ข่าวประชาสัมพันธ์
มหาจุฬาจัดค่ายยุวทูตอาเซียน พาทำนาถอดรหัสสันติภาพจากรวงข้าว
04 มิ.ย. 56 | ข่าวมหาวิทยาลัย
868
ข่าวมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาจัดค่ายยุวทูตอาเซียน พาทำนาถอดรหัสสันติภาพจากรวงข้าว
วันที่ ๐๔/๐๖/๒๐๑๓ เข้าชม : ๕๒๕๔ ครั้ง

 ปี 2558 จะเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว ทุกประเทศในกลุ่มต่างก็เตรียมความพร้อม แต่มีประเด็นหนึ่งก็คือว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติอย่างไร เพราะว่าทุกวันนี้ประเทศในกลุ่มอาเซียนเองก็มีปัญหาความขัดกันแย้งกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นทางภาคใต้ ไทยกับกัมพูชากรณีเขาพระวิหารก็ยังไม่มีข้อยุติเมื่่อศาลโลกตัดสินออกมาแล้วทั้งสองประเทศจะทำหน้ากันอย่างไร ไทยกับพม่ากรณีชนกลุ่มน้อยยาเสพติด ไม่ใช่เฉพาะฆราวาสเท่านั้นที่ต้องเตรียมความพร้อม แม้นแต่คณะสงฆ์ชาวพุทธเองก็ต้องเตรียม จะเห็นได้จากเทศกาลวันวิสาขาบูชาโลกก็ถึงพูดประเด็นนี้ว่าองค์กรชาวพุทธในอาเซียนจะจับมือกันพัฒนาประชากรอย่างไร


 


มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เป็นสถานการศึกษาของคณะสงฆ์ก็ต้องสนองงานในส่วนนี้เช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าที่ผ่านจะมีการจัดประชุมทั้งองค์กรภายในและประชุมร่วมกับองค์กรภายนอก โดยได้มีการตั้งสถาบันภาษาขึ้นมาเพื่อเปิดการเรียนการสอบภาษาหลักที่ต้องใช้ พร้อมกันนี้ มจร ก็ได้เล็งเห็นว่าประชากรในประชาคมอาเซียนนี้จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขอย่างไร จึงได้เปิดโครงการปริญญาโทสาขาสันติศึกษาขึ้นมา ขณะได้เปิดการเรียนการสอนรุ่น 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อสร้างนักสันติศึกษาขึ้นมา


ขณะเดียวกัน สถาบันภาษา และโครงการปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มจร ได้จัดทำโครงการยุวทูตอาเซียนศึกษาเพื่อสันติภาพ โดยได้นำเด็กและเยาวชนจาก 10 ประเทศอาเซียน และจากประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐเกาหลี หรือเรียกว่า อาเซียน+3 เข้าร่วมกว่า 30 คน มาเข้าค่ายระหว่างวันที่ 21-27 พฤษภาคมเป็นการชิมลาง ภายใต้การดำเนินการของพระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มจร โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงวัฒนธรรม กรมอาเซียน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และทีเคปาร์ค ซึ่งวันที่ 27 พฤษภาคมได้ปิดโครงการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ทั้งนี้พระมหาหรรษา ได้กล่าวว่า ยุวทูตที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ได้เรียนรู้การปฏิบัติจริงจากหลักสูตรสันติศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ความสามัคคี ด้วยการได้ฝึกการทำนาปลูกข้าวร่วมกัน ที่การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเข้าใจที่มาของรวงข้าว 10 รวงที่เป็นสัญลักษณ์ของอาเซียน


ระหว่างทำกิจกรรมทำนาอยู่นั้นก็มีคำถามจากนางสาวคิมรอง เวย์ (Kimrong Way)อายุ 21 ประเทศกัมพูชาว่า "จะพูดถึงสันติภาพได้อย่างไร ตราบใดที่ประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียนบางประเทศยังยากจนอยู่" จึงได้เปิดการแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้และได้ข้อสรุปว่า ถ้าวัดความยากจนหรือร่ำรวยด้วยตัวเลขทางจีดีพีหรือวัดกันด้วยวัตถุแล้วอาจจะทำให้เข้าใจในลักษณะดังกล่าวได้แต่ถ้าวัดกันด้วยคุณค่าวัฒนธรรม ศาสนา และความสุขแล้ว ประเทศในอาเซียนถือได้ว่ามีความร่ำรวยไม่แพ้ชาติใด หรือกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในโลกนี้ ความสุขในอีกมุมหนึ่งคือการที่สันติภาพที่สำแดงศักยภาพออกมาผ่านวิถีชีวิต การคิด พูด หรือแสดงออกมาทางกาย และใจ


แม้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจอาจจะอยู่ในเส้นแบ่งของประเทศยากจน แต่ถ้ากล่าวถึงตัวเลขทางความสุขแล้ว ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่าประชาคมอาเซียนอยู่เหนือเส้นแบ่งระหว่างสุขกับทุกข์ ถึงกระนั้นการที่จะทำให้สังคมเข้าถึงสันติภาพทั้งภายในและภายนอกนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างการตระหนักรู้ให้สังคมได้หันมาใส่ใจและร่วมกันแบ่งปันความสุขและความทุกข์ คนที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจมากกว่าจะมีความสุขได้อย่างไร ตราบเท่าที่เพื่อนร่วมประชาคมจำนวนหนึ่งยังมีความหิวโหย และไม่สามารถเข้าถึงโอกาสในการแบ่งปันทรัพยากรอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นี่เป็นโจทย์อีกข้อหนึ่งที่เสาที่สองของอาเซียน คือ เสาด้านเศรษฐกิจจะเข้ามาช่วยตอบปัญหาของนางสาวคิมรอง เวย์ได้


"พร้อมทั้งยังได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและความเชื่อที่แตกต่างในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชมการแสดงต่างๆ และที่สำคัญอย่างยิ่งอีกประการหนึ่ง คือการนำยุวชนเหล่านี้เดินธรรมยาตราเพื่อสันติภาพ และปฏิบัติสมาธิภาวนาเพื่อเข้าถึงสันติภาพภายในอย่างแท้จริง" ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มจร กล่าวและว่า


นอกจากนี้เด็กและเยาวชน ยังได้เรียนรู้วิถีการอยู่ร่วมกัน เปิดใจเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม โดยมีมิติของภาษาและศาสนาเข้ามาเป็นตัวเชื่อม ซึ่งจะก่อให้เกิดผลต่อเด็กและเยาวชนที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ กลายเป็นคนที่เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ไม่ดูถูกผู้อื่น เรียนรู้วิธีคิดของเพื่อนๆ อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ศาสนาสามารถเชื่อมจิตใจของชาวพุทธ โดยไม่แบ่งเชื้อชาติ วรรณะ ให้มาเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างสันติสุข นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีการจัดค่ายยุวทูตอาเซียนเพื่อสันติศึกษาขึ้น ในการรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 หลังจากจบค่ายไปแล้ว เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ได้สร้างกลุ่มของตนเองเชื่อมโยงกับเพื่อนแต่ละประเทศผ่านระบบเฟซบุ๊กกลุ่มอาเซียนศึกษาเพื่อสันติภาพ


ขณะที่นางสาวบุญธดา จิมานัง อายุ 20 ปี นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวว่า ชาวอาเซียนต่างก็รู้ว่าข้าวเป็นอาหารที่ดีและมีประโยชน์ ซึ่งการที่เยาวชนได้มาอยู่ร่วมกันนี้ทำให้มีแนวความคิดว่าจะช่วยกันผลิตอาหารแล้วแบ่งกันอยู่แบ่งกันกินโดยไม่กินคนเดียวหรือแย่งกันกินอย่างไร


ทางด้านนางสาวคิมรอง เวย์ได้กล่าวถึงความรู้สึกที่เข้าร่วมโครงการว่า ทำให้ได้ทราบเทคนิคต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลังจากกลับประเทศกัมพูชาแล้วจะนำความรู้นี้ไปเผยแพร่เพื่อทำให้ประเทศกัมพูชาพัฒนาเท่าเทียมประเทศไทยให้ได้

"ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีการจัดค่ายยุวทูตอาเซียนเพื่อสันติศึกษาขึ้น ในการรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 นับว่าประสบผลสำเร็จที่ทำให้เด็กและเยาวชนได้มาเรียนรู้วิถีทางศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งหลักจากจบค่ายไปแล้ว เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ได้ลงนามความร่วมมือที่จะนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาสังคมและเผยแพร่ความรู้สู่เพื่อนในประเทศ พร้อมทั้งไปสร้างกลุ่มของตนเอง ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยเชื่อมโยงกับเพื่อนแต่ละประเทศที่มาเข้าค่าย ผ่านระบบเฟซบุ๊กกลุ่มอาเซียนศึกษาเพื่อสันติภาพ ในการทำงานร่วมกัน"พระมหาหรรษา กล่าว


เชื่อมั่นว่าโครงการยุวทูตอาเซียนศึกษาเพื่อสันติภาพจะเป็นตัวกระตุ้นคนในอาเซียนรู้จักแบ่งกันอยู่แบ่งกันกิน เห็นคุณค่าของแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างที่นางสาวคิมรอง เวย์ชาวกัมพูชาเธอเห็นแล้ว

ดูลิงค์ข่าว
คมชัดลึ http://www.komchadluek.net/detail/20130527/159558/ยุวทูตอาเซียนดำนาถอดรหัสสันติภาพ.html
ข่าวสด http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdNek13TURVMU5nPT0%3D&sectionid=TURNd053PT0%3D&day=TWpBeE15MHdOUzB6TUE9PQ%3D%3D


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend
แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • สำนักงานพระสอนศีลธรรม มจร จัดอบรมผู้ประเมินสถานศึกษาอาชีวศึกษาวิถีพุทธ รุ่นที่ ๔ ภายใต้โครงการ
    27 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    150
  • Phra Panyavajrapandit, Assoc. Prof. Dr., Vice Rector for Academic Affairs, and Phramaha Somchai Kittipanyo, Dr., Head of the Department of Foreign Languages, were assigned by the Most Venerable Phra Brahmawatcharatheeracharn, Prof. Dr., Rector, to perform duties as lecturers and lead meditation retreats at the Dharma Gate Buddhist College in Hungary, an affiliated institution of Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
    26 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    216
  • พิธีเปิดโครงการสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจและนิสิตปฏิบัติงานบริการสังคม รุ่นที่ ๗๑
    21 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    462
  • มูลนิธิศิษย์เก่า มจร มอบทุนการศึกษา ๑๒๐ ทุน ฉลองวาระครบ ๒ ทศวรรษ การประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร ณ มจร วังน้อย
    07 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1229
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานผ้าไตรและไทยธรรม ถวายแด่พระวิปัสสนาจารย์ ในพิธีปิดโครงการพัฒนาบุคลากรและนิสิตเพื่อเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ประจำมหาวิทยาลัย สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    04 ก.พ. 69 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    1442