ข่าวประชาสัมพันธ์
สกู๊ปพิเศษ อาลัย ศ.พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ ปูชนียบุคคลผู้ร้อยเรียงศรัทธา ปรัชญา และรากฐานการศึกษา มจร
20 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
226

สกู๊ปพิเศษ: อาลัย “ศ.พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ” ปูชนียบุคคลผู้ร้อยเรียงศรัทธา ปรัชญา และรากฐานการศึกษา “มจร”


ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มจร (ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์)

วงการพระพุทธศาสนาและการอุดมศึกษาไทยต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อ ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิตผู้ทรงคุณวุฒิ และปูชนียบุคคลสำคัญแห่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้ถึงแก่อนิจกรรมในตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยในวัย 97 ปี เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ณ โรงพยาบาลศิริราช การจากไปของท่านนอกจากจะทิ้งไว้ซึ่งความโศกเศร้าแก่ประชาคม “มจร” และศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศแล้ว ยังเป็นการปิดฉากชีวิตของปราชญ์ผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจวางรากฐานการศึกษาพระพุทธศาสนาและวิชาการสมัยใหม่อย่างแท้จริง


จากสามเณรผู้เปรียญ สู่บัณฑิตรุ่นบุกเบิก “มจร”

ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 ณ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เส้นทางชีวิตทางธรรมและวิชาการของท่านมีความโดดเด่นและก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยในปี พ.ศ. 2495 ท่านสามารถสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค (ป.ธ.9) จากสำนักเรียนวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ก่อนจะก้าวเข้ามาเป็นนิสิตรุ่นแรกของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2490 และสำเร็จการศึกษาเป็นพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) รุ่นแรก เมื่อพ.ศ. 2497

ด้วยความสามารถอันเป็นเลิศ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2497 (บันทึกในประวัติคือ พ.ศ. 2500) ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระกวีวรญาณ” ขณะมีอายุเพียง 28 ปีเท่านั้น ต่อมาท่านได้เดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านปรัชญาและเอเชียตะวันออกศึกษาจากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ประเทศสหรัฐอเมริกา และกลับมาดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มจร ก่อนจะตัดสินใจลาสิกขาบทในวันที่ 1 มกราคม 2508 เพื่อออกมารับใช้สังคมในฐานะฆราวาส ทว่ายังคงอุทิศตนทำงานเคียงข้างมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้มาโดยตลอด

สถาปนิกผู้ร่วมวางรากฐานการศึกษาและจิตวิญญาณแห่ง “มจร”

หากเปรียบมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเป็นอาคารหลังใหญ่ ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ก็คือหนึ่งในสถาปนิกผู้ร่วมวางรากฐานโครงสร้างอันมั่นคง โดยมีผลงานการบุกเบิกที่สำคัญยิ่ง ได้แก่:

ปฏิรูประบบการศึกษาสงฆ์: ร่วมกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ในการนำระบบทวิภาค (Semester) และระบบหน่วยกิตสากลมาใช้เป็นครั้งแรก ยกระดับหลักสูตรของมหาวิทยาลัยสงฆ์ให้ทัดเทียมสถาบันอุดมศึกษาทั่วไป

ขยายโอกาสการเรียนรู้สู่เยาวชน: ริเริ่มและบุกเบิก “โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์” เพื่อปลูกฝังคุณธรรมและพระพุทธศาสนาให้แก่เด็กและเยาวชนนอกห้องเรียน

วางรากฐานตรรกศาสตร์และปรัชญา: เป็นผู้สอนและพัฒนาหลักสูตรวิชาตรรกศาสตร์และปรัชญาตะวันตก เพื่อฝึกฝนให้นิสิตมีกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล

ผลักดันสถานะทางกฎหมาย: มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการรับรองวิทยฐานะผู้สำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2527 และสนับสนุนการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540

