ข่าวประชาสัมพันธ์
พระทำวิจัยพบศีล5ช่วยลดทำแท้งของวัยรุ่นได้
18 ม.ค. 59 | ข่าวมหาวิทยาลัย
670
ข่าวมหาวิทยาลัย
พระทำวิจัยพบศีล5ช่วยลดทำแท้งของวัยรุ่นได้
วันที่ ๑๘/๐๑/๒๐๑๖ เข้าชม : ๑๘๓๔ ครั้ง

พระทำวิจัยพบศีล5ช่วยลดทำแท้งของวัยรุ่นได้

พระทำวิจัยพบศีล5ช่วยลดทำแท้งของวัยรุ่นได้

พระทำวิจัยพบศีล5ช่วยลดทำแท้งของวัยรุ่นได้

 

 

พระทำวิจัยพบศีล5ช่วยลดทำแท้งของวัยรุ่นได้

พระทำวิจัย ‘ปัจจัยจิตสังคมเชิงพุทธที่มีผลต่อการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำแท้งของวัยรุ่นในสังคมไทย’ พบศีล5ช่วยลดทำแท้งของวัยรุ่นได้

            15ม.ค.2559 พระสรวิชญ์  อภิปญฺโญ,ดร. อาจารย์ประจำและหัวหน้าภาควิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เปิดเผยว่า  ปัญหาการทำแท้งของวัยรุ่น ถือว่าเป็นปัญหาทางสังคมที่มีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของวัยรุ่นในปัจจุบัน จากการรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง พบว่า การทำแท้งของวัยรุ่นมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ ๒ ประการ คือ 1) ทำแท้งเพื่อการรักษา เป็นการทำแท้งแบบถูกกฎหมาย โดยแพทย์สามารถทำได้ตามที่กฎหมายระบุอนุญาตซึ่งจะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าหากปล่อยให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปจะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต สุขภาพของมารดา เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคเลือดโรคไตบางชนิดมารดาที่เป็นโรคจิตอยู่ก่อนการตั้งครรภ์หรือเป็นโรคจิตขณะตั้งครรภ์หรือการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นจากการข่มขืนกระทำชำเราในผู้เยาว์ต่ำกว่า 15 ปี 2) ทำแท้งผิดกฎหมายหรือทำแท้งเถื่อนซึ่งพบโดยส่วนมากมักกระทำโดย หมอเถื่อนหรือผู้ที่แอบอ้างว่าตนเองเป็นหมอ สาเหตุส่วนใหญ่ที่เกี่ยวโยงกับการทำแท้งของหญิงสาวผู้ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมจะมีบุตรนั้น เกิดจากการตั้งครรภ์เนื่องมาจากการไม่ได้ป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์และเมื่อตั้งครรภ์แล้วก็ไม่ต้องการให้เด็กเกิดมาการตั้งครรภ์ในระหว่างที่ยังอยู่ในวัยเรียนการตั้งครรภ์โดยพ่อของเด็กไม่รับผิดชอบ เป็นต้น

            จากการศึกษาของศูนย์สร้างเสริมสุขภาพวัยรุ่นของโรงพยาบาลรามาธิบดีประมาณการว่าจะมีวัยรุ่นทำแท้งถึงปีละ 3 แสนคนหรือวันละราว 1,000 คนซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัวเพราะมันได้กลายเป็นค่านิยมใหม่ของวัยรุ่นยิ่งเมื่อถามความคิดเห็นต่อไปก็ยิ่งหนาว เพราะ 4.2% บอกว่าเคยคิดขายตัวและถ้าอนุมานกันจริงๆ ก็คาดว่ามีเด็กกว่า 15% คิดขายตัวเพราะมองว่าเรื่องนี้ไม่น่าตำหนิขณะเดียวกันกองโรคเอดส์ของกระทรวงสาธารณะสุขก็รายงานว่ากว่า 50% ของคนที่เป็นเอดส์เป็นวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-34 ปี และส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ขณะที่ สำนักวิจัยแอแบคโพล ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นอายุ 15-25 ปี จำนวน 1,627 คน พบว่า พฤติกรรมเชิงชู้สาวกับบุคคลเพิ่งรู้จักตามห้างสรรพสินค้า ผับและเธค กล่าวคือวัยรุ่น 40.2% ยอมรับให้จับมือและโอบเอวได้ และมี 13.9% ที่บอกว่ายอมรับได้ถ้าหากมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เพิ่งรู้จักที่น่าตกใจคือบุคคลที่ตอบคำถามครั้งนี้ระบุว่าเคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ถึง 24.4 % โดยกว่าครึ่งมีเพศสัมพันธ์มากกว่า 1 คน สิ่งที่น่าตกใจก็คืออดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล เคยทำวิจัยในประเด็นเดียวกันพบว่า เด็กนักเรียนไทยระดับมัธยมกว่า 50% มีเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะ "เซ็กซ์เอื้ออาทร"ระหว่างเพื่อนจนกลายเป็นคำนิยามของเด็กไทยแล้วในขณะที่อีกการวิจัยหนึ่งพบว่าผู้หญิง 29.9% เคยทำแท้งตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี 2.7% เคยทำแท้งขณะเป็นนักศึกษา 70.% มีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ 20 ปี 5% มีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ 15 (ต่ำสุด 11 ขวบ) ในกลุ่มอายุ 15-23 ปี มีพฤติกรรมแลกเปลี่ยนคู่นอนเพิ่มมากขึ้น 50%

