ข่าวประชาสัมพันธ์
แม่ชีทศพร นำทีมงานถวายภัตตาหารเพลพุทธศาสตรบัณฑิต มหาบัณฑิต กว่า ๒ หมื่นรูป
30 เม.ย. 54 | ข่าวมหาวิทยาลัย
643
ข่าวมหาวิทยาลัย
แม่ชีทศพร นำทีมงานถวายภัตตาหารเพลพุทธศาสตรบัณฑิต มหาบัณฑิต กว่า ๒ หมื่นรูป
วันที่ ๓๐/๐๔/๒๐๑๑ เข้าชม : ๑๓๗๗๓ ครั้ง

ดร.แม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม แม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม (พธ.ด.กิตติมศักดิ์) วัดพิชยญาติการาม กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะศิษย์กว่า ๓๐๐ คน เป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพลแก่พระภิกษุสงฆ์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านพระพุทธศาสนาทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วยพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติศักดิ์ พุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์  พุทธศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ผู้ที่ได้รับเข็มเกียรติคุณ พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต  พุทธศาสตรมหาบัณฑิต พุทธศาสตรบัณฑิตคณะพุทธศาสตร์  พระมหาเถระ บุคคลสำคัญที่เข้ารับปริญญาดุษฎีบัณฑิต, ดุษฎีมหาบัณฑิต เข็มเกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพิธีประสาทปริญญามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทาลัย ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญเป็นประธาน
 พิธีประสาทปริญญามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จัด ๓ วัน คือ วันที่ ๒๙ - ๓๐ เมษายน ถึง ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔  ณ อาคาร มวก. ๔๘ พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
 กิจกรรมประกอบด้วย วันที่ ๒๙ - ๓๐ เมษายน ๒๕๕๔
  ๑. การปาฐกถา เรื่อง “พุทธิปัญญากับการสร้างสังคมปรองดอง” โดย พระธรรมโกศาจารย์,ศ.ดร. อธิการบดี
  ๒. รายงานสัมมนากลุ่มย่อย  จำนวน ๕ กลุ่ม ประกอบด้วย 
       - กลุ่มที่  ๑  เรื่อง “บทบาทพุทธศาสตรบัณฑิตกับการสอนศีลธรรมในโรงเรียน” 
       - กลุ่มที่ ๒  เรื่อง “บทบาทพุทธศาสตรบัณฑิตกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาบนพื้นที่สูง” 
       - กลุ่มที่ ๓  เรื่อง “บทบาทพุทธศาสตรบัณฑิตกับการเผยแผ่หลักธรรมด้านเศรษฐกิจพอเพียง”
       - กลุ่มที่ ๔ เรื่อง “บทบาทพุทธศาสตรบัณฑิตกับการเสริมสร้างสันติสุขในภาคใต้”
       - กลุ่มที่ ๕ เรื่อง “บทบาทของพุทธศาสตรบัณฑิตที่เป็นพระสังฆาธิการกับการบริหารคณะสงฆ์” 

 ส่วนวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ พิธีประสาทปริญญา ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไป
 
              มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทย ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงสถาปนาขึ้น ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงสำหรับพระภิกษุ สามเณรและคฤหัสถ์โดยพระราชทานนามว่า มหาธาตุวิทยาลัย เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๓๐ และได้เปิดดำเนินการศึกษาเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๓๒

              ต่อมาได้ทรงเปลี่ยนจากมหาธาตุวิทยาลัยเป็น มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๓๙ แต่ยังคงจัดการศึกษาเฉพาะปริยัติธรรมแผนกบาลีเท่านั้น ยังมิได้ดำเนินการศึกษาในรูปแบบอุดมศึกษาหรือรูปแบบมหาวิทยาลัยตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๙๐ พระพิมลธรรม (ช้อยฐานทตฺตมหาเถร) อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุสมัยนั้น พร้อมทั้งพระเถรานุเถระฝ่ายมหานิกาย จำนวน ๕๗ รูปได้ประชุมพร้อมกันที่ตำหนักสมเด็จฯ วัดมหาธาตุ ปรึกษาหารือได้ข้อยุติที่จะเปิดการศึกษาในรูปแบบมหาวิทยาลัย เปิดรับผู้สนใจวิชาพระพุทธศาสนาพระปริยัติสัทธรรมชั้นสูง ภาษา ต่างประเทศและวิทยาการบางอย่างอันเป็นอุปกรณ์แก่การค้นคว้าหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

