ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มจร (ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์)
ย้อนกลับไปเมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา "มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย" ขึ้น ณ วัดมหาธาตุยุราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร ท่ามกลางเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อเป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรมและวิชาชั้นสูงสำหรับพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ เสียงระฆังแห่งการศึกษาพระพุทธศาสนาจึงเริ่มกังวานขึ้น ณ ใจกลางพระนคร


ตลอดเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนาน สถาบันการศึกษาแห่งนี้เปรียบเสมือนบ้านหลังแรกที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความศักดิ์สิทธิ์ เป็นเบ้าหลอมดวงใจของบุรพาจารย์ คณาจารย์ และนิสิตรุ่นแล้วรุ่นเล่า แม้ในยามที่บ้านเมืองเปลี่ยนผ่าน หรือยามที่สถานที่คับแคบลงตามกาลเวลาและการเติบโตของจำนวนผู้ศึกษา มจร ก็ไม่เคยหยุดยั้งที่จะขยายร่มเงาแห่งธรรม จนกระทั่งมีการขยายการศึกษาออกไปยัง "วัดศรีสุดารามวรวิหาร" ฝั่งธนบุรี เพื่อรองรับการขยายตัวของพระนิสิตที่หลั่งไหลเข้ามาศึกษาต่ออย่างไม่ขาดสาย

ทว่า จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์และยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ ก็มาถึงเมื่อวิสัยทัศน์ของบุรพาจารย์มองการณ์ไกลว่า มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องมีพื้นที่รองรับการเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน จึงนำมาสู่การปักหมุดสร้าง Main Campus บนผืนแผ่นดินทอง ณ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จากผืนนาและทุ่งกว้างในอดีต วันนี้ "มจร วังน้อย" ได้ผงาดขึ้นเป็นพุทธมณฑลทางการศึกษาชั้นนำระดับโลก โอบล้อมด้วยสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์อันสง่างาม สมเกียรติภูมิแห่งสถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนาชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงานอธิการบดี อาคารเรียนรวม อาคารหอฉัน ๗๒ ปี พระวิสุทธาธิบดี (วีระ ภทฺทจารี) หอสมุดกลางอันทันสมัย และลานธรรมอันร่มรื่น ทุกตารางเมตรถูกออกแบบขึ้นเพื่อเกื้อหนุนต่อการปฏิบัติวิปัสนากรรมฐาน การศึกษาพระไตรปิฎก และการรังสรรค์งานวิชาการระดับสากล
การเดินทางทางกายภาพจาก "วัดมหาธาตุ" สู่ "วังน้อย" จึงไม่ใช่เพียงการย้ายสถานที่ตั้ง หากแต่เป็นการขยายฐานรากแห่งปัญญาให้มั่นคงยิ่งใหญ่ พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าในฐานะ "ปัญญาของแผ่นดิน"
โปรดติดตามตอนที่ ๒ พรุ่งนี้: "จากหลักสิบสู่หลักหมื่น: ความเจริญเติบโตเชิงปริมาณของนิสิต" บ้านหลังใหญ่ของนิสิตพุทธศาสน์โลกที่เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง

#๑๓๙ปีมจร #จากรากเหง้าแห่งปัญญา #สู่สถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนานานาชาติ #มจร #MCU