ข่าวประชาสัมพันธ์
จาก"มหาวิทยาลัยเถื่อน" สู่มหาวิทยาลัยระดับโลก!
19 มี.ค. 61 | ข่าวมหาวิทยาลัย
1282
ข่าวมหาวิทยาลัย
จาก"มหาวิทยาลัยเถื่อน" สู่มหาวิทยาลัยระดับโลก!
วันที่ ๑๙/๐๓/๒๐๑๘ เข้าชม : ๔๒๔ ครั้ง

 จาก"มหาวิทยาลัยเถื่อน" สู่มหาวิทยาลัยระดับโลก!

สัปดาห์นี้ขอเอ่ยถึง “มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” อดีตเคยถูกกีดกันสารพัด แต่ปัจจุบันพัฒนา
 
 
 
ใครจะคาดคิดว่ามหาวิทยาลัยที่ถูกมองว่าเป็น “มหาวิทยาลัยเถื่อน” เป็นมหาวิทยาลัยที่ถูกกีดกันจากพระผู้ใหญ่บางรูป เป็นมหาวิทยาลัยที่รัฐบาลไม่รับรองวุฒิการศึกษา และเป็นอดีตมหาวิทยาลัยที่อาจารย์สอนไม่เคยมีเงินเดือน ซ้ำบางท่านสอนฟรีไม่พอ ยังต้องถวายน้ำปานะเลี้ยงนิสิตอีก

วันนี้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีนิสิตที่สำเร็จการศึกษามาแล้วจำนวน 63 รุ่น แยกเป็นระดับปริญญาตรี 50,674 รูป/คน ปริญญาโท 6,679 รูป/คนและปริญญาเอก 1,019 รูป/คน รวมทั้งสิ้น 58,372 รูป/คน เป็นมหาวิทยาลัยของประเทศไทยแห่งเดียวที่แก้ความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้สร้างโอกาสทางการศึกษา ให้แก่ผู้ที่ไม่มีโอกาสก้าวสู่มหาวิทยาลัยทั่วไป

รวมทั้งลูกที่ถูกทอดทิ้ง กำพร้า อนาถา ชาวเขา ก็สามารถเข้ามาศึกษาสถาบันระดับอุดมศึกษาแห่งนี้ได้ ปัจจุบันเปิดการเรียนการสอนไปแล้วทั่วประเทศและทั่วโลก โดยในต่างประเทศมีสถาบันสมทบ 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศฮังการี สิงคโปร์ ศรีลังกา เกาหลีใต้ และใต้หวัน



ส่วนในประเทศไทยมีวิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ หน่วยวิทยบริการและโครงการขยายห้องเรียน ครอบคลุมทุกภูมิภาคใน 45 จังหวัดทั่วประเทศ เปิดการเรียนการสอนมากถึง 227 หลักสูตร เพื่อให้พระภิกษุ สามเณร และประชาชนทั่วไป ปัจจุบันมีนิสิตทั้งสิ้น จำนวน 24,344 รูป/คน มีผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ 3,003 รูป/คน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ผลิตบุคลากรไม่เฉพาะเพื่อสนองงานคณะสงฆ์เท่านั้น แม้แต่ในฝ่ายบ้านเมืองก็มี “ศิษย์เก่า” สถาบันการศึกษาแห่งนี้ไม่ใช่น้อย

สมัยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้ หากจำไม่ผิดจ่ายค่าเทอมเพียงเทอมละประมาณ 1,700 บาท พวกเราไม่มีโอกาสนั่งรถเมล์เหมือนคนทั่วไป เพราะธรรมชาติรถเมล์เวลาเจอพระไม่ค่อยรับและยิ่งรถเมล์ที่มีแอร์ยิ่งไม่อยากรับ พระนิสิตรุ่นผมสมัยนั้นต้องนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาไปลงที่ท่ารถไฟข้างๆ โรงพยายาลศิริราช มีรถเมล์เก่าๆ สีเหลืองอยู่ 2 คัน จะมาค่อยรับส่งพระนิสิตที่ท่าเรือแห่งนี้ เวลาค่ำๆ ก็นั่งรถกระเป๊าะคันเล็กๆ กลับมายังท่าเรือแห่งนี้และอาศัย “เรือด่วนเจ้าพระยาฟรี” เพื่อกลับวัด

วัดอรุณราชวราราม เป็นวัดที่ผมจำพรรษา ด้วยความที่ไม่มีเงินซื้อหนังสือดีๆ หลังฉันเช้าเสร็จผมมักจะเดินข้ามฟากมาจากท่าเตียนเพื่อมาอ่านหนังสือใหม่ๆ ตรงร้านหนังสือนายอินทร์ ท่าพระจันทร์ สมัยนั้นร้านนายอินทร์ชั้น 2 จะมีมุมนั่งให้อ่านหนังสือ เราก็ทำเป็นเลือกโน้นเลือกนี่แล้วก็หยิบหนังสือการเมือง หรือหนังสือประเภทวิเคราะห์เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ที่คิดว่าถูกกับจริตของเราหยิบไปอ่าน



 