                พุทธศักราช ๒๔๙๐ ประกาศใช้ระเบียบมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เปิดรับพระภิกษุสามเณรผู้สอบได้ตั้งแต่เปรียญธรรม ๔ ประโยคขึ้นไปเข้าศึกษาพระภิกษุสามเณรที่เข้าศึกษารุ่นแรกนี้มีจำนวน ๑๕๖ รูป เปิดการศึกษาเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๐ โดยจัดให้เรียนวิชาพื้นฐาน เรียกว่า การศึกษาระดับชั้นอบรมพื้นความรู้จนถึงชั้นเตรียมอุดมศึกษา เป็นเวลา ๔ ปี ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๙๐-๒๔๙๔ จากนั้นจึงให้เรียนต่อระดับปริญญาตรีในคณะพุทธศาสตร์ ซึ่งเปิดเป็นคณะแรก รับพระภิกษุสามเณรที่จบชั้นเตรียมอุดมศึกษานี้ และเป็นผู้สอบได้ตั้งแต่เปรียญธรรม ๕ ประโยคขึ้นไป จำนวนผู้ผ่านการคัดเลือกให้เข้าศึกษาปีแรกในคณะพุทธศาสตร์ ปีการศึกษา ๒๔๙๔ จำนวน ๑๖ รูป สำเร็จการศึกษาในปี ๒๔๙๘ เป็นพุทธศาสตรบัณฑิตรุ่นแรกจำนวน ๖ รูป  พุทธศักราช ๒๕๑๒ มหาเถรสมาคมได้ออกคำสั่งเรื่อง การศึกษาของมหาวิทยาลัยสงฆ์ พ.ศ.๒๕๑๒ จำนวน ๑๒ ข้อ สาระสำคัญของข้อ ๓ ระบุส่วนที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยไว้ว่า “ให้การศึกษาของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ซึ่งดำเนินการอยู่แล้ว เป็นการศึกษาของคณะสงฆ์”

                 พุทธศักราช ๒๕๒๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทางพระพุทธศาสนา พ.ศ.๒๕๒๗ โดยมาตรา ๔ (๓) กำหนดไว้ว่า “ให้ผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนาตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีวิทยฐานะชั้นปริญญาตรี เรียกว่า “พุทธศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อว่า “พธ.บ.”

                  พุทธศักราช ๒๕๓๐ สภามหาวิทยาลัย ประกาศใช้ระเบียบมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าด้วยการบริหาร ๒๕๓๐ 

                   พุทธศักราช ๒๕๔๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้มีสถานภาพเป็นนิติบุคคล และเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๔ ตอนที่๕๑ ก ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๐

                   ปัจจุบันมีพระธรรมโกศาจารย์ ศาสตาจารย์ที่เป็นพระสงฆ์รูปแรก เป็นอธิการบดี
 

พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.๙,Ph.D.) ศาสตราจารย์                     พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.๙,Ph.D.) ศาสตราจารย์, ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์, อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, เจ้าคณะภาค ๒ กล่าวว่า "มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส ใฝ่รู้ ใฝ่คิด เป็นผู้นำจิตใจและปัญญา มีโลกทัศน์กว้างไกล มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาและพัฒนาสังคม เน้นผลิตให้พระสงฆ์อุ้มชูพระพุทธศาสนา สนองงานคณะสงฆ์ สถาบันพระมหากษัตริย์ พระนิสิต (กำลังศึกษาอยู่) พุทธศาสตรบัณฑิต ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนทั้งในและต่างประเทศ ขอให้ใช้แรงกายแรงใจปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มความสามารถ โดยใช้พุทธิปัญญาเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน"

                   ในด้านวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีความเข้มงวดมาก โดยเฉพาะด้านการเรียนการสอนมีการควบคุมมาตรฐานการสอนของครูอาจารย์ นั้นคือหลักสูตรกลาง หนังสือตำรากลาง ข้อสอบกลาง ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งทำให้คณาจารย์ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคต้องสอนให้ครบตามเนื้อหาหลักสูตร และออกข้อสอบจากส่วนกลาง มีระบบป้องกันข้อสอบรั่วอย่างเป็นระบบ ในส่วนของผู้เรียนเองก็มีการประเมินความรู้อย่างต่อเนื่อง เน้นให้นิสิตคิดเป็น ทำงานเป็น

พระราชวรมุนี (พล อาภากโร)                    ในเรื่องนี้ พระราชวรมุนี (พล อาภากโร) ป.ธ.๙, Ph.d. คณบดีคณะพุทธศาสตร์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม รองเจ้าคณะภาค ๖ กล่าวในคราวประชุมผู้บริหารวิชาการ (๒๙ เมษายน ๒๕๕๔) ว่า "มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีแบบแผน มีอัตลักษณ์เฉพาะตน ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจำเป็นจะต้องรักษาจุดแข็งเอาไว้ โดยเฉพาะในเรื่องคุณภาพการศึกษา ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถที่จะรับพระนิสิตเข้ามาเรียนเต็มอัตราที่อาคารสถานที่เราสามารถรับได้ แต่คุณภาพบัณฑิตจะต้องมาก่อน ในส่วนที่เป็นจุดอ่อนเช่นเรื่องงานบริการ ด้านภาษาก็ต้องเร่งปรับปรุง ทั้งนี้เพื่อรักษาอัตลักษณ์และคุณภาพของมหาวิทยาลัยเอาไว้" 

