ข่าวประชาสัมพันธ์
คุณตาวัย 82ปี เรียนด๊อกเตอร์ 'มจร'
20 มี.ค. 55 | ข่าวมหาวิทยาลัย
305
ข่าวมหาวิทยาลัย
คุณตาวัย 82ปี เรียนด๊อกเตอร์ 'มจร'
วันที่ ๒๐/๐๓/๒๐๑๒ เข้าชม : ๑๐๗๔๘ ครั้ง


 

คุณตาวัย82ปีเรียนด๊อกเตอร์'มจร' พิสูจน์ทฤษฎีไม่มีใครแก่เกินเรียน 

  

              คมชัดลึก (๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕) : การศึกษาไม่มีคำว่าแก่เกินเรียน ซึ่งใครก็ตามถ้าหากคิดจะศึกษาก็สามารถที่จะไขว่คว้าหาความรู้มาสู่ตนเองได้ ไม่ว่าระดับไหนทุกคนมีโอกาส มีสิทธิ์ที่จะศึกษาได้ เช่น นายประดิษฐ์ ดีเลิศ วัย 82 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ถึงแม้ว่าอายุของเขาจะมากแล้ว แต่นายประดิษฐ์ยังเดินหน้าที่จะร่ำเรียนศึกษาหาความรู้ให้กับตัวเองอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีไม่มีใครแก่เกินเรียน ถึงแม้อายุ 82 ปี ก็มีดีกรีเรียนจบด๊อกเตอร์ได้

             นายประดิษฐ์ เปิดเผยว่า ตนเติบโตมาในครอบครัวที่มีวิถีแบบชนบท  ถึงแม้ว่าชีวิตครอบครัวแต่ก่อนจะอยู่ในเมืองขอนแก่น แต่ในสมัยนั้นเมืองขอนแก่นก็ไม่ได้เจริญเติบโตเหมือนปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่มีโอกาสน้อยมากที่จะได้ศึกษาเล่าเรียน ไปไหนมาไหนในเมืองใหญ่เช่นกรุงเทพฯ ก็มักจะถูกล้อว่าเป็นลาว หรือคนบ้านนอก แต่เนื่องด้วยเกิดมาเป็นคนอยากรู้ อยากเห็น อยากลองในสิ่งใหม่ๆ ยิ่งแล้วเมื่อเห็นเพื่อนๆ หรือคนที่เขามีฐานะดีได้รับโอกาสได้ศึกษาได้เรียน ได้สิ่งดีๆที่เขาอยากได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการ อยากใฝ่เรียน อยากไฝ่รู้ ประกอบกับความเชื่อมั่นส่วนตัวเมื่อเห็นเขาทำได้เราก็ต้องทำได้ อีกทั้งที่ผ่านมาสมัยเด็กก็มักจะได้รับการดูถูกจากคนในเมืองใหญ่ จึงทำให้กลายเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองมีความตั้งใจที่จะเรียนหนังสือ เพื่อลบการดูถูกของคนสังคมเมืองใหญ่ในขณะนั้น

              นายประดิษฐ์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่มีแรงบันดาลใจที่จะเอาชนะการดูถูกของคนเมืองให้ได้ ทำให้ตั้งแต่เด็กในชีวิตช่วงเรียนชั้นประถม และมัธยม สอบเข้าและสอบออกก็ได้ที่ 1 ของรุ่นมาโดยตลอด เมื่อปี 2494 เรียนจบชั้น มัธยมปลายที่ ร.ร.ขอนแก่นวิทยายน รุ่นแรกของโรงเรียน ก็มุ่งหน้าสู่เมืองกรุงเทพฯแสวงหาใช้วิชาความรู้สอบเข้าศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในคณะนิติศาสตร์ ด้านกฎหมาย ในปี 2497 อายุได้ 23 ปี ก็เรียนจบปริญญาตรีใบแรก ต่อมาหลังเรียนจบจึงได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาตระเวนสอบบรรจุเข้ารับราชการพร้อมกับสร้างครอบครัวทำงานเลี้ยงชีพ โดยการสอบบรรจุได้เป็นครูใหญ่ หรือ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคอีสาน

              ต่อมาด้วยความมุมานะบากบั่นที่จะใช้ความรู้ที่เรียนมาสร้างเงินสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว มองเห็นช่องทางในด้านวิชาการกฎหมายที่พี่ๆเขาว่าความแล้วได้เงินสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จากนั้นเมื่อเห็นพี่ๆ และเพื่อนพ้องว่าความสร้างรายได้ดี ตัดสินใจลาออกจาก ครูใหญ่หรือ ผอ.โรงเรียน มาเข้าสมาคมทนายความที่ จ.ขอนแก่น รับจ้างเป็นทนายความ หวังที่จะใช้วิชาที่ศึกษาร่ำเรียนมาว่าความเลี้ยงชีพ แต่ด้วยความซื่อแก่งแย่งชิงดีใครไม่เป็น เขาก็ให้ทำคดีความเฉพาะคดีแพ่ง ไม่ค่อยจะได้เงินดีเหมือนกับคนที่เขาทำคดีอาญา

              "ช่วงนั้นก็ไม่ค่อยมีคดี ก็เลยได้ไปสอบจ่าศาล ซึ่งมีการสอบทั่วประเทศไทย สอบได้ที่ 7 เป็นรองจ่าศาลแพ่งได้ 1 ปี ก็เลยไปสอบศุลกากรสอบได้ที่ 1 ในตำแหน่งพนักงานตีราคา ไปแล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้น อาจเป็นเพราะผมไม่ค่อยมีพักพวก อยู่ได้ 1ปี ก็โอนมาเป็นสารวัตรแรงงงาน กรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งขณะนั้นเขาก็เอา 2 คน ผมสอบได้ที่ 2 มีสิทธิ์สอบชั้นโทตำแหน่งประชาสงเคราะห์จังหวัด ไปอยู่จังหวัดนครพนม 5 ปี จากนั้นก็มาอยู่จังหวัดขอนแก่น 1 ปี เลียแข่งเลียขาใครไม่เป็น ถูกย้ายไปอยู่ที่ จ.สกลนคร 7 ปี และต่อจากนั้นเกิดการเบื่อหน่ายในงานก็เลยสมัครมาเป็น ผอ.ศูนย์สงเคราะห์ผู้ประสบภัยประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.ขอนแก่น ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ จ.พิษณุโลก ,มหาสารคาม ,เลย และบุรีรัมย์ สุดท้ายลาออกก่อนเกษียณ 5 ปี เพราะเราทำงานอย่างเดียวไม่เอาใจเขา จึงจะถูกย้ายไปอยู่ที่อื่น เมื่อเห็นท่าไม่ดีเลยชิงลาออกก่อน"นายประดิษฐ์ เล่าเท้าความหลังให้ฟัง

              นายประดิษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า ในช่วงนั้นว่างมาก คิดอยากจะเรียนเพื่อเพิ่มความรู้อีก ประกอบกับเห็นมหาวิทยาลัยเปิดอย่างมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.)เปิดรับนักศึกษาในช่วงนั้น จึงได้สมัครเข้าไปเรียน ป.ตรี เอกวิชาศึกษาศาสตร์ 4 ปีจบ ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 พอจบ ป.ตรี ที่ มสธ. ก็ถือโอกาสเรียนต่อ ป.ตรี อีก ใบที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) 4 ปีจบเช่นเดียวกัน รับปริญญาปี 2528 จากนั้นก็หันมาเป็นทนายความที่ จ.ขอนแก่น อีก พร้อมทั้งเป็นอาจารย์ช่วยสอนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)  ด้วยในปี 2529 อยู่ประมาณ 3 ปี แบบไม่มีเงินเดือน พอมีการรับรองหลักสูตรก็โดนบีบไม่ให้มาสอน เขาก็เอาพักพวกเขาเข้ามาสอน พอดีลูกสาวอยู่อเมริกาเลยชวนให้ไปอยู่ด้วย ไปอยู่ได้ไม่นานเลยกลับมาอยู่ จ.ขอนแก่น เห็นว่ามีเวลาว่างเลยเรียนปริญญาโท รุ่นแรก สาขาพระพุทธศาสนา ของ มจร จบในปี 2551 ที่ผ่านมา

