ข่าวประชาสัมพันธ์
134 ปี มจร มอบคุณค่า-เป็นแบบอย่างอะไรให้สังคม? โดย เจ้าคุณประสาร
15 ก.ย. 64 | ข่าวมหาวิทยาลัย
1663

เผยแพร่บทความโดย พระเมธีธรรมาจารย์ หรือ เจ้าคุณประสาร ความว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้จัดงานทางวิชาการฉลองในโอกาสครบรอบ 134 ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงสำหรับคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย เมื่อพ.ศ.2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงเสด็จประภาสยุโรปพระองค์ก็ทรงเอาแบบอย่างในการพัฒนาประเทศมาใช้ในประเทศไทย ทรงยกระดับการพัฒนาในทุกๆด้านรวมทั้งระบบการศึกษาในแบบสมัยใหม่ด้วย ทรงเห็นถ้าจะพัฒนาอะไรให้เริ่มที่คน คนหรือประชากรเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างแท้จริงและเมื่อจัดการศึกษาให้พสกนิกรได้ศึกษาเล่าเรียนเพื่อพัฒนาตนเองเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศตามแบบอย่างนานาอารยประเทศแล้ว ในส่วนของคณะสงฆ์คือพระสงฆ์สามเณรจะทำอย่างไร เมื่อชาวบ้านมีความรู้ มีการศึกษาที่ดีแล้วพระสงฆ์สามเณรก็ควรที่จะได้รับการดูแลเอาใจใส่และได้รับพระบรมราชูอุปถัมภ์ด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นแล้วพระสงฆ์จะไปเทศน์ ไปสอนชาวบ้านให้เขาเคารพนับถือได้อย่างไร จึงถือถือบ่อเกิดและแนวคิดในการสถาปนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเพื่อพัฒนาศักยภาพของคณะสงฆ์ไทย

คณะสงฆ์ได้จัดการศึกษาในแบบอย่างที่เป็นอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของตัวเองมายาวนาน จนมีประวัติการต่อสู้ ดิ้นรน ปรากฏร่องรอยให้เห็นเป็นแบบอย่าง เพื่ออนุชนรุ่นหลังจะได้ศึกษาและเรียนรู้ ล่วงมาจนถึง พ.ศ. 2540 รัฐบาลจึงได้ตราพระราชบัญญัติโดยความยินยอมของรัฐสภาให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐและเป็นนิติบุคคล

วันนี้ (13 กันยายน) มหาวิทยาลัยแห่งนี้กำลังฉลองครบ 134 ปี แห่งการสถาปนา ถือได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนาน และตลอดระยะเวลาที่ได้จัดการศึกษาโดยการผลิตบัณฑิตออกมารับใช้สังคมและคณะสงฆ์จำนวนกว่า 67 รุ่นนั้น มหาวิทยาลัยได้มีคุณค่าและเป็นแบบอย่างอะไรให้กับสังคม นี่เป็นคำถามสำคัญที่ประชาคมชาว มจร ควรตระหนักและแสวงหาคำตอบในเชิงประจักษ์ ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นผู้บริหารและรับผิดชอบการบริหารมหาวิทยาลัยด้วยรูปหนึ่ง ได้มองเห็นและประมวลได้ ดังนี้

1.เป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อพัฒนาจิตใจและสังคมมหาวิทยาลัยได้ยึดหลักพระพุทธศาสนากับหลักวิชาการมาบูรณาร่วมกันเพื่อพัฒนานิสิตตามหลักภาวิตกาโย ภาวิตสีโล ภาวิตจิตโต และภาวิตปัญโญ โดยเล็งประโยชน์สังคมเป็นเป้าหมายสำคัญ ตามหลักพันธกิจข้อแรกของมหาวิทยาลัยคือผลิตบัณฑิตให้มีความรู้คู่คุณธรรม

2.เป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาในระดับโลกทั้งฝ่ายเถรวาทศึกษาและมหายานศึกษา ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้ขยายแนวทางด้านการศึกษาและแนวทางในการสนับสนุนการศึกษาในด้านนี้ออกไปมาก เช่นมีสถาบันสมทบในต่างประเทศ 6 แห่ง โดยมีนิสิตแต่ละปีการศึกษาไม่น้อยกว่า 25,000 รูป/คน มีวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติเป็นหน่วยจัดการศึกษาหลักร่วมกับคณะทั้ง 5 คณะ คือ บัณฑิตวิทยาลัย คณะพุทธศาสตร์ ครุศาสตร์ มนุษยศาสตร์และคณะสังคมศาสตร์ เป็นที่ตั้งสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 117 สถาบันทั่วโลก เป็นที่ตั้งสมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก ทั้งนี้องค์การสหประชาชาติ (UN) มีมติตั้งสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (International Council for the Day of Vesak) ให้เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและสังคม แห่งสหประชาชาติ นับเป็นครั้งแรกที่วงการพระพุทธศาสนาของไทยได้รับสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของ UN