            จากปรากฏการณ์ความรุนแรงของปัญหาการทำแท้งของวัยรุ่นดังกล่าว ทำให้หน่วยงานต่างๆทางสังคมต้องกลับมาศึกษาและหาแนวทางแก้ไขป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่ไม่พึ่งประสงค์          เพื่อป้องกันการทำแท้งของวัยรุ่นอย่างจริงจัง  ผู้วิจัยจึงได้ทำการวิจัยเรื่อง "ปัจจัยจิตสังคมเชิงพุทธที่มีผลต่อการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำแท้งของวัยรุ่นในสังคมไทย" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการณ์และปัจจัยด้านสังคมเชิงพุทธต่อพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำแท้ง ศึกษาปัจจัยจิตสังคมเชิงพุทธที่มีต่อการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำแท้งของวัยรุ่น ตลอดทั้งทำการวิเคราะห์และเสนอปัจจัยด้านจิตสังคมเชิงพุทธที่มีต่อการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำแท้ง 

            ผลการวิจัยพบว่า วัยรุ่นที่ได้รับการปลูกฝังลักษณะทางพระพุทธศาสนาจากครอบครัวจะมีการปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาที่ดี แสดงให้เห็นว่าเมื่อบุคคลได้รับการปลูกฝังลักษณะทางพระพุทธศาสนาจะเป็นผู้ที่มีลักษณะทางพุทธสูงและมักจะเป็นผู้ที่ให้ความสนใจในพุทธศาสนา หลักธรรม คำสอน และสุดท้ายนำไปสู่การปฏิบัติด้วยตนเองซึ่งสะท้อนการได้รับการถ่ายทอดจากครอบครัวนั้นหมายความว่าหากรอบครัวหรือบิดามารดาได้ให้การปลูกฝังลักษณะทางพระพุทธศาสนาที่ดีต่อบุตรย่อมส่งผลต่อการสร้างเสริมลักษณะหรือพฤติกรรมของบุตรให้เป็นไปในแนวทางที่ดีเช่นเดียวกัน

            ด้านการได้รับการปลูกฝังลักษณะทางพระพุทธศาสนาจากโรงเรียนและสังคมของวัยรุ่นในสังคมไทย พบว่า วัยรุ่นไทยได้รับการปลูกฝังลักษณะทางพระพุทธศาสนาจากโรงเรียนและสังคม โดยภาพรวม ในระดับปานกลาง  เมื่อจำแนกเป็นรายข้อและเรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย 3 ลำดับแรก ได้แก่ ระหว่างการเรียนครูมักจะสอดแทรกหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาแก่นักเรียนสม่ำเสมอ  ผู้บริหาร ครู นักเรียนทุกคน ไปปฏิบัติศาสนกิจที่วัดเดือนละ 1 ครั้ง มีวัดเป็นแหล่งเรียนรู้  การที่ได้เข้าวัด ได้ฟังธรรม หรือการจัดกิจกรรมธรรมะในโรงเรียนช่วยทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามีศรัทธามากขึ้น

