ข่าวประชาสัมพันธ์
แนะใช้ไอทียกระดับพระธรรมทูตไทยสู่เวทีโลก
18 ม.ค. 59 | ข่าวมหาวิทยาลัย
716
ข่าวมหาวิทยาลัย
แนะใช้ไอทียกระดับพระธรรมทูตไทยสู่เวทีโลก
วันที่ ๑๘/๐๑/๒๐๑๖ เข้าชม : ๑๖๖๑ ครั้ง

แนะใช้ไอทียกระดับพระธรรมทูตไทยสู่เวทีโลก

 

 

แนะใช้ไอทียกระดับพระธรรมทูตไทยสู่เวทีโลก

 

แนะใช้ไอทียกระดับพระธรรมทูตไทยสู่เวทีโลก

แนะใช้ไอทียกระดับพระธรรมทูตไทยสู่เวทีโลก คณะสงฆ์ภาครัฐโดยเฉพาะสถานทูตจับมือสนับสนุน

              17ม.ค.2559  พระสรวิชญ์ อภิปญฺโญ,ดร. อาจารย์ประจำและหัวหน้าภาควิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)  เปิดเผยว่า  เมื่อเร็วๆนี้ อัตมาภาพและทีมวิจัยของสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ทำการวิจัยเรื่อง “แนวคิดและหลักการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกา”  เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey  Research)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ แนวคิดในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพระไตรปิฎกศึกษาแนวคิด เป้าหมายและวิธีการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยในประเทศสหรัฐอเมริกาปัญหาและอุปสรรคของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาการเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ 

              ผู้วิจัยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ เก็บข้อมูลกับกลุ่มประชากรคือ กลุ่มผู้บริหารโครงการพระธรรมทูตสายต่างประเทศ  ได้แก่สมัชชาสงฆ์ไทย  หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการฝึกอบรมพระธรรมทูต และจากพระธรรมทูตที่ปฏิบัติงานและเคยปฏิบัติงานเป็นพระธรรมทูตในประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน  100 รูป ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบบังเอิญ สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ข้อมูลแบบผสมผสานทั้งปริมาณและคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า

              1.แนวคิด วิธีการและเป้าหมายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตเป็นไปตามหลักพุทธโอวาท แสดงธรรมให้เหมาะสมกาลเทศะ มีเหตุผล แสดงธรรมด้วยจิตเมตตา โดยมุ่งประโยชน์แก่ผู้ฟังไม่แสดงธรรมเพราะเห็นแก่ลาภสักการะ ไม่แสดงธรรมโดยยกตนข่มท่านและไม่เสียดสีข่มขู่ผู้อื่น  เป้าหมายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตสายต่างประเทศ เพื่อประโยชน์ เกื้อกูล ความสุขแก่บุคคลทั้งที่เป็นชาวพุทธและมิใช่ชาวพุทธ มุ่งที่จะพัฒนาศักยภาพของบุคคลในการดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเอง

              โดยใช้หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแนวทางในการชี้นำบุคคลให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เป็นศูนย์รวมจิตใจและกิจกรรมของชาวพุทธในต่างประเทศ โดยมีวิธีการเผยแผ่เพระพุทธศาสนาได้แก่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในที่ตั้ง หรือการจัดกิจกรรมภายในวัดเช่น การจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสำคัญของชาติการเทศน์ การปาฐกถา การเขียนบทความ การจัดสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เป็นต้น การเผยแผ่พระพุทธศาสนานอกที่ตั้ง เช่น การสอน,บรรยายธรรมในสถานศึกษาหรือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่อยู่นอกวัด การใช้เทคโนโลยี สื่อสารมวลชน วิทยุโทรทัศน์หรือการจัดกิจกรรมทางศาสนานอกวัดเป็นต้น การเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบเครือข่าย เช่น การจัดกิจกรรมทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม การส่งต่อกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การสร้างเครือข่ายชาวพุทธทั้งฝ่ายฆราวาสและพระสงฆ์ (สมัชชาสงฆ์ไทย)
 
              2. ปัญหาและอุปสรรคการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น พระธรรมทูตยังไม่เข้าใจภาษาและวัฒนธรรมของประเทศที่ตนไปเผยแผ่ดีพอ ทำให้การสื่อสารกับคนในประเทศนั้นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ด้านองค์กรสงฆ์ที่มีส่วนในการดูแลพระธรรมทูตยังก็ไม่เข้มแข็งพอ จึงให้การสนับสนุนและดูแลได้ไม่ทั่วถึง แม้ปัจจุบันจะมีหลายหน่วยงานที่กำกับดูแลโดยตรงแต่ก็ยังครอบคลุมได้ไม่ทั่วถึง เช่นศูนย์ควบคุมดูแลพระไปต่างประเทศก็ทำหน้าที่อย่างหนึ่ง สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตก็ทำหน้าอีกอย่าง อบรมพระธรรมทูตแล้วส่วนการคัดเลือกว่าพระสงฆ์รูปใดจะได้เดินทางไปประเทศไหนนั้นเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งเมื่อผ่านเกณฑ์พิจารณาแล้วก็ต้องผ่านขั้นตอนในการขอหนังสือเดินทาง ขอวีซ่าเข้าประเทศ บางประเทศก็ยากมากและให้เวลาในการพำนักในประเทศนั้นๆ น้อยทำให้เกิดความไม่ต่อเรื่องในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