เชื่อมโยงสายสัมพันธ์และสืบสานอัตลักษณ์: เป็นผู้ดึงบุคคลสำคัญอย่าง สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) เข้ามาช่วยบริหารจัดการและขับเคลื่อน มจร รวมถึงการก่อตั้งสมาคมศิษย์เก่าและผลักดันแนวคิด “วันบูรพาจารย์” เพื่อธำรงรักษาวัฒนธรรมความกตัญญูขององค์กร

ปราชญ์ผู้สร้างคุณูปการแก่ภาษาไทยและมรดกทางปัญญา

นอกเหนือจากงานด้านพระพุทธศาสนาแล้ว ในฐานะราชบัณฑิตและอดีตเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ยังสร้างคุณูปการอันล้ำค่าแก่ภาษาไทยผ่านงานเขียน ตำราวิชาการ ตลอดจนรายการวิทยุ เช่น ชุด ภาษาของเรา ภาษาไทยไขขาน และ ภาษาไทย 5 นาที รวมถึงตำราปรัชญาและตรรกศาสตร์ที่ใช้เป็นหนังสืออ้างอิงในระดับอุดมศึกษามาจนถึงปัจจุบัน

ด้วยความรักและผูกพันที่มีต่อสถาบัน ตลอดชีวิตท่านได้สะสมหนังสือทรงคุณค่าจำนวนมาก และได้ตัดสินใจมอบให้แก่ห้องสมุดมหาวิทยาลัย ซึ่งสะท้อนผ่านคำพูดอันกินใจว่า “ข้าพเจ้าขอมอบหนังสือที่ข้าพเจ้ารักมากที่สุด ให้แก่มหาวิทยาลัยที่ข้าพเจ้ารักมากที่สุด”

“ปูชนียาจารย์” ผู้เป็นแบบอย่างแห่งวิชาและความดีงาม

ในสายตาของลูกศิษย์และประชาคม มจร ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “อาจารย์” หรือ “นักวิชาการ” แต่คือ “ปูชนียาจารย์” ผู้เปี่ยมล้นด้วยความเมตตา อบอุ่น และเป็นแบบอย่างของบุคคลผู้มี “วิชายอด จรณะเยี่ยม” สมดังนามสกุล “ทองประเสริฐ” ที่สะท้อนผ่านความคิด คำพูด และการกระทำอันประเสริฐตลอด 97 ปีแห่งชีวิต

แม้ร่างสังขารจะล่วงลับไป ขณะที่ท่านยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยเพื่อวางรากฐานและทำประโยชน์จนนาทีสุดท้าย แต่คุณูปการ ตำราวิชาการ และจิตวิญญาณแห่งความเสียสละที่ท่านมอบไว้ จะยังคงสถิตเป็นมรดกทางปัญญาอันทรงคุณค่าในหัวใจของชาวมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและวงการศึกษาไทยตราบนานเท่านาน

หมายเหตุ: กำหนดการบำเพ็ญกุศลเบื้องต้น จัดขึ้น ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) กรุงเทพมหานคร ระหว่าง 25-31 ตุลาคม 2569


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • 66 ส่วนงานในมจร เข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ จัดทำรายงานบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน
    20 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    530
  • มจร จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน มุ่งสร้างมาตรฐานการบริหารงานสู่ความเป็นเลิศ MCU Workshop on Risk Management and Internal Control Reporting, Aiming for Management Excellence
    20 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    263
  • ขอแสดงความไว้อาลัยอย่างสุดซึ้ง แด่ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) จำนงค์ ทองประเสริฐ ป.ธ.๙ , ราชบัณฑิต
    19 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    805
  • มจร ผ่านประเมินคุณภาพการศึกษาระดับ “ดีมาก” ได้ 4.81 คะแนน
    16 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    2871
  • มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ประจำปี ๒๕๖๙ Mahachulalongkornrajavidyalaya University Held Memorial Ceremony in Remembrance of King Rama IX, the Great’s Grace on Navamindramaharaj Day 2026
    12 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    5356