            จากผลการศึกษาการปลูกฝังลักษณะทางพระพุทธศาสนาจากโรงเรียนและสังคมดังกล่าวหากพิจารณาในแง่ของสังคมแล้วจะพบว่าเป็นไปในลักษณะของการสนับสนุนทางสังคมให้วัยรุ่นมีความสามารถในการเผชิญกับปัญหาต่างๆ ทางสังคมและดำเนินชีวิตอย่างเข้มแข็งและถูกต้อง ซึ่งการสนับสนุนทางสังคมในลักษณะดังกล่าวมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งดังในการศึกษาถึงปัจจัยทางครอบครัว และพฤติกรรรมทางสังคมของที่มีผลต่อการลาออกกลางคันของนักศึกษาอาชีวะเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ของภุมริน บุญทวี(2548)ซึ่งพบว่าการกล่อมเกลาทางสังคมมีอิทธิพลโดยตรงต่อความคิดของวัยรุ่นโดยเฉพาะในถ้าวัยรุ่นขาดความใกล้ชิดกับบิดามารดา ก็จะแสวงหาต้นแบบจากบุคคลอื่นดังนั้นการอบรมขัดเกลาเยาวชนจากโรงเรียนและสังคมจึงมีความสำคัญ ยิ่งหากเป็นการอบรมขัดเกลาด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาซึ่งมีอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อของวัยรุ่นด้วยแล้วยิ่งส่งผลให้วัยรุ่นมีความสามารถเผชิญปัญหามากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับความเสี่ยงเกี่ยวกับเรื่องเพศ

            ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ศึกษากับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำแท้งของวัยรุ่นในสังคมไทย พบว่า ลักษณะจิตสังคมเชิงพุทธ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำแท้งของวัยรุ่นในสังคมไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยการปฏิบัติตามหลักธรรมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำแท้งของวัยรุ่นในสังคมไทยมากที่สุด

            ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ(Multiple Regression Analysis)เพื่อทำนายการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำแท้งของวัยรุ่นในสังคมไทย พบว่า ตัวแปรอิสระทั้ง 4 ตัวได้แก่ ความเชื่อทางพระพุทธศาสนา การปฏิบัติตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา(ศีล5) การปลูกฝังลักษณะทางพระพุทธศาสนาจากครอบครัว และการปลูกฝังลักษณะทางพระพุทธศาสนาจากโรงเรียนและสังคม ร่วมกันทำนายการลดพฤติกรรรมเสี่ยงต่อการทำแท้งของวัยรุ่นในสังคมไทยได้ร้อยละ 55.1 และเมื่อพิจารณาตัวแปรอิสระที่มีอำนาจในการทำนายการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำแท้งของวัยรุ่นได้ดีที่สุด คือ การปฏิบัติตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (ศีล 5)

 

ที่มา : http://www.komchadluek.net/detail/20160115/220647.html

 

ขอขอบคุณ : ภาพ/ข่าว หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • มจร จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ประจำเดือน ต.ค. 2569 เติมพลังใจในการทำงานแก่บุคลากรทั่วประเทศ MCU Holds Monthly Chanting and Meditation Session for October 2026 to Boost Staff Morale Nationwide
    05 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    2854
  • อธิการบดี มจร เปิดเวทีวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ณ วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน เตรียมเสนอชื่อ ครูบาศรีวิชัย” เป็นบุคคลสำคัญของโลก MCU Rector Opens National and International Academic Forums at Lamphun MCU College, Gearing Up to Nominate Kruba Srivichai
    28 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    7204
  • ในหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร น้ำสรง และเครื่องสักการะ แด่ พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดี มจร เนื่องในงานอายุวัฒนมงคล 66 ปี His Majesty the King Graciously Bestows Monastic Robes, Bathing Water, and Offerings upon Phra Brahmawatcharatheeracharn, Rector of MCU, on His 66th Birth Anniversary
    28 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    6875
  • มจร จัดงาน วันกตัญญู ประจำปี ๒๕๖๙ เชิดชูเกียรติและรำลึกคุณูปการบุคลากรผู้เกษียณอายุการทำงานอย่างสมเกียรติ MCU Hosts Annual Gratitude Day 2026 to Honor and Celebrate the Contributions of Retiring Personnel
    25 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    6594
  • ชมรมนิสิตชาวพุทธบังกลาเทศ มจร จัดงานใหญ่ Anniversary Celebration 2026 ชูเวทีเสวนาวิชาการและเปิดตัวหนังสือใหม่ Bangladesh Buddhist Students Club of MCU Hosts Grand Anniversary Celebration 2026, Highlighting Academic Panel and New Book Launch
    24 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    4292