ข่าวประชาสัมพันธ์
สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์เก็บข้อมูลวิจัยด้านพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมในประเทศญี่ปุ่น
23 มี.ค. 57 | ข่าวมหาวิทยาลัย
421
ข่าวมหาวิทยาลัย
สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์เก็บข้อมูลวิจัยด้านพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมในประเทศญี่ปุ่น
วันที่ ๒๓/๐๓/๒๐๑๔ เข้าชม : ๓๒๒๘ ครั้ง

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์- 3 มีนาคม 2557 สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์นำโดยพระมหาสุทิตย์ อาภากโร,ดร. ผู้อำนวยการ พระมหาเสรีชน นริสฺสโร นักวิจัย ผศ.ดร.โกนิฏฐ์ ศรีทอง คณะสังคมศาสตร์ ดร.อธิเทพ ผาทา คณะพุทธศาสตร์ ดร.สมศักดิ์ สายหยุด รองผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร และคณะ จำนวน 13 รูป/คน เดินทางไปศึกษาวิจัยด้านพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ณ กรุงโตเกียว-โยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ดังนี้

          วันพฤหัสบดีที่ 27 ก.พ. 2557 เดินทางถึงสนามบินนาริตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินเดลด้าแอร์ไลน์ (Delta Air Lines) เที่ยวบินที่ DL 284 เข้าที่พัก จากนั้นเดินทางไปวัดเซ็นโซจิ (Senso-ji) หรือวัดวัดเจ้าแม่กวนอิมแห่งอะซะกุซะ (Asakusa Kannon Temple) ซึ่งเป็นวัดทางศาสนาพุทธมหายานอันเก่าแก่ที่สุดในโตเกียวที่คนไทยและคนญี่ปุ่นนับถือมาก เจ้าแม่กวนอิมเป็นเทพีแห่งความเมตตาปราณี ซึ่งชื่อกวนอิมนี้เป็นชื่อเรียกสั้น ๆ มาจากคำว่า กวนซื่อยิน (Guanshi Yin) อันหมายถึง ผู้สดับเสียงของโลก สำหรับในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะเรียกเจ้าแม่กวนอิมว่า คันนง (Kannon)

          วันศุกร์ที่ 28 ก.พ. 2557 เดินทางไปยังวัดโคโตะกุอิน (Kotoku-in) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปใหญ่แห่งคะมะกุระหรือไดบุตสึ (Daibutsu) พระพุทธรูปสัมฤทธิ์สูง 13.35 เมตร หนัก 122 ตัน รวมฐาน ชาวญี่ปุ่นนิยมมาสักการะเพื่อขอบุตร มีรองเท้าฟางของพระใหญ่ไดบุตสึ มีร้านขายของที่ระลึก ที่นี่ยังมีต้นสนที่ราชวงศ์จักรีของไทยทรงปลูกไว้ครั้งเสด็จพระราชดำเนิน ณ วัดโคโตะกุอิน โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกในปี ค.ศ. 1902 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงปลูกในปี ค.ศ. 1931 และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงปลูกในปี ค.ศ. 1987

          วันเสาร์ที่ 1 ก.พ. 2557 เดินทางไปยังเมืองนิกโก (Nikko) โดยใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในทิวเขาในจังหวัดโทะจิงิ ประเทศญี่ปุ่น อยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางทิศเหนือ ประมาณ 140 กิโลเมตร เที่ยวชมวัดรินโนจิ (Rinnoji) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 766 ใช้เป็นชื่อเรียกรวมๆ ของวัดเล็กน้อยทั้ง 15 วัดที่อยู่ใกล้ๆ พื้นที่ด้านซ้ายมือเป็นที่ประดิษฐานดวงวิญญาณอิเอะมัตสึ (หลาน) โชกุนในตระกูลโทะกุงะวะรุ่นที่ 3 ชมศาลเจ้าโทโชงุ (Toshogu Shrine) อายุกว่า 1,200 ปี ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานของท่านอิเอะยะชุ โชกุนผู้สร้างเมืองเอะโดะต่อ ตัวศาลเจ้ามีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและมีงานประติมากรรมมากมายที่แฝงไว้ด้วยความนัย เช่น ประตูหินโทะริอิ (หนึ่งในสามประตูหินทีดีที่สุดในญี่ปุ่น), เจดีย์ 5 ชั้น, มีงานแกะสลักรูปลิง 3 ตัว ตัวหนึ่งปิดหู ตัวหนึ่งปิดปากและอีกตัวหนึ่งปิดตา อันมีความหมายตามหลักคำสอนของนิกายเทนไดว่า หากเราไม่มอง ไม่ฟังและไม่พูดในสิ่งที่เลวร้ายเภทภัยก็จะไม่ย่างกรายมาสู่ตัวเรา

          วันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ. 2557 เดินทางไปยังพระราชวังอิมพิเรียล (Imperial Palace) ที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ซึ่งงดงามและประกอบด้วยจุดสำคัญๆ หลายจุด เช่น ซันโนะมะรุโซโซกัน (Sannomaru Shozokan) พิพิธภัณฑ์ของพระราชวังอิมพีเรียลที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1992 เพื่อเก็บผลงานศิลปะของราชวงศ์ที่บริจาคให้กับรัฐบาล เท็นชุกะกุอะโตะ (Tenshukaku Ato) ซากฐานปราสาทเอะโดะขนาด 5 ชั้นที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1607 ด้วยความสูง 58 เมตร และมีปลาทองคำขนาดใหญ่สุดในญี่ปุ่นอยู่บนหลังคา โชเรียวบุโชชะ (Shoryobu Chosha) หอจดหมายเหตุของพระราชวังที่รับผิดชอบในการบริหารและรักษาเอกสารสำคัญ ตลอดจนดูแลหลุมฝังศพของราชวงศ์ที่ตั้งอยู่ในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น บะอิริงซะกะ (Bairin-zaka) แนวต้นซากุระที่ปลูกในสมัยเอะโดะโดยมีมากถึง 100 ต้น (สีแดง 50 ต้น และสีขาว 50 ต้น) เป็นต้น

          วันจันทร์ที่ 3 มี.ค. 2557  เดินทางไปยังย่านชินจูกุ (Shinjuku) เยี่ยมชมศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine) ซึ่งถูกสร้างอุทิศให้กับจักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเก็งที่สวรรคตในปี ค.ศ.1912 และ 1914 ตามลำดับ ปัจจุบันที่นี่มักถูกใช้จัดพิธีกรรม พิธีแต่งงานแบบญี่ปุ่นแท้ๆ และงานเทศกาลทางศาสนาต่างๆ ตลอดทั้งปี เช่น งานพิธี 753 (ชิจิโกะซัง) ที่เด็กญี่ปุ่นเมื่ออายุครบ 3,5 และ 7 ขวบ ต้องทำพิธีทางศาสนาเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง ส่วนภายในนอกจากจะมีศาลเจ้าให้สักการะ ก็ยังมีเครื่องใช้ต่างๆ ของจักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเก็ง และสวนสวยที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้และดอกไม้ให้ชม และเดินทางกลับประเทศไทยโดยสายการบินเดลต้าแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ DL 283

             จากการศึกษาครั้งนี้พบว่าบทบาทของพระพุทธศาสนาที่ส่งผลต่อประชาชนที่เห็นได้ชัด คือ วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่ทำให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นมีแบบแผนการดำเนินชีวิตที่สงบสุข ซื่อสัตย์ ขยัน ตรงต่อเวลา มีวินัยรับผิดชอบ กตัญญู มีน้ำใจ มีภาษา มีศิลปะที่สวยสดงดงาม ศาสนสถานที่บรรพบุรุษสร้างสรรค์กันขึ้นมา มีอิทธิพลต่อระบบความคิดและพฤติกรรมของชาวญี่ปุ่น การจัดสภาพวัดและศาสนสถานให้เกิดความสมดุลของธรรมชาติ รักษาสิ่งแวดล้อมได้ดี บางแห่งได้ดูแลรักษาแหล่งต้นน้ำลำธาร ดูแลสภาพผืนป่าให้คงมีความอุดมสมบูรณ์ เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลกันเข้าไปในประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี และตลอดการเดินทางของคณะครั้งนี้โดยส่วนใหญ่อาศัยรถไฟความเร็วสูงที่มีความสะดวกและรวดเร็ว ได้รับการต้อนรับนำทางโดยคุณเกษร สตรีไทยซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 20 ปี

พระมหาเสรีชน นริสฺสโร  ภาพ/รายงาน

 

 

 


แหล่งข่าว : สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • สำนักงานพระสอนศีลธรรม มจร จัดอบรมผู้ประเมินสถานศึกษาอาชีวศึกษาวิถีพุทธ รุ่นที่ ๔ ภายใต้โครงการ
    27 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    328
  • Phra Panyavajrapandit, Assoc. Prof. Dr., Vice Rector for Academic Affairs, and Phramaha Somchai Kittipanyo, Dr., Head of the Department of Foreign Languages, were assigned by the Most Venerable Phra Brahmawatcharatheeracharn, Prof. Dr., Rector, to perform duties as lecturers and lead meditation retreats at the Dharma Gate Buddhist College in Hungary, an affiliated institution of Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
    26 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    380
  • พิธีเปิดโครงการสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจและนิสิตปฏิบัติงานบริการสังคม รุ่นที่ ๗๑
    21 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    617
  • มูลนิธิศิษย์เก่า มจร มอบทุนการศึกษา ๑๒๐ ทุน ฉลองวาระครบ ๒ ทศวรรษ การประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร ณ มจร วังน้อย
    07 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1387
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานผ้าไตรและไทยธรรม ถวายแด่พระวิปัสสนาจารย์ ในพิธีปิดโครงการพัฒนาบุคลากรและนิสิตเพื่อเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ประจำมหาวิทยาลัย สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    04 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1633