เมื่อถึงเวลาใกล้ๆ ฉันเพล ก็ซื้ออาหารกล่องไปฉันตรงตึกมหาจุฬาฯ วัดมหาธาตุ แล้วก็ข้ามฟากไปนั่งรถต่อเพื่อเรียนยังศูนย์วัดศรีสุดาราม ตกช่วงเย็นๆ หากมีเวลาเหลือหรือบางวันอาจารย์สอนติดภารกิจไม่มาสอน ผมจะไปห้องสมุด “ดิเรก ชัยนาม” ชั้น 5 ของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประจำ

ยุคสมัยนั้น “หลักสูตรรัฐศาสตร์” ยังไม่ถูกรับรองจากรัฐบาล มักมีรุ่นพี่มาเล่าประสบการณ์ไปทะเลาะกับคน กพ.ประจำ เพราะบางคนสึกออกไปแล้วไปสอบปลัดอำเภอบ้าง สอบเข้าราชการบ้างใน “สาขารัฐศาสตร์” บางคนสอบติดแต่เวลาตรวจสอบวุฒิการศึกษาปรากฎว่า“หลักสูตร กพ.ไม่รับรอง” 

จนเมื่อปี พ.ศ.2540 มหาวิทยาลัยได้รับการรับรองและมีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเป็นของตนเอง ซึ่งมีสถานะเป็นนิติบุคคลและเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และนับตั้งแต่นั้นมา “มหาวิทยาลัยสงฆ์” แห่งนี้ก็เหมือน “พยัคฆ์ติดปีก” มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด เกิดสถาบันภาษา, วิทยาลัยพระธรรมทูต, ศูนย์อาเซียนศึกษา, สถาบันวิปัสสนา, วิทยาลัยพุทธศาสนานานาชาติ



มีพระสงฆ์นิกายต่างๆ รวมทั้งฆราวาสเดินทางมาเรียน ณ สถาบันแห่งนี้จากทุกมุมโลก เป็นศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนาโลกอย่างแท้จริง มีพระธรรมทูตเผยแผ่พุทธศาสนากระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคทั้งในยุโรป อเมริกา แอฟริกา ออสเตรเลีย พูดง่ายๆ ไม่มีพระธรรมทูตคนไหน ไม่เคยผ่านการฝึกอบรมจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เว้น “คณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย” และที่สำคัญปัจจุบันพระนิสิตที่จบจากสถาบันแห่งนี้มีทุกระดับชั้นไม่เว้นแม้กระทั้ง “กรรมการมหาเถรสมาคม”

ในวันพุธที่ 13 กันยายน 2560 นี้ สถาบันการศึกษาอันทรงเกียรตินี้มีอายุครบ 130 ปีแล้ว และถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ผมในฐานะศิษย์เก่าขอแสดงความยินดีและขอขอบคุณผู้บริหารทุกท่านที่ “ผลิตพวกผมออกมา” จนกล้าประกาศเลยว่า “พวกเรามีดีและมีองค์ความรู้ไม่แพ้สถาบันใด”

และก็อดภูมิใจเล็กๆ ไม่ได้ว่า...วันนี้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย...จาก “มหาวิทยาลัยเถื่อน” สามารถพัฒนาไปสู่ “มหาวิทยาลัยระดับโลก” ได้


…......................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

ขอบคุณภาจาก เฟซบุ๊ค Mcu Tv-channel และพระโสภณวชิราภรณ์ ... ที่มา : https://dailynews.co.th/article/597752
 
ขอขอบคุณ : ภาพ/ข่าว เว็บไซต์ข่าว เดลินิวส์

 


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ประจำปี ๒๕๖๙ Mahachulalongkornrajavidyalaya University Held Memorial Ceremony in Remembrance of King Rama IX, the Great’s Grace on Navamindramaharaj Day 2026
    12 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    580
  • มจร ส่วนกลาง เปิดสอบ ป.ตรี ภาค 1/2569 รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการเน้นย้ำนิสิตทำข้อสอบด้วย สติสัมปชัญญะ MCU Central Administration Opens Bachelor's Degree Exams for Semester 1/2026; Vice-Rector for Academic Affairs Emphasizes Students to Take Exams with Mindfulness and Full Awareness
    09 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    2539
  • มจร จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ประจำเดือน ต.ค. 2569 เติมพลังใจในการทำงานแก่บุคลากรทั่วประเทศ MCU Holds Monthly Chanting and Meditation Session for October 2026 to Boost Staff Morale Nationwide
    05 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    5415
  • อธิการบดี มจร เปิดเวทีวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ณ วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน เตรียมเสนอชื่อ ครูบาศรีวิชัย” เป็นบุคคลสำคัญของโลก MCU Rector Opens National and International Academic Forums at Lamphun MCU College, Gearing Up to Nominate Kruba Srivichai
    28 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    8805
  • ในหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร น้ำสรง และเครื่องสักการะ แด่ พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดี มจร เนื่องในงานอายุวัฒนมงคล 66 ปี His Majesty the King Graciously Bestows Monastic Robes, Bathing Water, and Offerings upon Phra Brahmawatcharatheeracharn, Rector of MCU, on His 66th Birth Anniversary
    28 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    7442