              จากนั้นไม่นาน มจร ก็ได้เปิดสอนระดับปริญญาเอก (ด๊อกเตอร์) สาขาพุทธศาสนา รุ่นแรกเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ก็เรียนมาได้ 3 ปี ในปี 2555 ก็ว่าจะจบในปีนี้แต่มีเงื่อนไขที่ มจร พึ่งแจ้งว่า สอบหัวข้อวิทยานิพนธ์เสร็จแล้ว ต้องมีการไปค้นคว้าอีก 8 เดือน พร้อมทำวิทยานิพนธ์ เรื่อง ศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการสังคมสงเคราะห์ในพระพุทธศาสนาไปด้วย ซึ่งก็ทำมาสอบใกล้จบหมดแล้ว คาดว่าในเดือนพฤษภาคมปีหน้าก็จบเป็น “ด๊อกเตอร์”แน่นอนแล้ว

              "ที่ผ่านมาใครๆ ก็ชอบถามผมว่า เรียนไปทำไมทั้งที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตแล้ว อีกทั้งลูกๆ ทั้ง 9 คน ของผมก็เรียนจบมีงานทำหมดแล้ว ถึงแม้ว่าพวกเขา 8 คน จะเรียนจบแค่ปริญญาตรี และปริญญาโทอีก 1 คน ก็ตาม แต่ผมบอกเสมอว่า ผมพิสูจน์ทฤษฎีที่ไม่มีใครแก่เกินเรียน และเรียนเพื่อใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เมื่อไม่ใช้สมองสมองจะฝ่อ เพื่อสุขภาพทางจิตดี ไม่มีใครแก่เกินไปที่จะเรียน" นายประดิษฐ์ ว่าที่ด๊อกเตอร์คนใหม่ กล่าว

..............

ที่มา : คมชัดลึก : รายงานโดยเรื่อง สมโภชน์ สมบัติ / ภาพ ปรัชญา เทพสกุล

http://www.komchadluek.net/detail/20120319/125812/คุณตาวัย82ปีเรียนด๊อกเตอร์มจร.html

 


แหล่งข่าว : กองกลาง สำนักงานอธิการบดี
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • Phra Panyavajrapandit, Assoc. Prof. Dr., Vice Rector for Academic Affairs, and Phramaha Somchai Kittipanyo, Dr., Head of the Department of Foreign Languages, were assigned by the Most Venerable Phra Brahmawatcharatheeracharn, Prof. Dr., Rector, to perform duties as lecturers and lead meditation retreats at the Dharma Gate Buddhist College in Hungary, an affiliated institution of Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
    26 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    76
  • พิธีเปิดโครงการสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจและนิสิตปฏิบัติงานบริการสังคม รุ่นที่ ๗๑
    21 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    345
  • มูลนิธิศิษย์เก่า มจร มอบทุนการศึกษา ๑๒๐ ทุน ฉลองวาระครบ ๒ ทศวรรษ การประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร ณ มจร วังน้อย
    07 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1117
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานผ้าไตรและไทยธรรม ถวายแด่พระวิปัสสนาจารย์ ในพิธีปิดโครงการพัฒนาบุคลากรและนิสิตเพื่อเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ประจำมหาวิทยาลัย สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    04 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1303
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลโทหญิง เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีปิดโครงการพุทธนวัตกรรม ธรรมนาวา “วัง” To ME และมอบโล่รางวัล เกียรติบัตรแก่ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศ และชมเชย จำนวน 15 ราย
    03 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1613