ข่าวประชาสัมพันธ์
มจร.รุกสร้างทางสว่างเปิดหลักสูตรปริญญาโทขจัดปัญหาความขัดแย้ง ปั้นกาวใจสังคมไทย
06 ก.พ. 56 | ข่าวมหาวิทยาลัย
364
ข่าวมหาวิทยาลัย
มจร.รุกสร้างทางสว่างเปิดหลักสูตรปริญญาโทขจัดปัญหาความขัดแย้ง ปั้นกาวใจสังคมไทย
วันที่ ๐๖/๐๒/๒๐๑๓ เข้าชม : ๓๘๓๖ ครั้ง

“ความขัดแย้ง” คือสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมโลกมาตั้งแต่อดีต  “ยิ่งในศตวรรษนี้ ปัญหาเรื่องความขัดแย้งในสังคมจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น” นั่นคือการคาดการณ์จาก องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก  โดยยูเนสโกมองว่า ศตวรรษนี้เป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย ขณะที่แหล่งข้อมูลก็มีจำนวนที่มากเกินไป ส่งผลให้ประชาชนจะเลือกรับข้อมูลเฉพาะที่ตัวเองสนใจ หมกมุ่น ทำให้ไม่สามารถยอมรับความแตกต่างได้ และในที่สุดก็จะเกิดเป็นปัญหาความขัดแย้งขึ้นในแต่ละสังคม

       ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับข้อกังวลของที่ประชุมผู้นำทางศาสนากว่า 1,000 คน ที่ร่วมประชุมกับ นายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เมื่อปี ค.ศ.2000 และมีความเห็นตรงกันว่า ในศตวรรษนี้จะเกิดความขัดแย้งทางวัฒนธรรมและศาสนา โดยที่ศาสนาจะถูกอ้างอิงเพื่อไปเป็นมูลเหตุความขัดแย้งหันกลับมามองประเทศไทยบ้าง สถานการณ์ความขัดแย้งในสังคมไทยที่นับวันยิ่งขยายวงกว้างและทวีความรุนแรง ยิ่งเหมือนตอกย้ำชัดเจนว่าการคาดการณ์ของยูเนสโกไม่ใช่เรื่องเกินความจริง  ทั้งบรรดาสารพัดม็อบสีต่างๆ รวมไปถึงปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งดูว่าไม่มีทีท่าจะสงบลงง่ายๆ

พระมหาหรรษา

พระมหาหรรษา


      และจากสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งที่ส่อวี่แววจะเพิ่มมากขึ้นนี่เอง จึงเป็นเหตุให้หลายสถาบันอุดมศึกษาของไทย อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เตรียมรับมือด้วยการเปิดสอนหลักสูตรเกี่ยวกับสันติศึกษา ด้วยหวังที่จะผลิตบุคลากรออกมาเป็นคนกลางในการเจรจา ผ่อนหนักเป็นเบา สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
 


 

       ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยสงฆ์อย่าง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) ก็ได้ร่วมมือกับ สำนักงานศาลยุติธรรม และ สถาบันพระปกเกล้า เปิด หลักสูตรโครงการปริญญาโท สาขาสันติศึกษา (ภาคพิเศษ) รุ่นที่ 1 ขึ้น โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ใช้เวลาศึกษาข้อมูลก่อนที่จะเปิดหลักสูตรนี้นานกว่า 7 ปี จุดเด่นของหลักสูตร จะเน้นบูรณาการพัฒนาสันติภาพแบบผสมผสาน โดยเริ่มต้นพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสันติภาพขึ้นภายในใจ ด้วยการใช้หลักสมาธิเป็นเครื่องมือในการกล่อมเกลาสติและปัญญา ซึ่งจะมีการศึกษาใน 3 กลุ่มวิชาหลัก คือ 1.แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับความขัดแย้ง สันติภาพ พระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ และพุทธสันติวิธี 2.ปฏิบัติการสร้างสันติภาพ ฝึกปฏิบัติในสถานที่จริง และ 3.ศึกษาต้นแบบของนักสร้างสันติภาพทั่วโลก
 

พระพรหมบัณฑิต

พระพรหมบัณฑิต

 
          พระพรหมบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ กล่าวว่า สันติศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นเครื่องมือที่จะนำมาสลายความขัดแย้งได้ดีที่สุด และทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯจะไม่ยอมให้เกิดความขัดแย้งทางวัฒนธรรม และศาสนาขึ้นในสังคมไทยเด็ดขาด ดังนั้นในฐานะมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ เป็นมหาวิทยาลัยด้านศาสนา จึงได้มีการคิดหลักสูตรสันติศึกษาขึ้น เพื่อหวังสร้าง วิศวกรทางสันติ ขึ้นมา ในการที่จะเจรจาให้เกิดความปรองดองขึ้นในสังคม

