ข่าวประชาสัมพันธ์
‘สุวพันธุ์’ชี้สันติภาพไทยเกิดยากแต่ต้องสร้าง
17 ก.ค. 58 | ข่าวมหาวิทยาลัย
678
ข่าวมหาวิทยาลัย
สุวพันธุ์ชี้สันติภาพไทยเกิดยากแต่ต้องสร้าง
วันที่ ๑๗/๐๗/๒๐๑๕ เข้าชม : ๑๓๐๕ ครั้ง

‘สุวพันธุ์’ชี้สันติภาพไทยเกิดยากแต่ต้องสร้าง

‘สุวพันธุ์’ชี้สันติภาพไทยเกิดยากแต่ต้องสร้าง

‘สุวพันธุ์’ชี้สันติภาพไทยเกิดยาก แต่ต้องสร้างไม่เช่นนั้นไม่น่าอยู่ : พระปราโมทย์ วาทโกวิโทและนายสำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มจร รายงาน

               ตั้งแต่มีการยึดอำนาจการปกครอง ร่างรัฐธรรมนูญปฏิรูปประเทศสร้างโครงสร้างสังคมการเมืองไทยใหม่ เพื่อหวังให้เกิดการปรองดองลดความขัดแย้ง ให้เป็นสังคมที่น่าอยู่เกิดสันติภาพ แต่ต้องรับความจริงกันว่ายังไม่เห็นแสงที่ปลายอุโมงค์เกรงว่าจะเป็นการยึด อำนาจเสียของ เพราะยังไม่เห็นแนวทางหรือวิธีการที่ชัดเจน

               ประกอบกับการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายการเมืองที่มี ส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงเท่าที่ควร ดูได้จากการจะเปิดเวทีเดินหน้าปฏิรูปประเทศโดยจะเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมแสดงความคิดเห็นก็มีเสียงคัดค้านมองว่าไม่ใช่แนวทางปรองดอง

               ความรู้สึกดังกล่าวนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่ของประเทศเท่านั้น แม้แต่บุคคลที่ร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ก็มีความรู้สึกเช่นนี้เช่นเดียว กัน บุคคลดังกล่าวคือนายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ระบายความรู้สึกแบบเปิดใจ ในโอกาสเดินทางไปบรรยายพิเศษ เรื่อง "ปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จต่อการสร้างสันติภาพในสังคมไทย" ให้กับนิสิตปริญญาโท หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ที่มีพระมหาหรรษา ธัมมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดีเป็นหัวหน้าหลักสูตร เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2558 ที่ มจร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยาที่ผ่านมา

               นับได้ว่าเป็นการพูดครั้งแรกของนายสุวพันธุ์ที่เกี่ยวกับแนวทางการสร้าง สันติภาพในสังคมไทย ทั้งในบริบทสังคมการเมืองและปัญหาชายแดนภาคใต้

               นายสุวพันธุ์ได้เริ่มจากการให้ความหมายของคำว่า "สันติภาพ" คืออะไร โดยมองว่า "สันติภาพ" นั้นต้องเป็นสังคมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่มีความรุนแรงถึงจะมีความ แตกต่างกันบ้าง ความเห็นอาจจะไม่ตรงกันแต่ไม่ขยายสู่ความรุนแรง มีพื้นฐานคิดดี พูดดีทำดี  แล้วตอนนี้สังคมไทยเป็นอย่างไร? ซึ่งเราก็มีความเห็นไม่ตรงกันอยู่  จริงๆแล้วสังคมไทยมีสันติภาพหรือไม่? สมาชิกของคนในสังคมมีความแตกต่าง พรรคการเมืองเห็นไม่ตรงกัน เรามีหลายพรรค แต่ประเทศสหรัฐอเมริกามีสองพรรคใหญ่ก็อยู่ร่วมกันได้ ดังนั้นตนจึงเห็นว่าสังคมที่มีสันติภาพคือสังคมที่ไม่มีความรุนแรงขนาดใหญ่  แล้วที่สังคมไทยไม่มีความรุนแรงเพราะมีอำนาจกฎหมายพิเศษบังคับหรือไม่ 

               ตนยอมรับว่าเข้ามาด้วยการรัฐประหารทั้งนี้ก็เพื่อมาแก้ปัญหา ตอนนี้ถือว่าบ้านเมืองเรามีสันติภาพอยู่บ้าง แม้ว่าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีความรุนแรงอยู่ยังไม่เกิดสันติภาพ  โชคดีที่เกิดขึ้นที่ปลายด้ามขวานแต่โชคร้ายที่เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เราจึงไม่สามารถพูดได้ว่าสังคมไทยเกิดสันติภาพอย่างแท้จริง

               "สังคมไทยตอนนี้ก็มีความขัดแย้ง ผมโทษคนที่อยู่เบื้องหลังทั้ง 2 ฝ่ายที่เอาประเทศเป็นตัวประกัน โดยไม่นึกถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม นึกแต่ประโยชน์ส่วนตัว เทคโนโลยีสมัยใหม่มีอิทธิพลต่อชีวิตคนปัจจุบัน แต่ก็ทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างสันติภาพ สื่อจึงมีอิทธิพลมากทุกวันนี้จึงสู้กันด้วยข้อมูลข่าวสาร  สุดท้ายสังคมไทยไม่มีสันติภาพจริงๆ ดังนั้นทำอย่างไรให้คนไทยจะอยู่บนเส้นทางกับความขัดแย้งได้" นายสุวพันธุ์ กล่าวและว่า 

               อะไรที่จะเป็นเงื่อนไขของสันติภาพในลักษณะของสังคมไทยปัจจุบัน โดยดูที่มิติด้านสันติภาพ คือ 1.มีความขัดแย้งที่หยั่งรากลึก  2.มีความคิดใช้ความรุนแรงต่อกัน 3.มีช่องว่างระหว่างประชาชน 4.การแก้ไขความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพ
    
               ทุกวันนี้ยังมีการแบ่งค่าย 2 ขั้วชัดเจน มีบางจุดไม่ที่หยั่งรากลึกดูได้จากการที่ตนเดินทางไปต่างจังหวัดไม่มีการ ประท้วง สังคมชนบทมีความสมานฉันท์พอสมควรแต่ประชาชนบางกลุ่มยังชอบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ชอบทหารเพราะมาจากรัฐประหาร ความคิดเช่นนี้ยังมีความหยั่งรากลึกอยู่ ฉะนั้นเมื่อเกิดการประท้วงจะมีความรุนแรงอย่างแน่นอน  ซึ่งดูได้จากความรุนแรงทางวาจา คนรุ่นลูกมาด่าคนรุ่นพ่อ  ข้อความบางข้อความเป็นสัญลักษณ์ถึงความเกลียดชัง  เป็นการสื่อสารที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความรุนแรงทางกายภาพอาจจะไม่รุนแรงเท่าคำพูด สื่อจึงเป็นปัจจัยมากที่สุดที่ทำให้ลดความขัดแย้งและเกิดสันติภาพ 

               ตอนนี้ประเทศไทยเราเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนฉะนั้นการปฏิรูปประเทศจึงมีความ สำคัญ  แต่รัฐธรรมนูญใหม่คนจะยอมรับหรือไม่?  มีการเลือกตั้งแล้วจะกลับไปที่เดิมอีกหรือไม่? แล้วจะทำอย่างไร? หากคนในสังคมยังคิดแต่เรื่องแพ้ชนะกันอยู่ไม่เดินทางสายกลางแล้วบ้านเมือง เดินไปได้อย่างลำบากจริงๆ สำหรับตนเองแล้วมีทางออกคือต้องยึดธรรมะเห็นแก่ประโยชน์บ้านเมือง สันติวิธีจึงมีความสำคัญ แต่ขณะนี้ตนสรุปว่า "สังคมไทยไม่มีสันติภาพอย่างยั่งยืนและมีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรง"