              3. แนวทางการแก้ไขปัญหาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตในสหรัฐอเมริกา ควรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหาร การจัดการและการปกครองสำหรับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ โดยจัดตั้งสถาบันหรือวิทยาลัยพระธรรมทูต เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านงานเผยแผ่พระศาสนาในต่างประเทศ จัดตั้งคณะกรรมการบริหารกิจการพระธรรมทูต ซึ่งคณะกรรมการฯ ชุดนี้ควรได้รับมอบอำนาจจากมหาเถรสมาคม ให้สามารถเข้าไปดูแลเรื่องการคัดเลือก จัดส่งพระธรรมทูตฯ ไปประจำหรือทำงานในต่างประเทศการดูแลเรื่องสวัสดิการ สุขภาพ การเดินทางไปเผยแผ่ การพิจารณาให้ความดีความชอบ และมาตรการลงโทษ พร้อมกันนี้ก็ควรมีบุคลากร และงบประมาณรับสนองงานด้านนี้อย่างเพียงพอ

              จากผลการวิจัยดังกล่าวมีข้อเสนอแนะข้อเสนอแนะเชิงนโยบายดังนี้

              1.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศควรกำหนดเป็นนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุนให้พระธรรมทูตในต่างประเทศนำวิธีการการเผยแผ่พระพุทธศาสนา   ตามหลักพุทธโอวาท กำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์ สร้างกลยุทธ์เครือข่ายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาระหว่างพระธรรมทูตและชาวพุทธในต่างประเทศอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

              2. มหาวิทยาลัยสงฆ์และองค์กรร่วมมือฝึกอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ควรเพิ่มเติมเนื้อหาสารเกี่ยวกับเทคนิควิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบเครือข่ายใช้หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแนวทางในการชี้นำบุคคลให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เป็นศูนย์รวมจิตใจและกิจกรรมของชาวพุทธในต่างประเทศ เช่น การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในที่ตั้ง หรือการจัดกิจกรรมภายในวัดเช่นการจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสำคัญของชาติการเทศน์ การปาฐกถา การเขียนบทความ การจัดสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เป็นต้น การเผยแผ่พระพุทธศาสนานอกที่ตั้ง เช่นการสอน,บรรยายธรรมในสถานศึกษาหรือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่อยู่นอกวัด

              3. รัฐบาล ควรสนับสนุนส่งเสริมนโยบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศของมหาเถรสมาคมอย่างใกล้ชิด การจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อดูแลกิจการพระพุทธศาสนาในต่างแดน การอำนวยความสะดวกให้พระสงฆ์ที่มีความรู้ความสามารถเดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ได้สะดวก การสนับสนุนเครือข่ายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทุกรูปแบบ

              4. สถานทูตในแต่ละประเทศที่มีพระธรรมทูตอยู่ ควรกำหนดเป็นนโยบายในการส่งเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมของประเทศที่พระธรรมทูตจะไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนความเข้มแข็งของการคงอยู่ของวัดในต่างประเทศด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาวัด การจัดกิจกรรม และการสร้างความเข้าใจระหว่างชาวพุทธและชาวศาสนาอื่น

              ขณะที่ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ  1. หน่วยงานฝึกอบรมพระธรรมทูต (สถาบันการศึกษาทางคณะสงฆ์) ร่วมกับ องค์กรพระธรรมทูตในต่างประเทศร่วมกันจัดทำหลักสูตรที่เอื้อต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแต่ละพื้นที่(ประเทศ) เพื่อให้การปฏิบัติงานของพระธรรมทูตมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

              2. รัฐบาลนำแนวนโยบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของมหาเถรสมาคมมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยให้พระธรรมทูตเป็นสื่อกลางนำวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของพระพุทธศาสนาเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 

              3. สร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรที่ดูแลพระธรรมทูตสายต่างประเทศ โดยการสร้างระบบเครือข่ายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ในแต่ละประเทศ ร่วมถึงระหว่างพระธรรมทูตต่างประเทศและพระสงฆ์ในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาซึ่งกันและกัน

              4. การวางกรอบภาระงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศให้เป็นเอกภาพ เช่น ศูนย์ควบคุมดูแลพระไปต่างประเทศ สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูต (มหาวิทยาลัยสงฆ์) หน่วยงานภาครัฐ ควรมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและวางกรอบขั้นตอนและการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของพระธรรมทูตทุกขั้นตอน

              5. มหาวิทยาลัยสงฆ์ร่วมกับองค์กรคณะสงฆ์และหน่วยงานสนับสนุนควรหาแนวทางการจัดตั้งสถาบันหรือวิทยาลัยพระธรรมทูต เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านงานเผยแผ่พระศาสนาในต่างประเทศจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกิจการพระธรรมทูตซึ่งคณะกรรมการฯชุดนี้ควรได้รับมอบอำนาจจากมหาเถรสมาคมให้สามารถเข้าไปดูแลเรื่องการคัดเลือกจัดส่งพระธรรมทูตฯไปประจำหรือทำงานในต่างประเทศการดูแลเรื่องสวัสดิการสุขภาพการเดินทางไปเผยแผ่การพิจารณาให้ความดีความชอบและมาตรการลงโทษพร้อมกันนี้ก็ควรมีบุคลากรและงบประมาณรับสนองงานด้านนี้อย่างเพียงพอ

              6. พระธรรมทูตในต่างประเทศต้องทำงานให้มากขึ้น โดยเฉพาะพระธรรมทูตภายในวัดต้องศึกษาทั้งภาษาอังกฤษและวัฒนธรรม เพื่อขยายงานให้มากขึ้น  ซึ่งจะทำให้เกิดความองอาจและสามารถที่จะอธิบายธรรมะให้กับชาวต่างชาติได้ขณะเดียวกันควรมีการสร้างเครือข่ายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในรูปแบบที่หลากหลายผ่านสื่อเทคโนโลยี Internet วิทยุหรือโทรทัศน์ ส่งเสริมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับรูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

              สำหรับปี 2559 นี้  วิทยาลัยพระธรรมทูต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยกำลังเปิดรับสมัครพระภิกษุผู้มีใจรักศรัทธาในการเผยแผ่พุทธศาสนาในต่างแดน มีความอดทน เสียสละ เข้าโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 22 อบรม 3 เดือน ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม – 9 มิถุนายน 2559 เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง วันที่ 6 มีนาคม 2559

              พระภิกษุรูปใดสนใจเข้ารับการอบรม ติดต่อ วิทยาลัยพระธรรมทูต หรือ กองวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) สถานที่ อาคารเรียนรวม ชั้น ๓ โซน D ห้อง D300 เลขที่ ๗๙ หมู่ที่ ๑ หลักกิโลเมตรที่ ๕๕ ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๑๗๐ โทรศัพท์ ๐-๓๕๒๔-๘๐๐๐ ต่อ ๘๐๖๕โทรสาร ๐-๓๕๒๔-๘๐๖๕ หรือ อาคารมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้อง ๒๑๐ วัดมหาธาตุ ฯ กรุงเทพ ฯ โทรศัพท์ ๐-๓๕๒๔-๘๐๐๐ ต่อ ๑๑๓๕ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่http://odc.mcu.ac.th/?p=1589

 

ที่มา: http://www.komchadluek.net/detail/20160117/220722.html

ขอขอบคุณ : ภาพ/ข่าว หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • มจร จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ประจำเดือน ต.ค. 2569 เติมพลังใจในการทำงานแก่บุคลากรทั่วประเทศ MCU Holds Monthly Chanting and Meditation Session for October 2026 to Boost Staff Morale Nationwide
    05 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    2832
  • อธิการบดี มจร เปิดเวทีวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ณ วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน เตรียมเสนอชื่อ ครูบาศรีวิชัย” เป็นบุคคลสำคัญของโลก MCU Rector Opens National and International Academic Forums at Lamphun MCU College, Gearing Up to Nominate Kruba Srivichai
    28 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    7184
  • ในหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร น้ำสรง และเครื่องสักการะ แด่ พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดี มจร เนื่องในงานอายุวัฒนมงคล 66 ปี His Majesty the King Graciously Bestows Monastic Robes, Bathing Water, and Offerings upon Phra Brahmawatcharatheeracharn, Rector of MCU, on His 66th Birth Anniversary
    28 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    6855
  • มจร จัดงาน วันกตัญญู ประจำปี ๒๕๖๙ เชิดชูเกียรติและรำลึกคุณูปการบุคลากรผู้เกษียณอายุการทำงานอย่างสมเกียรติ MCU Hosts Annual Gratitude Day 2026 to Honor and Celebrate the Contributions of Retiring Personnel
    25 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    6589
  • ชมรมนิสิตชาวพุทธบังกลาเทศ มจร จัดงานใหญ่ Anniversary Celebration 2026 ชูเวทีเสวนาวิชาการและเปิดตัวหนังสือใหม่ Bangladesh Buddhist Students Club of MCU Hosts Grand Anniversary Celebration 2026, Highlighting Academic Panel and New Book Launch
    24 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    4291