ข่าวประชาสัมพันธ์
มหาจุฬาอาศรม มจร มวกเหล็ก ปากช่อง ปรับโฉม สร้างความมั่นคงทางอาหารและจิตใจ ผ่านพุทธเกษตรวิปัสสนากรรมฐาน
09 ก.ค. 64 | ข่าวมหาวิทยาลัย
4497

เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔ พระปราโมทย์ วาทโกวิโท,ดร. อาจารย์หลักสูตรสันติศึกษา และเลขานุการศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เปิดเผยว่า มีโอกาสแวะเยี่ยมชมมหาจุฬาอาศรมสถานที่บ่มเพาะพัฒนาจิตใจ ในฐานะเคยมีโอกาสเข้ามาพัฒนาด้านวิปัสสนากรรมฐานสมัยเป็นพระนิสิตมหาจุฬาฯ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาพมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดซึ่งมีความพร้อม


มหาจุฬาอาศรม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ถือว่าเป็นต้นแบบของศูนย์วิปัสสนากรรมฐานด้านการพัฒนาจิตใจภายใต้ภาวนา ๔ ประกอบด้วยการพัฒนาด้านกายภาพ พัฒนาด้านพฤติภาพ พัฒนาด้านจิตภาพ และพัฒนาปัญญาภาพ กำกับดูแลโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและพุทธเกษตรสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน มหาจุฬาอาศรมจึงเป็นสถานที่ส่งเสริมและบริการสังคมอย่างเห็นได้ชัด โดยมีเด็กเยาวชน บุคคลทั่วไป หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามาใช้บริการสถานที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงกิจกรรมของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งได้รับความเมตตายิ่งจากพระเดชพระคุณพระธรรมวัชรบัณฑิต ศาสตราจารย์ ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีนโยบายในการพัฒนามหาวิทยาลัยสีเขียวส่งเสริมธรรมชาติสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาด้านจิตใจยกระดับคุณภาพชีวิตคนในสังคม

ความเป็นมาของศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาจุฬาอาศรม จากอดีตสู่ปัจจุบัน มหาจุฬาอาศรมเกิดขึ้นในสมัยที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ ถึงปีพุทธศักราช ๒๕๕๖ โดยการระดมความคิดเห็นและรวบรวมทรัพย์สินจากแรงศรัทธาของประชาชนผู้มาปฏิบัติธรรม ณ สำนักธรรมวิจัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ชื่อเดิมในเวลานั้น) ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์ซื้อที่ดินจำนวน ๗๙ ไร่ ๒ งาน ๓๑ ตารางวา ตั้งอยู่เลขที่ ๓๐๑ หมู่ ๗ ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นสวนมะพร้าวและลำไยของ นางชวนชื่น ศิระวงษ์จัดซื้อในนามของมูลนิธิมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๑๗ ในราคา ๓๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการโอนเปลี่ยนชื่อโฉนดที่ดินจากมูลนิธิมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย การจัดซื้อที่ดินแปลงนี้

     เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิและมหาวิทยาลัยได้ร่วมกันพิจารณาเห็นว่าเป็นสถานที่สงบร่มรื่นดี มีภูเขา ป่าไม้ ลำธาร และห่างไกลจากความแออัดและสิ่งรบกวนที่ก่อให้เกิดมลภาวะ ซึ่งนับว่าเป็นสถานที่เหมาะสม และสัปปายะต่อการปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง โดยใช้ชื่อสำนักปฏิบัติว่า “มหาจุฬาอาศรม” และได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาจุฬาอาศรม “ตามคำสั่งมหาวิทยาลัย ที่ ๔๙๒/๒๕๕๓” ซึ่งประกอบด้วยหน้าที่ ดังนี้ ประกอบด้วย ๑) ดำเนินการเร่งรัดพัฒนาอาคารและสถานที่ให้เป็นไปตามผังแม่บทพัฒนามหาจุฬาอาศรมให้สำเร็จวัตถุประสงค์ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย ๒) จัดทำแผนการใช้งานอาคารสถานที่ให้คุ้มค่ากับการลงทุน (๓) จัดหาทรัพยากรเพื่อพัฒนามหาจุฬาอาศรมให้เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมที่มีประสิทธิภาพตามนโยบายของมหาวิทยาลัยและตามประกาศมหาวิทยาลัย” จะเห็นได้ว่า การก่อตั้งมหาจุฬาอาศรม ถึงแม้จะเป็นไปตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยแต่เมื่อพิจารณา โดยเนื้อหาหลักของการก่อตั้งแล้ว ถือว่าเป็นไปเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรและผู้ที่สนใจทั่วไป

การบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติธรรม มหาจุฬาอาศรม เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงต้องบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาจุฬาอาศรม ให้เป็นไปตามประกาศมหาวิทยาลัย เรื่อง ภารกิจ อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของส่วนงานในมหาวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๗ ประกอบด้วย “ปฏิบัติงานจัดกิจกรรม ส่งเสริม สนับสนุน บริการฝึกอบรมเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม วิปัสสนากรรมฐาน หรืออื่น ๆ และปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย” ในปัจจุบันมหาจุฬาอาศรมมีชีวิตมีผู้บริหารมหาจุฬา รวมถึงญาติธรรมกัลยาณมิตรเข้าไปให้การอุปถัมภ์ สนับสนุน ส่งเสริมในด้านกายภาพถือว่ามีความพร้อมอย่างยิ่งเพื่อเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาในด้านพฤติภาพ ด้านจิตภาพ และด้านปัญญาภาพสำหรับพระสงฆ์และเด็กเยาวชนรวมถึงบุคคลทั่วไป ยิ่งในภาวะปัจจุบันมีการส่งเสริมพุทธเกษตรรักษาธรรมชาติและส่งแวดล้อม มุ่งสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและสร้างความมั่นคงทางด้านจิตใจเป็นปรับเพื่อให้สามารถอยู่รอดในภาวะปัจจุบัน ยังมีฝายเพื่อชีวิตซึ่งสอดรับกับการพัฒนาร่วมกับชุมชนอย่างสันติสุข

ดังนั้นเมื่อพระครูภาวนาสารบัณฑิต ดร. ผู้อำนวยการส่วนธรรมนิเทศ มจร ในฐานะกำกับดูแลมหาจุฬาลงอาศรม ได้มอบหมายให้พระครูปลัดอุทัย พลเทโว ดร. รองผู้อำนวยการส่วนธรรมนิเทศ มจร รับผิดชอบดูแลมหาจุฬาอาศรมอย่างใกล้ชิด มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม เพราะท่านพระครูปลัดอุทัย พลเทโว ดร. ถือว่าเป็นพระสงฆ์รุ่นใหม่ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้รับการสนับสนุนอุปถัมภ์จากผู้บริหารและญาติธรรมอย่างดียิ่ง พัฒนามหาจุฬาอาศรมอย่างต่อเนื่องเป็นที่ประจักษ์อย่างยิ่งซึ่งสนองงานอย่างดียิ่ง

จึงสรุปได้ว่า มหาจุฬาอาศรมมีชีวิตเพราะเป็นต้นแบบของศูนย์วิปัสสนากรรมฐานพัฒนาจิตใจ เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและพุทธเกษตรสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน สอดรับกับนโยบายของท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยรูปปัจจุบัน ทำให้มหาจุฬาอาศรมพลิกโฉมปรับสร้างความมั่นคงทางด้านจิตใจและสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารเป็นต้นแบบของชุมชนต่อไป




ที่มา : https://thebuddh.com/?p=53772

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • สำนักงานพระสอนศีลธรรม มจร จัดอบรมผู้ประเมินสถานศึกษาอาชีวศึกษาวิถีพุทธ รุ่นที่ ๔ ภายใต้โครงการ
    27 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    395
  • Phra Panyavajrapandit, Assoc. Prof. Dr., Vice Rector for Academic Affairs, and Phramaha Somchai Kittipanyo, Dr., Head of the Department of Foreign Languages, were assigned by the Most Venerable Phra Brahmawatcharatheeracharn, Prof. Dr., Rector, to perform duties as lecturers and lead meditation retreats at the Dharma Gate Buddhist College in Hungary, an affiliated institution of Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
    26 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    440
  • พิธีเปิดโครงการสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจและนิสิตปฏิบัติงานบริการสังคม รุ่นที่ ๗๑
    21 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    675
  • มูลนิธิศิษย์เก่า มจร มอบทุนการศึกษา ๑๒๐ ทุน ฉลองวาระครบ ๒ ทศวรรษ การประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร ณ มจร วังน้อย
    07 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1439
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานผ้าไตรและไทยธรรม ถวายแด่พระวิปัสสนาจารย์ ในพิธีปิดโครงการพัฒนาบุคลากรและนิสิตเพื่อเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ประจำมหาวิทยาลัย สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    04 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1657