ข่าวประชาสัมพันธ์
พระสงฆ์ และประชาชนเกือบครึ่งหมื่นแห่ร่วมงานมหกรรมอาเซียนอย่างยิ่งใหญ่
05 ก.ค. 57 | ข่าวมหาวิทยาลัย
449
ข่าวมหาวิทยาลัย
พระสงฆ์ และประชาชนเกือบครึ่งหมื่นแห่ร่วมงานมหกรรมอาเซียนอย่างยิ่งใหญ่
วันที่ ๐๕/๐๗/๒๐๑๔ เข้าชม : ๓๓๗๖ ครั้ง

 ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา พระสงฆ์และประชาชนทั่วไปแห่ร่วมงานมหกรรมภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมอาเซียนอย่างล้นหลามกว่า ๓,๕๐๐ รูป/คน  ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วังน้อย อยุธยา   โดยสถาบันภาษา ร่วมกับศูนย์อาเซียน และหลักสูตรปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ที่ได้รับการสนับสนุนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มูลนิธิมิราเคิลออฟ์ไลฟ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มูลนิธิเสาหลักแห่งแผ่นดินใต้พระบารมี  ภายใต้แนวคิดหลักในการจัดงานว่า  “เอกภาพในความแตกต่าง” (Unity in Diversity) 

 

       พระธรรมสุธี  นายกสภามหาวิทยาลัยในฐานะประธานเปิดงานในช่วงเช้าได้ย้ำเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของภาษา และวัฒนธรรมว่า "ภาษาถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำกลุ่มคนต่างๆ ในประชาคมอาเซียนให้สามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าใจซึ่งกันและกันท่ามกลางความแตกต่างมากยิ่งขึ้น  การไม่เข้าใจภาษาจะทำให้ยากที่จะเข้าใจวิถีชีวิตอื่นๆ เพราะตัวแปรสำคัญในการสื่อความคือภาษา"  ท่านกล่าวเพิ่มเติมว่า "มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้เดินมาถูกทางแล้ว ที่จัดตั้งสถาบันภาษาขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการช่วยพัฒนาภาษา โดยเฉพาะพระภิกษุในประชาคมอาเซียนที่เดินทางมาศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศไทย"

 

       ในขณะที่พระพรหมบัณฑิต, ศ.ดร. อธิการบดี ได้กล่าวปาฐกถาในช่วงบ่ายว่า "ประชาคมอาเซียนมีความแตกต่างทั้งมิติทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาษา ศาสนา ชาติพันธุ์ และวิถีชีวิตที่ต่างๆ  การพยายามที่จะเรียนรู้ความแตกต่างของสิ่งเหล่านี้ จะส่งผลโดยตรงต่อการปรับเปลี่ยนทัศนคติ และท่าทีต่อพลเมืองที่อาศัยอยู่ร่วมกันในประชาคมอาเซียน"  ท่านกล่าวเสริมว่า "ประชาคมอาเซียนได้เชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าหากัน (Connectivity) การเชื่อมโยงเหล่านี้ มิได้ส่งผลในเชิงธุรกิจแต่เพียงประการเดียว หากแต่เชื่อมโยมทั้งมิติของวัฒนธรรมด้วย  ฉะนั้น การเรียนรู้ความแตกต่างของวัฒนธรรม จะส่งผลดีต่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีเอกภาพ"

 

         ในขณะที่ ดร.คุณหญิงสมปอง วรรณิสสร ในฐานะผู้ที่สนับสนุนสถาบันภาษาตั้งแต่เริ่มตั้งตัว ได้กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า "ดีใจมาก และภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนในการสนับสนุนการจัดตั้งสถาบันภาษาด้วยทุนเริ่มแรก จำนวน ๑,๓๐๐,๐๐๐ บาท และได้สนับสนุนทุนโดยการส่งพระมหาราชันเดินทางไปเรียนภาษาที่ประเทศอังกฤษ เมืองอ๊อกฟอร์ด (Oxford) จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท  สิ่งที่ได้ทุ่มเทไปทั้งหมดนั้น ตั้งใจที่จะเห็นมหาจุฬาฯ เป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก (World Class) ที่เป็นศูนย์กลางในการศึกษาพระพุทธศาสนาโดยมีภาษาเป็นหัวใจสำคัญในการเรียน รู้" 

       มหกรรมภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมอาเซียนนั้น ประกอบไปด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย  ทั้งในมิติของนิทรรศการ “คาบสมุทรแห่งวัฒนธรรมแหลมทอง" (The Sea of Golden cultures) ทั้งนี้ ตัวนิทรรศการอาเซียนจะนำ "เรือ" มาเป็นตัวเดินเรื่องเพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญที่ว่า เรือคือเครื่องมือสำคัญในอดีตที่จะพากลุ่มคนต่างๆ ในอาเซียนเดินทางไปเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน และอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง แต่สะท้อนวิถีชีวิตอาเซียน ซึ่งเนื้อหาภายในจะประกอบไปด้วยการนำเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้อง ๓ เสาหลักของอาเซียน ทั้งเสาความมั่นคง เสาเศรษฐกิจ และเสาสังคม ทั้งนี้ นิทรรศการนี้จะเน้นไปที่เสาที่ ๓ ซึ่งเน้นการนำเสนอเกี่ยวกับภาษา ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตในมิติต่างๆ ของประชาคมอาเซียน อันจะส่งผลต่อการจัดวางท่าทีในการแสดงออกต่อกลุ่มคนที่มีความเชื่อที่แตกต่างกันระหว่างชาติพันธุ์

 

 

         นอกจากนี้ โครงการปริญญาโท สาขาสันติศึกษา จะนำเสนอนิทรรศการ เรื่อง "ลมหายใจแห่งสันติภาพ" โดยแสดงให้เห็นถึงกลุ่มคนในโลกนี้ และสังคมไทยที่อาศัยอยู่ร่วมกันในทิศทั้ง ๔ จะผนึกกำลังในการเสริมสร้างความสามัคคีปรองดอง เพื่อเชื่อมสมานเป็นหนึ่งเดียวประดุจเกลียวคลื่น ในขณะที่สถาบันภาษาจะนำเสนอแง่มุมที่สำคัญที่ว่า "ภาษาเปลี่ยนชีวิตคุณได้" และภาษาจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำพากลุ่มคนต่างๆ ในอาเซียนเรียนรู้ และเข้าใจวัฒนธรรม ความเชื่อ และประเพณีที่แตกต่าง ภาษาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมสมานชาติพันธุ์ต่างๆ ให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข


       สถาบันภาษาได้จัดนิทรรศการ เรื่องภาษาเปลี่ยนชีวิตได้ รวมถึง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะนำเสนอนิทรรศการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเที่ยวเชิงพุทธในอาเซียนเพื่อชี้ให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาสามารถพาคนเที่ยวไปในแดนธรรมได้อย่างล้ำลึก ในขณะเดียวกัน หลักสูตรเสาหลักแผ่นดินใต้ร่มพระบารมีจะนำเสนอนิทรรศการเรื่อง "จากเมล็ดข่าวเมล็ดเดียวสู่ความกลมเกลียวของอาเซียน" เพื่อชี้ให้นำให้แต่ละคนได้เห็นความสำคัญของเม็ดข้าวที่พระพุทธสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงย้ำประเด็นเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้เศรษฐกิจฐานรากเกษตรกรรม จนก้าวไปสู่การนำรวงข้าวมาเป็นสัญลักษณ์ของประชาคมอาเซียน

 

 

        ในขณะที่คณะพุทธศาสนา สังคมศาสตร์ ครุศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัย จะนำเสนอนิทรรศการที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละคณะเพื่อเชื่อมโยงไปสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาและแลกเปลี่ยนต่อไป  ยิ่งกว่านั้น นิทรรศการสถาบันภาษาจะได้รับการออกแบบเป็นเรือที่สื่อถึงการสื่อสาร ภาษาได้รับการออกแบบให้ทำหน้าที่เสมือนเรือที่จะนำพากลุ่มคนต่างๆ ในอาเซียนสามารถข้ามข้ามพรมแดนจากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศหนึ่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสารระหว่างพลเมืองในอาเซียน

 

        นอกจากนี้  งานมหกรรมได้จัดรายการแสดงวัฒนธรรมอาเซียนประกอบแสง สี และเสียง เรื่อง "ลมหายใจแห่งเอกภาพ" โดยทีมนักแสดง คิดบวกสิปป์ ผู้ผ่านเวทีรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ และเยาวชนอาเซียนจำนวน ๑๐ ประเทศ บวก ๓ คือ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น จะแสดงร่วมกัน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของลมหายใจแห่งเอกภาพ แม้ผืนน้ำกางกั้น พรมแดนเป็นเพียงสิ่งสมมติ สายลมแห่งความเป็นหนึ่ง จะพัดพรูถึงกันและกันเชื่อมใจเข้าหากัน เป็นลมหายใจเดียวกัน ...ลมหายใจแห่งเอกภาพ การแสดงจะสะท้อนความเป็น Unity in Diversity “เอกภาพในความต่าง” ทางด้านภาษา ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ สังคม ขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรม ของแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน

 

 