      สอดคล้องกับความเห็นของ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ที่มองว่า ไทยยังไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างสันติวิธี เนื่องจากที่ผ่านมาสอนแต่ความรู้สันติวิธีเพียงแค่ทฤษฎี แต่ไม่สามารถปลูกฝังสิ่งที่เรียกว่าทัศนคติเชิงบวกต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ ดังนั้นการจัดหลักสูตรสันติวิธีจึงเป็นความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองขณะนี้มากที่สุด ซึ่งหลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้นำประเทศ นักการเมือง ผู้นำทางทหาร ผู้นำทางตำรวจ โดยหลักสูตรของทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯเป็นหลักสูตรแรกของการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย

      “แม้หลักสูตรสันติศึกษา ทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯจะไม่ได้เปิดสอนเป็นแห่งแรกในประเทศไทย แต่หลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯจะเป็นหลักสูตรแรกของประเทศที่มีการนำหลักพระพุทธศาสนามาบูรณาการในการศึกษาหลักสูตรสันติศึกษา
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯย้ำถึงจุดเด่นของหลักสูตร

      พร้อมกับระบุถึงกลุ่มเป้าหมายที่ทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ต้องการให้เข้ามาศึกษาในหลักสูตรนี้ว่า จะเป็นกลุ่มสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด นักการเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ส. ซึ่งได้มีการส่งจดหมายเชิญ 2,000 ฉบับไปยังหน่วยงานต่างๆทั่วประเทศ เพื่อให้เข้ามาศึกษาในหลักสูตรนี้แล้ว ส่วนผู้ที่สนใจจะเข้ามาเรียนหลักสูตรนี้สามารถสมัครได้จนถึงวันที่ 30 มี.ค.นี้

      “ทีมข่าวศาสนา” มองว่า การที่สถาบันอุดมศึกษาต่างๆเปิดหลักสูตรสันติศึกษาขึ้น นับเป็นนิมิตหมายและจุดเริ่มต้นที่ดีในการเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยขจัดปัญหาความขัดแย้งซึ่งไม่ต่างจาก “ภัยเงียบ” ที่กำลังคุกคามเข้ากัดกินสังคมไทย

      และเราขอตั้งความหวังว่า หลักสูตรนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้สังคมไทยรู้จักเรียนรู้ที่จะใช้ความสงบ ซึ่งเปรียบได้กับสติ และสมาธิ มาเป็นตัวช่วยขจัดความเคลื่อนไหว ซึ่งหมายถึงความขัดแย้งที่จะนำไปสู่ความรุนแรง  เพื่อที่คนไทยจะได้หันกลับมารวมพลังสร้างสังคมและประเทศชาติให้แข็งแกร่ง พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิ.


สกู๊ปทีมข่าวศาสนา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/edu/323111

สอบถามรายละเอียดการรับสมัครได้ที่
http://www.facebook.com/hansa.mcu

 

 


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • สำนักงานพระสอนศีลธรรม มจร จัดอบรมผู้ประเมินสถานศึกษาอาชีวศึกษาวิถีพุทธ รุ่นที่ ๔ ภายใต้โครงการ
    27 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    126
  • Phra Panyavajrapandit, Assoc. Prof. Dr., Vice Rector for Academic Affairs, and Phramaha Somchai Kittipanyo, Dr., Head of the Department of Foreign Languages, were assigned by the Most Venerable Phra Brahmawatcharatheeracharn, Prof. Dr., Rector, to perform duties as lecturers and lead meditation retreats at the Dharma Gate Buddhist College in Hungary, an affiliated institution of Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
    26 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    192
  • พิธีเปิดโครงการสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจและนิสิตปฏิบัติงานบริการสังคม รุ่นที่ ๗๑
    21 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    436
  • มูลนิธิศิษย์เก่า มจร มอบทุนการศึกษา ๑๒๐ ทุน ฉลองวาระครบ ๒ ทศวรรษ การประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร ณ มจร วังน้อย
    07 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1205
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานผ้าไตรและไทยธรรม ถวายแด่พระวิปัสสนาจารย์ ในพิธีปิดโครงการพัฒนาบุคลากรและนิสิตเพื่อเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ประจำมหาวิทยาลัย สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    04 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1417