิดชูเกียรติศิษย์เก่า
    18 ก.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    539
  • อธิการบดี มจร เป็นประธานเปิดปฐมนิเทศนิสิตนานาชาติ ส่วนกลาง ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๙
    16 ก.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    613
  • "สำนักงานพระสอนศีลธรรม มจร ปลื้ม! 4 กิจกรรมพุทธศาสนา 7th MCU Contest ดึงเยาวชนกว่า 1,081 ทีม จาก 800 โรงเรียนทั่วประเทศร่วมประกวด"
    16 ก.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    697
  • คณะครุศาสตร์ จัดปฐมนิเทศและเตรียมความพร้อมนิสิต หลักสูตรบัณฑิตศึกษา และหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ (หลักสูตรนานาชาติ) คณะครุศาสตร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๙ มุ่งสร้างความพร้อมสู่การเป็นครูภาษาอังกฤษระดับสากล
    13 ก.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    590