        โดยกลุ่มนักแสดงนั้น เป็นเยาวชนในโครงการ "ยุวชนอาเซียนเพื่อสันติภาพ" ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ โดยโครงการปริญญาโท สาขาสันติศึกษาได้เป็นผู้ดำเนินการในการนำเยาวชนอาเซียนมาทำงานด้านสันติภาพร่วมกัน เยาวชนอาเซียนจะร่วมแสดงวัฒนธรรมในวันที่ ๒๗ มิถุนายน โดยแบ่งออกเป็น ๓ รอบ กล่าวคือ ช่วงเช้า ช่วงบ่าย และพิธีปิด ซึ่งช่วงบ่ายโมงจะเป็นการแสดงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศโดยใช้เวลา ๑ ชั่วโมง ในขณะที่พิธีปิดจะเป็นการจุดเทียนสันติภาพ พร้อมกับร้องเพลงลมหายใจแห่งสันติภาพร่วมกันคุณน้ำมนต์ ซึ่งเป็นบทเพลงประจำโครงการปริญญาโท สาขาสันติศึกษา หลังจากนั้น จึงรายการ “อาเซียนทอล์ค” ซึ่งเยาวชนอาเซียนที่ได้รับเชิญมาจากประเทศต่างๆ จำนวน ๑๓ ประเทศ จะได้นำเสนอ และแลกเปลี่ยนวิถีคิด และมุมเกี่ยวกับมิติที่สะท้อนคุณค่าหลักของแต่ละประเทศ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้วิถีแห่งภาษา วัฒนธรรม และความเชื่อที่แตกต่าง อันจะทำให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ และเข้าใจวิถีชีวิตของชาติพันธุ์ของประเทศต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น

 

  

      รายการที่ถือว่าสำคัญในช่วงบ่ายคือการประกวดสุนทร์พจน์เพื่อชิงถ้วยประทานจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนพรรณาวดี พร้อมทั้งทุนการศึกษาจากหลักสูตรเสาหลักเพื่อแผ่นดินใต้ร่มพระบารมี จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท โดยรอบแรก วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ กล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ "เอกภาพในความแตกต่าง" และรอบที่ ๒ คัดเหลือ ๕ มหาวิทยาลัย เพื่อให้กล่าวสุนทรพจน์ในวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ในหัวข้อ "จากเมล็ดข่าวเมล็ดเดียวสู่ความกลมเกลียวของประชาคมอาเซียน" ซึ่งแง่มุมดังกล่าวจะเป็นการนำเสนอผ่านแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่สัญลักษณ์อาเซียนที่เน้นความกลมเกลียวของรวงข้าวทั้ง ๑๐ รวง ซึ่งผู้ที่ได้รับวางวัลชนะเลิศคือ  Ven.Suraj Maharja วัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ, นิสิตปี 3 คณะพุทธศาสตร์ มจร. ได้รับถ้วยประทาน "ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี" รางวัลชนะเลิศการประกวดกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ "ความรู้สู่ความเจริญตามพระบรมราโชวาท : จากเมล็ดข้าวเมล็ดเดียวสู่ความกลมเกลียวของประชาคมอาเซียน" พร้อมเงินรางวัล 20,000


        นอกจากนี้ ภายในงานจะมีตลาดนัดอาหารอาเซียนที่หลากชนิดซึ่งได้มีเยาวชนจำนวนมากที่เข้าแถวรอชิมอาหารอาเซียนที่สนับสนุน และจัดขึ้นโดยนิสิตจากหลักสูตรปริญญาโท สันติศึกษา และจากมหาวิทยาลัยต่างๆ นำมาจัดแสดงและให้นิสิตนักศึกษาได้ทดลองชิมอาหารอาเซียน
การจัดมหกรรมภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ ๑ นี้  ได้มีมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น กว่า ๓,๕๐๐ รูป/คน ประกอบด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่ นิสิต นักศึกษา ทั้งส่วนกลางและวิทยาเขต และนักเรียนชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอวังน้อย และบางปะอิน


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • สำนักงานพระสอนศีลธรรม มจร จัดอบรมผู้ประเมินสถานศึกษาอาชีวศึกษาวิถีพุทธ รุ่นที่ ๔ ภายใต้โครงการ
    27 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    424
  • Phra Panyavajrapandit, Assoc. Prof. Dr., Vice Rector for Academic Affairs, and Phramaha Somchai Kittipanyo, Dr., Head of the Department of Foreign Languages, were assigned by the Most Venerable Phra Brahmawatcharatheeracharn, Prof. Dr., Rector, to perform duties as lecturers and lead meditation retreats at the Dharma Gate Buddhist College in Hungary, an affiliated institution of Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
    26 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    474
  • พิธีเปิดโครงการสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจและนิสิตปฏิบัติงานบริการสังคม รุ่นที่ ๗๑
    21 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    703
  • มูลนิธิศิษย์เก่า มจร มอบทุนการศึกษา ๑๒๐ ทุน ฉลองวาระครบ ๒ ทศวรรษ การประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร ณ มจร วังน้อย
    07 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1467
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานผ้าไตรและไทยธรรม ถวายแด่พระวิปัสสนาจารย์ ในพิธีปิดโครงการพัฒนาบุคลากรและนิสิตเพื่อเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ประจำมหาวิทยาลัย สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    04 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1664