               ดังนั้นปัจจัยสู่ความสำเร็จเกิดสันติภาพมีความปรองดองกัน คือ 1.การระบุรากเหง้าของความขัดแย้งก็ต้องดูว่าอะไรคือรากเหง้าของความขัดแย้ง ของสังคมไทยอย่างแท้จริง  คำตอบคืออำนาจทางการเมือง หากรอแต่การเลือกตั้งวงจรเดิมก็กลับมาอีกแม้ว่าจะยังไม่ถึงทางตันแต่ตนมอง ว่า "ยาก"  อำนาจการเมืองนั้นสามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ยังมองไม่เห็นว่าแก้ปัญหาได้อย่างไร?  ดังนั้นผู้นำจึงมีความสำคัญมากต้องยึดผลประโยชน์คนส่วนมากมากว่าตนเอง ซึ่งรัฐบาลชุดนี้แม้วิธีการเข้ามาเป็นรัฐบาลอาจจะไม่ถูกแต่ก็พยายามจะทำ เพื่อส่วนร่วม  ส่วนการบังคับใช้กฎหมายยังไม่มีความศักดิ์สิทธิ์คนทำผิดกฎหมายมากมาย ดังนั้นแต่สิ่งที่มีปัญหาคือการบังคับใช้กฎหมาย

               2.สร้างพื้นฐานของความไว้วางใจและความรับผิดชอบ 3.การไกล่เกลี่ยที่ดี ตอนนี้ไทยเรายังไม่มีผู้ไกล่เกลี่ยที่ได้รับการยอมรับ ทหารเข้ามาคำหน้าที่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับ  4.การแก้ไขกฎหมายที่ทำให้ไปสู่การอยู่ร่วมกัน โดยรัฐบาลต้องมีกลไกในการแก้ไขความขัดแย้ง  คนที่แก้ไขความขัดแย้งได้ต้องมีความคิดริเริ่ม คิดนอกกรอบไร้รูปแบบ สุดท้ายก็กฎหมายไม่ว่าจะเป็นการอภัยโทษและนิรโทษกรรม แต่ต้องเป็นกฎหมายที่มีความยุติธรรม  ดังนั้นการจะสร้างสันติภาพได้ต้องใช้กฎหมายที่เป็นธรรม เพราะกฎหมายคือตัวกำหนดกรอบ

               ทีนี้มาดูเงื่อนไขของความสำเร็จ 1.บุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องยินยอมพร้อมใจ ไว้วางใจ คือ ทุกสีต้องยินยอมพร้อมใจ ถ้าใจไม่มาทุกอย่างจบ ทุกอย่างต้องเริ่มต้นที่ "ใจ" เท่านั้น ปรับใจของเราเพื่อการยินยอมพร้อมใจ  ฉะนั้นเราต้องมี 3 T คือ (1)"Trust"  คือ  การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เมื่อไว้วางใจก็แก้ปัญหา  (2) "Team" การทำงานเป็นทีม ทุกคนมีจุดอ่อน เราต้องหาคนมาปิดจุดอ่อนของเรา เราต่างเกื้อหนุนกันให้สมบูรณ์  "ระวังผงที่เข้าตา ทำให้ตาบอดได้ คือ  เล็กๆ ทำให้เราตาบอดตาได้ อย่าคิดแต่เรื่องใหญ่ๆ "  ผมถือว่ามีบุญที่ได้ทำงานกับคณะสงฆ์ พระสงฆ์ถือว่าเป็นครูบาอาจารย์ของผม (3) "Tomorrow"  คือ ให้เราคิดถึงวันข้างหน้า "สร้างพรุ่งนี้ จากวันนี้" มีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกลไปข้างหน้า  ถ้าเป็นผู้บริหารที่ดี ต้องมีคำพูดสั้นๆ คือ change แปลว่า การเปลี่ยนแปลง  ผู้บริหารต้องมีอุบายเพื่อให้คนในองค์กรเดินไปข้างหน้า

               2.กระบวนการมีความต่อเนื่อง  คือ มีกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ความต่อเนื่องจึงมีความต่อเนื่อง 3.ยึดแนวทางสันติวิธีคือต้องเดินทางสันติภาพอย่างเดียว  ยึดสันติวิธีด้วยการใช้อาวุธไม่ประสบความสำเร็จเพราะมันมีการบังคับ 4.การถกแถลงถึงข้อเท็จจริงที่ผ่านมาและที่เป็นอย่างตรงไปตรงมา 5.เมื่อเห็นถูกต้องพร้อมใจกัน แล้วต้องนำไปปฏิบัติอย่างแท้จริง คือ  บางครั้งทำคนไม่ได้คิด แต่คนคิดไม่ได้ทำ   เราต้องมีเวทีรับรู้รับทราบร่วมกัน