                     ส่วนในเรื่องประเด็นเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาที่มีการซื้อขายกันที่เป็นข่าวอยู่ในปัจจุบันนั้น พระครูสังฆรักษ์กิตติพงศ์ สิริวฑฺฒโน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะครุศาสตร์กล่าวว่า "มหาวิทยาลัยโดยคณะครุศาสตร์ ซึ่งรับผิดชอบหลักสูตร ป.บัณฑิตโดยตรง มีคณะกรรมการกำกับดูแล ควบคุมการเปิดหลักสูตร คุณภาพการเรียนการสอน การฝึกสอน ปัจจุบันได้ทำการตรวจสอบแล้ว ๙๙ % ยังไม่พบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นแต่อย่างใด" ทั้งนี้สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานใหญ่ :  คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วังน้อย อาคารเรียนรวม โซน ซี (zone C) ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, 13170  โทรศัพท์ : 035-248-094  โทรสาร : 035-248-095 สำนักงานย่อย : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อาคารเรียน วัดศรีสุดาราม ถนนบางขุนนนทร์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร, 10700 โทรศัพท์ : 024-336-588 โทรสาร : 024-336-588

                  ยุคทองการศึกษาสงฆ์ไทย ถือว่าเป็นยุคทองของการศึกษาคณะสงฆ์ไทย เพราะทางคณะสงฆ์และราชการได้สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยขยายการศึกษาอย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีสาขาทั้งในและต่างประเทศ ที่ว่าเป็นยุคทองเพราะทางมหาวิทยาลัยนอกจากจะขยายการศึกษาออกไปยังส่วนภูมิภาคแล้ว ยังควบคุม กำกับ ตรวจสอบ การเรียนการสอน การบริหาร อย่างใกล้ชิด หลักสูตรที่มหาวิทยาลัยเปิดสอนได้ผ่านความเห็นชอบของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพราะทางมหาวิทยาลัยควบคุมคุณภาพการผลิตบัณฑิต จนมีคำกล่าวว่า "เรียนมหาจุฬาฯ ไม่ง่ายอย่างคิด ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากมหาจุฬาฯ มีคุณภาพ สมภูมิอย่างแท้จริง" 
 

                    นอกจากนี้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กำลังดำเนินการสร้างวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ ขึ้นในพื้นที่ ๘๔ ไร้ เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยเป็นศูนย์การการศึกษาพระพุทธศาสนาของโลก  พัฒนาห้องสมุดเป็นแหล่งทรัพยากรด้านพระพุทธศาสนาของโลกอีกด้วย

                     ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กำลังเปิดรับสมัครนิสิตใหม่ระดับปริญญาตรี-โท-เอก ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔  ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.mcu.ac.th/site/news_in.php?group_id=1&NEWSID=6813  
  
                      สกู๊ปโดย พระมหาศรีทนต์ สมจาโร ผู้อำนวยการส่วนหอสมุดกลาง 
                      ๓๐ เมษายน ๒๕๕๔ 


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • อธิการบดี มจร เปิดเวทีวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ณ วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน เตรียมเสนอชื่อ ครูบาศรีวิชัย” เป็นบุคคลสำคัญของโลก MCU Rector Opens National and International Academic Forums at Lamphun MCU College, Gearing Up to Nominate Kruba Srivichai
    28 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    2029
  • ในหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร น้ำสรง และเครื่องสักการะ แด่ พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดี มจร เนื่องในงานอายุวัฒนมงคล 66 ปี His Majesty the King Graciously Bestows Monastic Robes, Bathing Water, and Offerings upon Phra Brahmawatcharatheeracharn, Rector of MCU, on His 66th Birth Anniversary
    28 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1832
  • มจร จัดงาน วันกตัญญู ประจำปี ๒๕๖๙ เชิดชูเกียรติและรำลึกคุณูปการบุคลากรผู้เกษียณอายุการทำงานอย่างสมเกียรติ MCU Hosts Annual Gratitude Day 2026 to Honor and Celebrate the Contributions of Retiring Personnel
    25 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    3548
  • ชมรมนิสิตชาวพุทธบังกลาเทศ มจร จัดงานใหญ่ Anniversary Celebration 2026 ชูเวทีเสวนาวิชาการและเปิดตัวหนังสือใหม่ Bangladesh Buddhist Students Club of MCU Hosts Grand Anniversary Celebration 2026, Highlighting Academic Panel and New Book Launch
    24 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    3323
  • พสกนิกรชาวไทยในนอร์เวย์ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) อุทิศถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ วัดไทยนอร์เวย์ Thai Community in Norway Attends the 100-Day Royal Merit-Making Ceremony (Sattamawara) Dedicated to HRH Princess Bajrakitiyabha at Wat Thai Norway
    21 ก.ย. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    4663