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้เชื่อมโยงร้อยรัดพระพุทธศาสนาทั่วทุกมุมโลกและทุกนิกาย ทุกประเทศให้เป็นหนึ่งเดียวโดยการเป็นตัวกลางในการกระชับความสัมพันธ์ในทุกมิติ เช่น จัดประชุมสัมมนาทางวิชาการระดับนานาชาติโดยเฉพาะด้านพระพุทธศาสนา มีการแลกเปลี่ยนนิสิต อาจารย์ในหลายประเทศ การไปศึกษาดูงานเรียนรู้ซึ่งกันและกัน รวมถึงการเจรจาสนทนาธรรมแบบข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (VPA) และอื่นๆอีกมากมายในแบบอย่างชาวพุทธที่พึงปฎิบัติต่อกัน
นอกจากนี้แล้วมหาวิทยาลัยยังเป็นเวทีของการศึกษาและการทำงานในแบบกัลยาณมิตรร่วมกันของคณะสงฆ์ทั้ง 2 นิกายใหญ่ คือ เถรวาทและมหายานจนกลายเป็นมหามิตรอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในเวลานี้

3.เป็นแบบอย่างในการบริหารแบบธรรมาภิบาล โดยมหาวิทยาลัยได้ประยุกต์หลักธรรมในพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหาร ด้านการเรียนการสอนและหลักการครองตน โดยในการจัดอันดับ/มหาวิทยาลัยที่มีระบบบริหารแบบมีธรรมาภิบาลของประเทศไทยนั้น มหาวิทยาลัยปีนี้อยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศ

4.มหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นด้านการบริการวิชาการแก่สังคม ในพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษาในด้านนี้ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมีความโดดเด่นในการให้บริการด้วยการเข้าถึงชุมชนในทุกระดับทั้งชุมชนเมืองและชนบทครอบคลุมในทุกภาคส่วนของประเทศและบุคลากรของมหาวิทยาลัยต่างก็ทำงานด้วยหลักจิตอาสาตามแบบอย่างของพระผู้เสียสละโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

5.มหาวิทยาลัยตระหนักถึงการสาธารณสงเคราะห์ เพื่อเป็นช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยไม่จำกัดศาสนา ในด้านนี้มหาวิทยาลัยไม่ได้เพิกเฉยต่อความยากลำบาก ความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ว่าจะฝนตก น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟไหม้ วิกฤติโควิด-19 เป็นต้น มหาวิทยาลัยโดยองคาพยพที่มีวิทยาเขต 11 แห่ง วิทยาลัยสงฆ์ 25 แห่ง หน่วยวิทยบริการ 5 แห่งทั่วประเทศและสถาบันสมทบในต่างประเทศ 6 แห่งต่างก็เป็นมดงานระดมกันออกช่วยเหลือประชาชนทั้งทางด้านสิ่งของ และปัจจัย 4 และรวมทั้งธรรมะเพื่อปลุกปลอบใจในยามวิกฤติอีกด้วย

6.มหาวิทยาลัยเป็นขวัญใจคนยาก คนขาดโอกาสทางการศึกษา การที่มหาวิทยาลัยมีวิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์และหน่วยวิทยบริการกระจายอยู่ในต่างจังหวัดเป็นจำนวนมากก็เพราะต้องการที่จะกระจายโอกาสทางการศึกษาให้พระภิกษุสามเณรและคนในชนบทที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ที่ตกหล่นในระบบและมีรายได้น้อยได้มีโอกาสในการฝึกฝนอบรมตนในระดับอุดมศึกษาให้มากขึ้นเพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของสังคมและประเทศชาติในอนาคต

7.เป็นมหาวิทยาลัยที่พัฒนาพุทธนวัตกรรมเพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม พระธรรมวัชรบัณฑิต อธิการบดีได้อธิบายความหมายว่า พุทธนวัตกรรมในด้านนี้มีองค์ประกอบ 4 อย่างคือ ศาสนบุคคล ศาสนธรรม ศาสนวัตถุและศาสนพิธี ซึ่งก็ครอบคลุมถึงกรรมฐานในทางพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นหลักในการดำเนินชีวิตให้เกิดความสุข ให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาในพระพุทธศาสนาโดยใช้ปัญญาคู่กับวิทยาศาสตร์ มีงานวิจัยที่ให้น้ำหนักในเรื่องพัฒนาจิตใจและสังคม

ดังนั้น ในแผนพัฒนาอุดมศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2565-2569) มหาวิทยาลัยจึงกำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า ” มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา ที่สร้างพุทธนวัตกรรม เพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม ” ( Buddhist university with Buddhist innovation for Mental and social Development )
วันนี้ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังคงก้าวเดินไปข้างหน้าโดยการผลิตบัณฑิต ออกมารับใช้สังคมและคณะสงฆ์ ซึ่งนิสิตของมหาวิทยาลัยจะต้องประกอบด้วยนวลักษณ์ 9 ประการ MAHACHULA. ดังนี้
M : Morality มีปฎิปทาน่าเลื่อมใส
A : Awereness รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
H : Helpfulness มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา
A : Ability มีความสามารถในการแก้ปัญหา
C : Curiosity มีความไฝ่รู้ ไฝ่คิด
H : Hospitality มีน้ำใจเสียสละเพื่อส่วนรวม
U : Universality มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
L : Leadership มีความเป็นผู้นำด้านจิตใจและปัญญา
A : Aspiration มีความมุ่งมั่นพัฒนาตนให้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม

พระพรหมบัณฑิต อุปนายกสภามหาวิทยาลัยสรุปนวลักษณ์ 9 ประการไว้ว่า
มีสรรถภาพ (เก่ง) คือปัญญา
มีคุณภาพ (ดี) คือคุณธรรม
มีสุขภาพ (มีสุข) คือปัญญา
เก่ง ดี มีสุข ดังพุทธพจน์ที่ว่า สุโข ปญฺญาย ปฏิลาโภ การได้ปัญญานำสุขมาให้

และนี่คือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนานถึง 134 ปีโดยได้เป็นแบบอย่างและสร้างคุณค่าให้กับสังคมไทยตามแบบมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาและคณะผู้บริหารก็ได้สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 5 สมดังพระราชปรารภของพระองค์ท่านทุกประการ


https://www.onbnews.today/post/64416

134 ปี มจร มอบคุณค่า-เป็นแบบอย่างอะไรให้สังคม? โดย เจ้าคุณประสาร

----------------------

www.thairnews.com/มจร-จัดงานฉลองครบ-134-ปี-แห่/

----------------------

134ปีสถาปนา"มจร"! สะท้อนมุ่งสร้างพุทธปัญญานวัตกรรม พัฒนาจิตใจชุมชนยั่งยืนร่วมต้านภัยโควิด 

https://www.banmuang.co.th/news/politic/250109

----------------------

https://www.thaitimenews.com/content/26502

----------------------

วันที่ 13 กันยายน 2564

#เจ้าคุณประสาร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • สำนักงานพระสอนศีลธรรม มจร จัดอบรมผู้ประเมินสถานศึกษาอาชีวศึกษาวิถีพุทธ รุ่นที่ ๔ ภายใต้โครงการ
    27 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    513
  • Phra Panyavajrapandit, Assoc. Prof. Dr., Vice Rector for Academic Affairs, and Phramaha Somchai Kittipanyo, Dr., Head of the Department of Foreign Languages, were assigned by the Most Venerable Phra Brahmawatcharatheeracharn, Prof. Dr., Rector, to perform duties as lecturers and lead meditation retreats at the Dharma Gate Buddhist College in Hungary, an affiliated institution of Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
    26 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    559
  • พิธีเปิดโครงการสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจและนิสิตปฏิบัติงานบริการสังคม รุ่นที่ ๗๑
    21 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    790
  • มูลนิธิศิษย์เก่า มจร มอบทุนการศึกษา ๑๒๐ ทุน ฉลองวาระครบ ๒ ทศวรรษ การประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร ณ มจร วังน้อย
    07 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1553
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานผ้าไตรและไทยธรรม ถวายแด่พระวิปัสสนาจารย์ ในพิธีปิดโครงการพัฒนาบุคลากรและนิสิตเพื่อเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ประจำมหาวิทยาลัย สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    04 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1672