กรุงออสโล, ประเทศนอร์เวย์ - ๑๘ กันยายน ๒๕๖๙ คณะสงฆ์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล และพสกนิกรชาวไทยในประเทศนอร์เวย์ ร่วมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อน้อมรำลึกและอุทิศถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในวาระครบ ๑๐๐ วัน (สตมวาร)
พระนครศรีอยุธยา - วันที่ 18 กันยายน 2569 พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.9, Ph.D.) ศาสตราจารย์, ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์, อัคคมหาบัณฑิต, กรรมการมหาเถรสมาคม, เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร, ประธานกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ, ประธานศูนย์พระปริยัตินิเทศแห่งคณะสงฆ์ และอุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้เมตตาเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพล เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคลครบ 71 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 17 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา
ฟินแลนด์ - 20 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเวทีโลก จัดพิธีเปิด “โครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ ภาคพื้นยุโรป ครั้งที่ 5” ณ วัดพุทธาราม กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ มุ่งสร้างเครือข่ายพุทธบริษัทสี่ให้เข้มแข็งในยุคดิจิทัล
พระนครศรีอยุธยา - วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2026 วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ (IBSC) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (MCU) จัดงานเนื่องในวันสันติภาพสากล ประจำปี 2026 (International Day of Peace 2026) ภายใต้แนวคิด "Invest in Peace - Buddhist Wisdom for Everyone, Everywhere, Every Day" งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้อง I-Mind Room วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มจร
ในโอกาสได้รับแต่งตั้งเป็น "กรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ" มรภ.สุรินทร์ สะท้อนเกียรติภูมิอันยิ่งใหญ่ของ มจร ในฐานะ "ขุมพลังทางปัญญาแห่งแผ่นดิน" ที่ได้รับความเชื่อมั่นให้ร่วมกำหนดทิศทางอุดมศึกษาไทย ความสำเร็จครั้งนี้คือเครื่องยืนยันว่า มจร คือตักศิลาแห่งการสร้างคนดีและคนเก่ง ด้วยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้าของประเทศ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ ยกระดับศักยภาพนิสิตให้โดดเด่น สง่างาม และเป็นที่ยอมรับในสังคมทุกมิติ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันอันทรงเกียรติและสร้างอนาคตที่ภาคภูมิได้แล้ววันนี้ที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระนครศรีอยุธยา — วันที่ 15 กันยายน 2569 พระราชสุทธิวัชรสุธี, รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้การต้อนรับคณาจารย์จากภาควิชาปรัชญาและวัฒนธรรมตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตโย (Toyo University) ประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือและยกระดับความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติระหว่างสองสถาบัน
พระนครศรีอยุธยา - วันที่ 14 กันยายน 2569 สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้จัดพิธีมอบวุฒิบัตรและปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนิสิตบัณฑิตศึกษาและประชาชนทั่วไป ครั้งที่ 14 โดยได้รับความเมตตาจาก พระพรหมวัชรธีราจารย์,ศ.ดร.อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นประธานในพิธี Ayutthaya – 14 September 2026, the Vipassanadhura Institute of Mahachulalongkornrajavidyalaya University held the certificate presentation and closing ceremony for the 14th Vipassana Meditation Retreat for graduate students and the general public. The ceremony was kindly presided over by Prof. Dr. Phra Brahmawatcharatheeracharn, Rector of MCU.
เมื่อรากฐานทางกายภาพแผ่ขยายมั่นคง อ้อมแขนแห่งการศึกษารองรับผู้คนนับหมื่นชีวิตอย่างไร้พรมแดน แสงสว่างแห่งปัญญาได้รับการจุดประกายผ่านบัณฑิตผู้รับใช้สังคม พันธกิจด้านการวิจัยได้หลอมรวมพุทธปัญญาเข้ากับวิทยาการสมัยใหม่ งานบริการวิชาการได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมพุทธปัญญาลงสู่ชุมชน งานทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมได้ทำหน้าที่เป็นรากแก้วค้ำจุนแผ่นดิน และธรรมาภิบาลพร้อมด้วยโรดแมพจากอธิการบดีได้นำพาองค์กรก้าวไปอย่างมั่นคงแล้ว อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ประกาศศักดาความเป็นสากลตลอด ๑๓๙ ปีของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คือการทำหน้าที่ "ปักธงธรรมจักรบนแผนที่โลก" ผ่านวิสัยทัศน์และการดำเนินงานด้านกิจการต่างประเทศอย่างเข้มข้น
เมื่อรากฐานทางกายภาพแผ่ขยายมั่นคง อ้อมแขนแห่งการศึกษารองรับผู้คนนับหมื่นชีวิตอย่างไร้พรมแดน แสงสว่างแห่งปัญญาได้รับการจุดประกายผ่านบัณฑิตผู้รับใช้สังคม พันธกิจด้านการวิจัยได้หลอมรวมพุทธปัญญาเข้ากับวิทยาการสมัยใหม่ งานบริการวิชาการได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมพุทธปัญญาลงสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน และการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมได้ทำหน้าที่เป็นรากแก้วค้ำจุนแผ่นดินแล้ว อีกหนึ่งเสาหลักสำคัญที่ขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยก้าวทะยานไปข้างหน้าอย่างมั่นคงตลอด ๑๓๙ ปี คือการยึดมั่นในหลัก "ธรรมาภิบาลนำทางก้าวสู่การบริหารจัดการสมัยใหม่"
เมื่อรากฐานทางกายภาพแผ่ขยายมั่นคง ณ มจร วังน้อย อ้อมแขนแห่งการศึกษารองรับผู้คนนับหมื่นชีวิตอย่างไร้พรมแดน แสงสว่างแห่งปัญญาได้รับการจุดประกายผ่านบัณฑิตผู้รับใช้สังคม พันธกิจด้านการวิจัยได้หลอมรวมพุทธปัญญาเข้ากับวิทยาการสมัยใหม่ และงานบริการวิชาการได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมพุทธปัญญาลงสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนแล้ว อีกหนึ่งพันธกิจอันทรงคุณค่าที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณความเป็นไทยและพุทธศาสนามาตลอด ๑๓๙ ปีของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คือการทำหน้าที่เป็น "รากแก้วแห่งแผ่นดิน" ผ่านพันธกิจด้านการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม