ข่าวประชาสัมพันธ์
ปัญญาต้องคู่กับกรุณา ธรรมะพาชาติรอดของ...“พระธรรมโกศาจารย์”
20 เม.ย. 54 | ข่าวมหาวิทยาลัย
1113
ข่าวมหาวิทยาลัย
ปัญญาต้องคู่กับกรุณา ธรรมะพาชาติรอดของ...พระธรรมโกศาจารย์
วันที่ ๒๐/๐๔/๒๐๑๑ เข้าชม : ๙๗๔๒ ครั้ง

      คมชัดลึก : “ผู้นำที่ดีควรทำตัวเหมือนลินคอล์น คือ ความพยายามทำลายศัตรู ด้วยการเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร การเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร คือ วิธีการทำลายศัตรูแบบถอนรากถอนโคน เพราะไม่ต้องมีการจองเวรกันอีกต่อไป ในขณะที่สุภาษิตจีนสอนว่า มีมิตรห้าร้อยคน ยังนับว่าน้อยเกินไป มีศัตรูหนึ่งคนยังนับว่ามากเกินไป”

 

      นี่เป็นส่วนหนึ่งของปาฐกถาธรรม ที่พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิโต ป.ธ.๙ ) ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) เขียนไว้ในหนังสือ “ปัญญาคู่กับกรุณาจึงจะพาชาติรอด” 

     ทั้งนี้ พระธรรมโกศาจารย์ได้แสดงปาฐกถาธรรมไว้ว่า ประเทศไทยรอดพ้นวิกฤติชาติมาหลายครั้ง ก็เพราะเราใช้ปัญญาคู่กับกรุณา สังคมไทยที่เคยแตกเป็นเสี่ยงในสมัยที่สู้กับภัยคอมมิวนิสต์ แต่เราก็เอาชนะคอมมิวนิสต์ได้สำเร็จด้วยคำสั่ง ๖๖/๒๓ ที่เปลี่ยนศัตรูมาเป็นมิตร สังคมไทยสมัยนั้นมีน้ำใจกรุณาจึงต้องรับอดีตผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ทั้งหมดให้กลับมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย นี่เป็นนโยบายที่หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศฟิลิปปินส์เคยพยายามเลียนแบบมาแล้ว

      ภาษิตที่ว่า "แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร" นั้น คนไทยสมัยนี้มักเข้าใจผิดว่า พระต้องเป็นฝ่ายแพ้ตลอดเวลา มารต้องเป็นฝ่ายชนะเสมอ เราควรทำความเข้าใจภาษิตนี้ให้ถูกต้องเสียใหม่ว่า ภาษิตนี้ไม่ได้หมายถึงว่า ความพ่ายแพ้เป็นของพระ ชัยชนะเป็นของมาร แต่ภาษิตนี้หมายความว่า แพ้เป็นพระหมายถึงว่า เรายอมแพ้ให้ใคร เราเป็นพระในใจของคนคนนั้น เราเอาชนะใครร่ำไป เราเป็นมารในใจของคนคนนั้น พระพุทธศาสนาสอนให้เรารู้จักยอมแพ้เพื่อเอาชนะใจเรา

     สังคมไทยทุกวันนี้จะรอดพ้นวิกฤติทางการเมืองหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนไทยจะมีท่าทีแบบธรรมาธิปไตยมากน้อยเพียงใด สิ่งที่หน้าเป็นห่วงก็คือ กลุ่มที่เผชิญหากันทุกวันนี้ต่างขาดทั้งปัญญาและกรุณา ซึ่งจะทำให้สังคมไทยกลายเป็นอนาธิปไตย คือ สภาพที่ไม่มีขื่อไม่มีแป ต่างใช้ความรุนแรงเข้าหากัน อันมีผลให้ต่างฝ่ายต่างแพ้ และที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ

      ธรรมาธิปไตยที่ใช้ปัญญาคู่กับกรุณาจึงจะพาชาติรอดพ้นจากวิกฤติการเมืองนั้น ในการพูดคุยเพื่อสร้างความปรองดองเราต้องพยายามให้แต่ละฝ่ายรู้สึกว่าเขาชนะ ไม่มีฝ่ายใดชนะแบบกินรวบอยู่ฝ่ายเดียว คนไทยต้องเลือกระหว่าง “ชนะศึกแต่แพ้สงคราม” กับ “แพ้ศึกแต่ชนะลงคราม”

     พร้อมกันนี้ พระธรรมโกศาจารย์ได้อธิบายด้วยว่า ชนะศึกแต่แพ้สงคราม หมายถึง เราชนะแนวรบย่อยแต่แพ้สงครามใหญ่ คือ ชนะศึกเล็กๆ หลายครั้ง แต่ในที่สุดก็เสียกรุงให้แก่ข้าศึก เช่น นักศึกษาเถียงชนะอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์แล้วเรียนไม่จบปริญญาโท เพราะทะเลาะกับอาจารย์ที่ปรึกษา การที่คนไทยแต่ละกลุ่มแต่ละสีพยายามเอาชนะคะคานกันร่ำไป ต่างฝ่ายต่างเอาชนะบนซากปรักหักพังของประเทศชาติ นี่เราเรียกว่า ชนะศึกแต่แพ้สงคราม

      ส่วน “แพ้ศึกแต่ชนะลงคราม” นั้น พระธรรมโกศาจารย์ได้อธิบายว่า เรายอมแพ้ในสงครามย่อยแต่ชนะสงครามใหญ่ นั่นคือ ยอมแพ้ศึกเล็กๆ แต่เป็นฝ่ายชนะสงครามใหญ่ในที่สุด เรายอมถอยในบางแนวรบ เพื่อให้ส่วนรวมอยู่รอด เรียกว่า แพ้ศึกแต่ชนะลงคราม

      ในครอบครัวเดียวกัน สามีภรรยาคิดแต่เอาชนะคะคานกันตลอดเวลา ทุ่มเถียงทะเลาะกันไม่รู้จักจบ  จนในที่สุดครอบครัวต้องแตกแยกหรือหย่าร้างแยกทางกันไป อย่างนี้เรียกว่า ชนะศึกแต่แพ้สงคราม ชัยชนะอย่างนี้จะมีประโยชน์อะไร

     “โบราณสอนว่า รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ นั่นคือว่า ถ้ารักจะคบใครให้ยืดยาว ต้องรู้จักตัดคำพูดให้สั้นลงบ้าง ถ้าคิดจะคบกันชั่วครั้งชั่วคราว ให้ต่อความยาวสาวความยืด ทำอย่างนี้ไม่นานก็ต้องเลิกคบกัน ความสำเร็จในการสมานรอยแตกร้าวของสังคงไทยในอดีตแสดงให้เห็นว่า สังคมไทยไม่อับจนปัญญา แต่ที่วันนี้ยังแก้ปัญหาความแตกแยกในสังคมไทยไม่ได้ เพราะคนไทยมีความกรุณาต่อกันน้อยไปหน่อยกระมัง” พระธรรมโกศาจารย์กล่าวสรุป

อิฏฐารมณ์-อนิฏฐารมณ์
     หัวข้อธรรมเรือง "อิฏฐารมณ์ และ อนิฏฐารมณ์" เป็นธรรมะที่พระธรรมโกศาจารย์เขียนไว้ในคำนำ หรือวรคติธรรม ของหนังสือ “ปัญญาคู่กับกรุณาจึงจะพาชาติรอด” โดยได้อธิบายไว้ว่า สัจธรรมที่อยู่คู่โลก คือ โลกธรรม ฝ่ายที่เราพอใจเรียกว่า อิฏฐารมณ์ คือ ได้ลาภ ได้ยศ ได้รับสรรเสริญ ได้สุข ฝ่ายที่เราไม่พอใจ เรียกว่า อนิฏฐารมณ์ คือ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทา เป็นทุกข์ ทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนหนีไม่พ้นโลกธรรม เพราะเป็นธรรมที่อยู่คู่โลกเพียงแต่เราต้องมองผ่านโลกธรรมนี้ให้เป็นไตรลักษณ์ตามความเป็นจริงว่า สิ่งที่เกิดทั้งหมดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และมีความแปรปรวนเป็นธรรมดา

     เมื่อพิจารณาได้เช่นนี้ ทั้งอารมณ์ที่พอใจ และไม่พอใจก็ไม่สามารถครอบงำจิตใจได้ เราก็อยู่บนโลกอย่างที่เราปรารถนา ที่สำคัญก็คือ เมื่อเราได้อิฏฐารมณ์ก็ไม่ควรหลงระเริง และขณะเดียวกันเมื่อประสบกับอนิฏฐารมณ์ก็ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง เพื่อผ่าทางตันไปให้ได้

        “ความพยายามทำลายศัตรู ด้วยการเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร คือ วิธีการทำลายศัตรูแบบถอนรากถอนโคน เพราะไม่ต้องมีการจองเวรกันอีกต่อไป”

เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

ที่มา; หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 20 เมษายน 2554

 


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ เชิญสุพรรณบัฏถวาย สมเด็จพระมหาวชิราธิบดี นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย His Majesty the King Graciously Commands the Presentation of the Suphanabhat (Royal Golden Monastic Title Deed) to Somdet Phra Maha Wachirathibodi, President of the University Council of Mahachulalongkornrajavidyalaya University
    31 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    255
  • วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ (IBSC) มจร จัดฉลองครบรอบ 13 ปี ชูวิสัยทัศน์ผสานพุทธธรรมกับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวสู่การศึกษาโลกอนาคต MCU’s International Buddhist Studies College (IBSC) Celebrated 13th Anniversary, Highlighting Vision of Integrating Buddhist Dhamma with Artificial Intelligence (AI) for Future Education
    30 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    685
  • อธิการบดี มจร เป็นประธานเปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน คณะครุศาสตร์ เน้นย้ำ ครู ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการครองใจคน MCU Rector Presided Over Opening of Vipassana Meditation Program for Faculty of Education, Emphasizing Teachers Must Master Both Science and Art to Win Hearts
    24 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    2578
  • มจร จัดงาน วันปิยมหาราชรำลึก ๒๕๖๙ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ ๕ พร้อมจัดเทศน์มหาชาติ ๔ ภาค ถวายเป็นพระราชกุศล MCU Holds King Chulalongkorn Memorial Day 2026 Event, Expressing Gratitude to King Rama V with Four-Region Great Jataka Sermon to Offer Royal Merit
    23 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    2678
  • วัดปากน้ำ จัดพิธีสมโภชสุพรรณบัฏและทำบุญอายุวัฒนมงคล ๗๒ ปี “สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี” พุทธศาสนิกชนร่วมมุทิตาสักการะเนืองแน่น Wat Paknam Held the Celebration Ceremony for the Suphanabat (Royal Monastic Title Scroll) and 72-Birth Anniversary of
    22 ต.ค. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    2992