               นายสุวพันธ์สรุปว่า ความจริงแล้วการจะแก้ปัญหาได้ก็อยู่ที่ "ใจ" เท่านั้น เพื่อจะยุติความขัดแย้งโดยมีกรอบคือ ความขัดแย้ง การทำความเข้าใจ การยอมรับเหตุผลซึ่งกันและกัน แนวทางปฏิบัติที่เป็นธรรม  ดังนั้นเราต้องมาสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นกับสังคมไม่เช่นนั้นสังคมไทยจะไม่ เป็นสังคมที่น่าอยู่อีกต่อไป

               ช่วงบ่ายเป็นการอภิปรายร่วม เรื่อง " สันติภาพในมุมมองศาสนา " โดย มงชินญอร์แอนดรูว์ วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย นายสถิตย์ กุมาร ประธาน Ramakrishna Vedanta Association of Thailand และนายเอกราช ซาบูร์ ผู้อำนวยการสถาบันสันติภาพและการพัฒนาศึกษานานาชาติ ดำเนินรายการโดยพระครูพิพิธสุตาทร อาจารย์ประจำหลักสูตรสันติศึกษา

               วิทยากรทุกคนต่างก็มองว่าสันติวิธีเป็นแนวทางที่ทุกศาสนาจะต้องจับมือกัน สร้างทุบกำแพงสร้างสะพานเชื่อมโยงเข้าหากันมีการจาริกร่วมกันพูดคุยกันมาก ขึ้น ต้องมีวิธีการสื่อสารสิ่งดีๆของศาสนาเสนอข่าวเชิงสันติมากขึ้นไม่เช่นนั้น แล้วโลกจะไม่น่าอยู่ สรุปปัญหา คือ  1.ความมีอัตตาสอนให้ลดอัตตาหรือยัง 2.ผลประโยชน์ สอนให้พอเพียงหรือยัง 3.การศึกษา ให้การศึกษาที่ถูกต้องหรือยัง

 

ที่มา :http://www.komchadluek.net/detail/20150713/209640.html

ขอขอบคุณ : ภาพ/ข่าว จากหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • สกู๊ปพิเศษต้อนรับพิธีประสาทปริญญา มจร ประจำปี ๒๕๖๙ ตอนที่ ๑ มจร เตรียมจัดพิธีประสาทปริญญา ประจำปี ๒๕๖๙ วันที่ ๖–๗ ธันวาคมนี้ Special Feature Welcoming MCU's 2026 Commencement Ceremony EP. 1 MCU to Hold Its 2026 Convocation Ceremony on December 6–7
    04 พ.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1376
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ เชิญสุพรรณบัฏถวาย สมเด็จพระมหาวชิราธิบดี นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย His Majesty the King Graciously Commands the Presentation of the Suphanabhat (Royal Golden Monastic Title Deed) to Somdet Phra Maha Wachirathibodi, President of the University Council of Mahachulalongkornrajavidyalaya University
    31 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    2160
  • วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ (IBSC) มจร จัดฉลองครบรอบ 13 ปี ชูวิสัยทัศน์ผสานพุทธธรรมกับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวสู่การศึกษาโลกอนาคต MCU’s International Buddhist Studies College (IBSC) Celebrated 13th Anniversary, Highlighting Vision of Integrating Buddhist Dhamma with Artificial Intelligence (AI) for Future Education
    30 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1959
  • อธิการบดี มจร เป็นประธานเปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน คณะครุศาสตร์ เน้นย้ำ ครู ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการครองใจคน MCU Rector Presided Over Opening of Vipassana Meditation Program for Faculty of Education, Emphasizing Teachers Must Master Both Science and Art to Win Hearts
    24 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    3336
  • มจร จัดงาน วันปิยมหาราชรำลึก ๒๕๖๙ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ ๕ พร้อมจัดเทศน์มหาชาติ ๔ ภาค ถวายเป็นพระราชกุศล MCU Holds King Chulalongkorn Memorial Day 2026 Event, Expressing Gratitude to King Rama V with Four-Region Great Jataka Sermon to Offer Royal Merit
    23 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    3005