ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มจร (ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์)
ย้อนกลับไปในยุคแรกเริ่มของการสถาปนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ท่ามกลางร่มเงาของวัดมหาธาตุยุราชรังสฤษฎิ์และวัดศรีสุดาราม การศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงเริ่มต้นขึ้นด้วยพระนิสิตรุ่นแรกจำนวนหลักสิบ เป็นกลุ่มก้อนขนาดกะทัดรัดที่ขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าในการสืบสานพระราชปณิธานเพื่อธำรงพระพุทธศาสนา
ทว่า ด้วยคุณค่าแห่งหลักสูตรที่บูรณาการพุทธปัญญาเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ ทำให้เสียงเล่าลือถึงความเข้มข้นทางวิชาการขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ

เมื่อกาลเวลาผ่านพ้น และมหาวิทยาลัยได้ก้าวมาสู่ Main Campus อันกว้างใหญ่ ณ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตัวเลขของผู้ศึกษาจึงเติบโตแบบก้าวกระโดด จากหลักร้อย สู่หลักพัน และทะยานขึ้นสู่ ปัจจุบันมากกว่า ๒.๗ หมื่นรูป/คน กลายเป็นชุมชนทางวิชาการพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ความน่ามหัศจรรย์ของบ้านหลังใหญ่หลังนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากแต่คือ "ความหลากหลายไร้พรมแดน" มจร ได้ก้าวขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติทางพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง สะท้อนได้จากตัวเลขที่น่าภาคภูมิใจ ทั้ง นิสิตต่างประเทศระดับปริญญาตรี โท เอก มากกว่า ๓.๙ พันรูป/คน และ นักศึกษาต่างประเทศหลักสูตรประกาศนียบัตรมากถึง ๓ พันรูป/คน จากทั่วทุกมุมโลก ทั้งกลุ่มประเทศเอเชีย โอชีเนีย ยุโรป และอเมริกา ที่ต่างเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาศึกษาต่อ


ภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์และชุดสุภาพ นิสิตและนักศึกษาต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม และต่างเชื้อชาติ นั่งเรียนร่วมห้องเดียวกัน ถกแถลงปัญหาธรรมะในพระไตรปิฎกและสังคมร่วมกัน แปลงความแตกต่างให้กลายเป็นพลังแห่งการเรียนรู้ร่วมสมัย บรรยากาศภายในรั้วมหาวิทยาลัยจึงเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เป็นภาพสะท้อนของ "มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมและมวลมนุษยชาติ" ที่แผ่ขยายอ้อมแขนโอบกอดผู้คนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกันด้วยหัวใจแห่งธรรมะ

การเติบโตจากรุ่นแรก ๑๖ รูป สู่ตัวเลขหลักหมื่นในปัจจุบัน จึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จทางสถิติ แต่คือการแผ่ขยายร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนาเถรวาทให้มั่นคง แข็งแกร่ง และพร้อมที่จะส่งต่อแสงสว่างแห่งปัญญาไปสู่หัวใจของมวลมนุษยชาติ
โปรดติดตามตอนที่ ๓ พรุ่งนี้: "เบ้าหลอมปัญญาญาณ: ผลผลิตบัณฑิตผู้รับใช้สังคม"
#๑๓๙ปีมจร #จากรากเหง้าแห่งปัญญา #สู่สถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนานานาชาติ #มจร #MCU