ข่าวประชาสัมพันธ์
"อธิการบดี มจร" แนะนำอริยสัจโมเดลเป็นฐาน ออกแบบหลักสูตรจริยธรรมต่อต้านการทุจริตสำหรับเยาวชน ของมูลนิธิต่อต้านการทุจริต
01 ก.ย. 66 | ข่าวมหาวิทยาลัย
1181

วันที่ 29 สิงหาคม 2566 ที่ห้องพุทธเมตตา หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) มูลนิธิต่อต้านการทุจริตโดยคณะทำงานในการจัดทำหลักสูตรการอบรมจริยธรรมและการต่อต้านการทุจริต ศูนย์ฝึกอบรมต่อต้านการทุจริตแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มจร  จัดการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ในประเด็นหัวข้อ “การออกแบบหลักสูตรจริยธรรมต่อต้านการทุจริตสำหรับเยาวชน” เพื่อนำองค์ความรู้จากผลการสนทนากลุ่มไปเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนจัดทำกรอบหลักสูตรจริยธรรมต่อต้านการทุจริตสำหรับเยาวชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาและฝึกอบรมจริยธรรมเพื่อการต่อต้านการทุจริตสำหรับเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพลเอกธีระเดช ฉัตรเสถียรพงศ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต  กล่าวถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของการพัฒนาหลักสูตรดังกล่าว



ต่อมาพระธรรมวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปาฐกถาหัวข้อ “จริยธรรมสำหรับการป้องกันทุจริต”  โดยกล่าวประเด็นสำคัญว่า ขออนุโมทนาในกุศลจิตในการมาร่วมเพื่อการออกหลักสูตรจริยธรรมเพื่อการต่อต้านการทุจริตสำหรับเยาวชน จะต้องทำอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นคุณงามความดี จึงต้องสร้างปรโตโฆสะรูปแบบของการแนะนำคำสั่งของบุคคล และช่องทางต่างๆ ให้เด็กเยาวชนละชั่วทำความดี  เป็นอาหารในทางใจ  สร้างบรรยากาศแห่งคุณงามความดี เช่น สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม มีวัฒนธรรมที่ดี  สร้างบุคคลต้นแบบเชิดชูในการสร้างคุณงามความดี โดยชื่อหลักสูตรจะต้องไม่แข็งเกินไปจะต้องนุ่มนวลอยากเรียนรู้ 

สัทธรรมในทางพระพุทธศาสนาประกอบด้วย 1)ปริยัติสัทธรรม เป็นหลักวิชาการเกี่ยวกับจริยธรรม โดยจริยธรรมเป็นเนื้อหาเป็นหลักการปฏิบัติที่ดีงาม โดยต้องตอบคำถาม 5 ข้อ ประกอบด้วย 1)ชีวิตคืออะไร   2)ชีวิตเป็นอย่างไร  3)ชีวิตเป็นไปอย่างไร 4)ชีวิตควรเป็นอย่างไร  5) ชีวิตควรเป็นอยู่อย่างไร ซึ่งเป็นวิชาการเป็นปริยัติอย่างหลักสูตรเป็นเพียงปริยัติ ความรู้ทางวิชาการไม่เพียงพอแต่มุ่งเก่ง  2)ปฏิบัติสัทธรรม เป็นการลงมือปฏิบัติโดยมุ่งเฉพาะไตรสิกขา ประกอบด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นการฝึกอบรมกล่อมเกลาผ่านศีล จิตใจนำไปสู่เกิดการปัญญา เป็นการฝึกอบรมควรคู่กันไปแต่มุ่งความดี  3)ปฏิเวธสัทธรรม ผลที่เกิดขึ้นรู้ดีทำได้ใช้เป็น   



หลักสูตรที่จะออกแบบจะต้องมีหลักการ วิธีการ กระบวนการ ผ่านการเก่ง ดี มีความสุข จะต้องพัฒนาจิตใจให้ดีงาม ควรบูรณาการหลากหลายรูปแบบเพื่อให้จิตใจดีงาม ผ่านกระบวนการไตรสิกขาถือว่าเป็นจริยธรรม สอดรับกับพระพุทธเจ้าในการตรัสรู้ผ่านอริยสัจ 4  จึงต้องมุ่งหาตัวทุกข์ให้เจอว่าทุกข์อะไรอย่างไร กับมุ่งสาเหตุของปัญหาของตัวทุกข์ คำถามเด็กเยาวชนมีปัญหาอะไรอย่างไร ซึ่งเด็กเยาวชนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาชีวิต จะทำให้กลับมาสู่ความดียาก จึงต้องมองสมุทัยให้ลึกซึ่งเป็นสาเหตุที่แท้จริงของเด็กเยาวชน จึงต้องมองนิโรธซึ่งเป็นเป้าหมายของการพัฒนาหลักสูตร หลักสูตรจึงเป็นนิโรธ แต่มรรคเป็นสิ่งสำคัญที่สุดซึ่งเป็นวิธีการ ซึ่งการไปสู่นิโรธไม่ใช่ปริยัติแต่เป็นปฏิบัติสัทธรรม เพราะถ้าคนเก่งมากจะเป็นมิจฉาทิฐิเพราะหลงว่าตนเองเก่ง จึงต้องพัฒนาสติสมาธิให้เป็นคนดีจึงนำไปสู่ปัญญา ซึ่งปัญญาสามารถเกิดขึ้นได้จากการพัฒนาผ่านสติและสมาธิ จะต้องมองให้ชัดถึงอริยสัจโมเดลผ่านปัญหา สาเหตุ เป้าหมาย และวิธีการ    


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • ชาว มจร ปลื้มปีติ! ร่วมยินดี รศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มจร
    17 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1612
  • มจร เดินหน้าสานความร่วมมือ มหาวิทยาลัยโตโย ประเทศญี่ปุ่น เตรียมรับคณะศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้พุทธศาสนานานาชาติ MCU Steps Ahead with Toyo University Partnership, Preparing for International Buddhist Knowledge Exchange and Study Program
    16 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    2142
  • สถาบันวิปัสสนาธุระ มจร ปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 5 ครบรอบวันสถาปนา 139 ปี MCU's Vipassanadhura Institute Concluded Vipassana Meditation Practice Project Dedicated as a Royal Merit Offering to King Rama the Fifth for 139th Anniversary
    15 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    6749
  • (สกู๊ฟพิเศษ) ๑๓๙ ปี มจร: จากรากเหง้าแห่งปัญญา สู่สถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนานานาชาติ (ตอนที่ ๘) ๑๓๙ ปี มจร: มจร กับการต่างประเทศขยายภารกิจปักธงธรรมจักรบนแผนที่โลก
    10 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    19295
  • (สกู๊ฟพิเศษ) ๑๓๙ ปี มจร: จากรากเหง้าแห่งปัญญา สู่สถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนานานาชาติ (ตอนที่ ๗) ๑๓๙ ปี มจร: ธรรมาภิบาลนำทางก้าวสู่การบริหารจัดการสมัยใหม่
    09 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    20793